การเมือง
วุฒิสภาเปิดเวทีเกาะช้างโชว์ผลงานเพียบ “ยกเลิก MOU44-กวาดล้างทุนเทาต่างชาติ-อุ้มบัตรทอง”
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
วุฒิสภาเปิดเวทีเกาะช้างโชว์ผลงานเพียบ บี้รัฐบาลสำเร็จยกเลิก MOU 44 หนุนคง กอ.รมน.เพื่อความมั่นคงชาติ ไล่บี้กวาดล้างต่างชาติฮุบที่ดินคนไทย หนุนยกเครื่อง “บัตรทอง” พร้อมเร่งตั้ง “Single DSS” เฝ้าภัยพิบัติแบบรวมศูนย์ มั่นใจคดีฮั้ว สว.ไม่กระทบหน้าที่วุฒิสภา
วันที่ 19 กันยายน ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นผู้ดำเนินการเสวนาในหัวข้อ “เปิดประเด็นเด็ด กมธ.เรื่องที่สื่อไม่ควรพลาด” ภายใต้โครงการวุฒิสภาพบสื่อมวลชนสัญจร โดยมีสมาชิกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จากหลายคณะร่วมสะท้อนผลงานและประเด็นที่อยู่ระหว่างการผลักดันในวุฒิสภา ทั้งด้านความมั่นคง การต่างประเทศ ภัยพิบัติ เกษตร พลังงาน สาธารณสุข และการติดตามงบประมาณ
ในประเด็นด้านความมั่นคง นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ เปิดเผยว่า กมธ.มีการประชุมมากกว่า 25 ครั้งต่อปี และแบ่งภารกิจให้คณะอนุกรรมาธิการ 3 คณะ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญที่กำลังศึกษา คือการคงอยู่ ยุบ หรือปรับโครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยผลการศึกษาในชั้นอนุกรรมาธิการมีข้อสรุปเบื้องต้นว่า กอ.รมน.ยังคงมีความจำเป็น แต่ควรปรับโครงสร้างและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยจะมีการประชุมพิจารณาผลการศึกษาในสัปดาห์หน้า ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กมธ.

“กอ.รมน.ยังเป็นหน่วยงานที่สำคัญและจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดเหตุบ่อยครั้ง กอ.รมน.สามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้ ขณะที่ภารกิจของทหารจะเน้นการดูแลบริเวณชายแดน”
นายธณัชญ์พงศ์ กล่าวอีกว่า กมธ.การทหารฯ ยังเตรียมติดตามปัญหาด้านความมั่นคงจากการเข้ามาของชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ ภูเก็ต เกาะพะงัน กรุงเทพมหานคร และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยระบุว่าเป็นประเด็นที่ต้องติดตามในมิติความมั่นคงในระยะยาว
นายธณัชญ์พงศ์ ยังกล่าวถึงภารกิจของคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ซึ่งตนเป็นเลขานุการ กมธ. นี้ว่า กมธ. ทำงานครอบคลุมทุกกระทรวง รวมถึงงบประมาณกลุ่มจังหวัด โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน และลงพื้นที่ติดตามโครงการที่มีปัญหาการเบิกจ่ายล่าช้า การใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า หรือดำเนินโครงการแล้วไม่เกิดผลตามเป้าหมาย
ด้านนายชวภณ วัธนเวคิน รองประธาน กมธ.การต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์เกาะกูดว่า กมธ.ได้ลงพื้นที่จังหวัดตราดหลายครั้ง เพื่อรับฟังปัญหาและความกังวลของประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องอธิปไตย ความมั่นคง และการดำรงชีวิตของประชาชน โดยชาวบ้านบนเกาะกูดมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและยังวิตกว่าเกาะกูดเป็นพื้นที่ของไทยหรือไม่ โดยคณะที่เดินทางลงพื้นที่ยืนยันให้ความมั่นใจว่าประชาชนบนเกาะกูดเป็นคนไทยและอยู่บนแผ่นดินไทย ซึ่งเราให้ความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนทั้งความมั่นคงและการดำรงชีวิตของประชาชน

นายชวภณ ยังกล่าวถึง โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อคลองพร้าวไปยังฐานที่มั่นแหลมเทียนว่า มีความจำเป็นทั้งในด้านความมั่นคงและการเดินทางของประชาชน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณปี 2570 และมีแผนใช้งบผูกพันปี 2570-2571 ซึ่งต้องรอการดำเนินการของกองทัพเรือเกี่ยวกับหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์
นายชวภณกล่าวถึงประเด็นการยกเลิก MOU 2544 โดยระบุว่าหลังรัฐบาลยกเลิก MOU ฉบับนี้ ประเทศไทยจะใช้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เป็นพื้นฐานในการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเล โดยการเจรจาทวิภาคีต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
ด้าน น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ รองประธาน กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานด้านภัยพิบัติมากกว่า 20 ปี ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบบริหารจัดการภัยพิบัติที่เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงาน โดยเสนอแนวคิด “Single DSS” หรือระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ เพื่อให้หน่วยงานรัฐและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและประเมินสถานการณ์ได้จากฐานข้อมูลเดียวกัน

น.ส.รัชนีกร ยกตัวอย่างสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ว่า การขาดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานทำให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก พร้อมเสนอให้พัฒนาระบบโดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญของไทย และอาจแบ่งการบริหารจัดการออกเป็น 22 ลุ่มน้ำ เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
น.ส.รัชนีกร ยังแสดงความกังวลต่อการจัดซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะระบบที่ยังไม่ได้รับงบประมาณแต่มีการกำหนดแนวทางจัดซื้อไว้ล่วงหน้า พร้อมเน้นเรื่องอธิปไตยข้อมูล และเห็นว่าประเทศไทยควรมีขีดความสามารถในการพัฒนาระบบของตนเอง
ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา น.ส.รัชนีกรกล่าวว่า ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์รอบใหม่หรือไม่ จึงควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานตามแนวชายแดน พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลควรมีงบประมาณสำหรับก่อสร้างถนนตามแนวชายแดนอย่างเป็นระบบ ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนหรือพระสงฆ์ต้องเข้ามาช่วยดำเนินการกันเอง

ด้านนางอารีย์ บรรจงธุรการ โฆษก กมธ.การสาธารณสุข กล่าวถึงการทำงานของ กมธ.ว่า ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงปัญหาของประชาชนกับข้อมูลและหลักฐาน รวมถึงการปกป้องสิทธิของผู้รับบริการ การดูแลบุคลากรทางการแพทย์ และการทำให้โรงพยาบาลสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน
นางอารีย์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา กมธ.ผลักดันแนวทางดูแลผู้ป่วยโรคไตที่บ้าน เพื่อลดการเดินทางและค่าใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงลดความเสี่ยงของผู้ป่วย และผลักดันการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคสมองอักเสบบางกลุ่มโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นางอารีย์ ยืนยันว่า วุฒิสภาไม่มีข้อเสนอให้ยกเลิกระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง” และสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค ตามที่มีข่าว แต่แนวทางของ กมธ.คือการปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. และผู้ดำเนินรายการเสวนา กล่าวถึงกรณีคดีฮั้ว สว. ว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของกรรมาธิการ โดย สว.ยังคงมีอำนาจและหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมีคำสั่งจากศาลฎีกาให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เรื่องคดี ยังไม่มีผลกระทบต่อการทำงาน โดย สว.มีอำนาจหน้าที่อยู่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งให้เราหยุดปฏิบัติหน้าที่
ในส่วนของ กมธ.การเกษตรและสหกรณ์ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา กล่าวว่า กมธ.ได้รับหนังสือจากกลุ่มประมงพื้นบ้านและรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประมงพื้นบ้านที่ผลักดันจนประกาศใช้แล้ว มีเป้าหมายสำคัญในการคืนความเป็นธรรมและพื้นที่ทำกินให้กับชาวประมง ขณะเดียวกันต้องรักษาทรัพยากรทางทะเลให้เกิดความสมดุล ทั้งการรักษาทรัพยากรและการรักษาอาชีพของคนหาปลา

นายจรุญ กลิ่นตลบ กล่าวว่า จุดแข็งของ สว.จากกลุ่มอาชีพคือมีประสบการณ์ตรงจากการทำงานในพื้นที่ สามารถนำปัญหาที่พบจริงมาผลักดันผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะการลงพื้นที่รับฟังปัญหาผ่านโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน
ขณะที่ กมธ.พลังงาน นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา รองประธาน กมธ. ระบุว่า พลังงานเป็นต้นทุนสำคัญของประเทศ ทั้งด้านการแข่งขันและคุณภาพชีวิตประชาชน โดย กมธ.ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมของราคาค่าไฟฟ้าและการปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าให้สามารถรองรับการแข่งขันในอนาคต
ด้าน กมธ.การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร กล่าวว่า กมธ.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมตลาดภาพยนตร์ การดูแลสิทธิในผลงานดนตรีไทย รวมถึงการสร้างระบบจัดเก็บลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรมต่อผู้สร้างสรรค์ หลังพบว่าแพลตฟอร์มต่างชาติมีรายได้จากตลาดไทยจำนวนมาก ขณะเดียวกันต้องการผลักดันการดูแลสวัสดิการของผู้ประกอบอาชีพในวงการบันเทิงและคนทำงานกลางคืน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- สว.ดันถนนเกาะกูด 112 ล้าน เสริมศักยภาพความมั่นคง ทหารชี้ใช้ลำเลียงยุทโธปกรณ์-ปืนใหญ่ป้องปรามชายแดน ย้ำพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ 19 ก.ย. 2569
- สรุป 5 ข่าวเด่นสำคัญในประเทศไทย ประจำเช้าวันที่ 19 กันยายน 2569 19 ก.ย. 2569
- กกต.เตือน! ห้ามขาย-แจก-จัดเลี้ยงสุรา ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี เริ่ม 18.00 น.วันนี้ 19 ก.ย. 2569
- “สส.สุพล” หนุนรัฐช่วยติดโซลาร์ครัวเรือน 5 หมื่น ลดภาระค่าไฟประชาชน พร้อมเร่งศึกษาไบโอดีเซล B20-B30 ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มรายได้เกษตรกร 19 ก.ย. 2569
- “ภาคภูมิ” นำ กมธ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่สกลนคร ลุยพัฒนาหนองหาร ระดมทุกภาคส่วนแก้ “วัชพืช-ตื้นเขิน-น้ำเสีย” วางแนวทางฟื้นฟูให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 19 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"วรศิษฎ์"ลงพื้นที่หาดใหญ่ ปลุกพลัง อส.รถไฟ ดำเนินมาตรการเข้ม ยกระดับความปลอดภัยทุกขบวน 20:19 น.- อธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำพื้นที่ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 20:16 น.
- “ภาคภูมิ” นำ กมธ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่สกลนคร ลุยพัฒนาหนองหาร ระดมทุกภาคส่วนแก้ “วัชพืช-ตื้นเขิน-น้ำเสีย” วางแนวทางฟื้นฟูให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 17:28 น.
- "มท.3" ลงพื้นที่ดินสไลด์ บ้านดอยติ้ว สั่ง ปภ. เอ็กซเรย์จุดเสี่ยงทั่วจ จ.น่าน พร้อมสนับสนุนสาธารณูปโภคทั้งระบบ 16:58 น.
- นายกองใหญ่อนุทิน มอบหมายนายกองเอกวรศิษฎ์ ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ติดตามเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุกสมาชิก อส. อำเภอสุคิริน 16:32 น.



