วันอังคาร ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569 15:27 น.

การเมือง

“ดร.ณัฎฐ์” มือกฎหมายมหาชน ชี้ “พรรคกล้าธรรม” ถอนตัวฝ่ายค้าน ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม สามารถกระทำได้ มีผลดีต่อเสียงสนับสนุนรัฐบาล

วันอังคาร ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569, 14.35 น.

“ดร.ณัฎฐ์” มือกฎหมายมหาชน ชี้ “พรรคกล้าธรรม” ถอนตัวฝ่ายค้าน ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม สามารถกระทำได้ มีผลดีต่อเสียงสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจมหาภาค 

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 สืบเนื่องจากพรรคกล้าธรรมถอนคัวจากวิปฝ่ายค้าน ทำให้พรรคการเมืองฝ่ายค้านลดเสียงลงในสภาผู้แทนราษฎรนั้น  ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน,ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บจ.AURELIAN GROUP และบริษัทในกลุ่ม AG ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า  การถอนตัวของพรรคกล้าธรรม เดิมเป็นพรรคฝ่ายค้าน และหันมาสนับสนุนรัฐบาล ถือว่ามาถูกทางแล้ว เพราะการเพิ่มตัวเลขให้ฝ่ายรัฐบาลเพิ่มเสถียรภาพ ส่งผลให้ญัตติฝ่ายค้านที่จะเสนอญัตติอภิอปรายไม่ไว้วางใจ มีอาการฝ่อ ถามว่าฝ่ายค้านมีเสียงเพียง หนึ่งในห้าเปิดอภิปรายได้ แต่ไร้น้ำยาหาเสียงสนับสนุนโค่นรัฐบาลบาล ให้ไปตรวจสอบที่ ปปช.ด้วยว่า กมธ.กิจการศาล ฯ สภาผู้แทนราษฎร โดยตนสอยไปกี่คน ก่อนที่จะตรวจสอบรัฐบาล ควรตรวจสอบพรรคประชาชนก่อนหรือไม่ ยังมีอีเวนต์ที่ตนจะไปกล่าวโทษกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ลงถนนไปแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐกระทำ ตนไล่ให้ไปอ่าน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 185 เยอะ  ตนจัดใหญ่ไปแล้วยกชุด สัปดาห์หน้าจะไปดำเนินคดีกับ กกต.เสียงข้างน้อย ปากเสีย เอาความลับในสำนวนไปเปิดเผย  ให้ ปปช.ไต่สวนหน่อย ให้ กกต.สิทธิโชติ ไปอ่านรัฐธรรมนูญแห่งราชอณาจักรไทย พุทธศึกราช 2560 มาตรา 219 และจริยธรรมร้ายแรง เยอะๆ จะได้ไม่เป็นเหมือนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ที่ตนดำเนินคดียาวเป็นหางว่าว ไอ้พวกนี้ ต้องเจอกับตน เดี๋ยวจะไปหาถึง กกต.เป็นอดีต ผู้พิพากษาประสาอะไร ไม่รู้จักคำว่า เสียงข้างมาก ไม่เคารพประชาธิปไตย แสดงว่า การชี้ขาดใช้อารมณ์ส่วนตัว ใช้ดุลพินิจไม่ชอบหรือไม่ ตนไม่ปล่อยไว้ จะให้ถูกเชือดเหมือนนายสมชัย ศรีสุทธิยากร 
 
ตนต้องสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน พรบ.กกต.มาตรา 42 วรรคหนี่ง ประกอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 ข้อ  บัญญ้ติให้ใช้มติเสียงข้างมาก แต่ กกต.สิทธิโชติ แพ้แล้วพาล นำความลับสำนวนไปเปิดเผย ทำให้ราชการเสียหาย ถามว่า เรียนจบกฎหมายมาหรือไม่ เคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน แต่ดันทะลึ่งให้สัมภาษณ์สื่อ แสดงถึงฝักใฝ่พรรคส้ม ลาออกมาลงสมัคร สส.เลยไหม จะได้ไม่หนักแผ่นดิน  กินเงินเดือยนภาษีประชาชน แต่ทำตัวตั้งธงเล่นงานฝ่ายรัฐบาล ไม่ควรให้เป็น กกต.อีกต่อไป ตนขอปราบเอง และจะไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้องและยื่นเรื่องให้ ปปช.เชื่อด  หลายข้อหานะ รับรองว่า จัดหนักให้ เพราะเป็นอาญาแผ่นดิน

ตนสนับสนุนรัฐบาลแล้วจะทำไม เพราะชักชวนคนต่างชาติมาลงทุนในไทย ให้พี่น้องประชาชนมีรายได้และมีงานทำ บริษัทของตนจะเปิดรับพนักงานประจำประมาณ 50,000  ตำแหน่งทั่วประเทศ พรรคกล้าธรรมถอนตัวจากฝ่ายค้านถือว่า มาถูกทาง ขอปรบมือ เพราะต้องยึดถือของผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เห็นไหมพรรคประชาชน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ตนจัดหนักคดีไห้ อย่าคิดว่า ประชาชนโง่ แต่ต้องมาถามตนในฐานะนักลงทุนด้วยว่า การเมืองไม่มีเถียรภาพ เพื่อนนักธุรกิจภาคพื้นยุโรปจะเอาเงินมาลงทุนในไทยได้อย่างไร แล้ว บีโอไอ จะสนับนุนการลงทุนอย่างไร ในภาวะวิกฤติย่อมเปลี่ยนเป็นโอกาส ให้พี่น้องคนไทยมีรายได้ เรียนจบมามีงานทำ 

ส่วนพรรคกล้าธรรมถอนตัว ฝ่ายค้านจะหาเสียงมาเติมให้ครบ 251 เสียง ให้ยกสองมือก็ไม่ถึง ฝันไปเถอะ ไอ้เท้ง กูจะขวางพวกมึงทุกช่องทาง ปกป้องรัฐบาลให้บริหารประเทศให้ยาวๆๆ สมัยหน้า ก็ให้เป็นอีก พรรคส้ม อ่อนหัด แม้ธนาธรจะได้กลับมา คงไม่ง่ายในการบริหารประเทศในยุคปัจจุบัน รัฐบาลนี้ ต้องภูมิใจไทยเท่านั้น ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ อย่าไปหวังลมปากลมๆแล้งๆ พวกแก้ ปอ.มาตรา 112   

 ฝ่ายค้านอิสระ ในรัฐธรรมนูญ ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ สามารถกระทำได้ แบบกลางๆ ไม่ร่วมสังฆกรรมกับฝ่ายค้าน แต่มาสนับสนุนเสียงฝ่ายรัฐบาล มีผลต่อเสียงสนับสนุนรัฐบาลเพิ่มเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ ไม่เรียกว่า พรรคจ้องเสียบ แต่เรียกว่า สนับเสียงรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้บริหารประเทศ แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ตนเป็นพูดในฐานะนักลงทุน ต้องออกมาพูดเพราะประชาชนอ่านหนังสือกันน้อย ไปหลงเชื่อปั่นกระแสโซเชี่ยล แต่ท้องแห้ง อาจตกเป็นเหยื่อกลุ่มใต้ดินที่ระดมทุนรับบริจาคโดยผิกฎหมายแล้วมาทำกิจกรรมสนับสนุนพรรคส้ม ทำให้เศรษฐกิจพัง ตนรับไม่ได้ 
 
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง