การเมือง
โฆษกกระทรวงเกษตรฯ ย้ำประเทศไทยยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็น ภาคี UPOV 1991 ย้ำยังอยู่ในระหว่างการศึกษาพิจารณาข้อดีข้อเสีย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
โฆษกกระทรวงเกษตรฯ ย้ำประเทศไทยยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็น ภาคี UPOV 1991 ย้ำยังอยู่ในระหว่างการศึกษาพิจารณาข้อดีข้อเสีย และเป็นประเด็นเจรจาต่อรองทางการค้าขณะที่อธิบดีกรมข้าวย้ำจุดยืนมีเป้าหมายหลักเพื่อปกป้องสิทธิ และคุ้มครองพืชพันธุ์ที่ดีของไทยไม่ให้ชาติต่างๆนำสายพันธุ์ใช้ขยายต่อโดยไม่ได้รับอนุญาติ ขณะที่เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ค้านแหลกอ้างข้อมูลกระทรวงเกษตรไม่ตรงข้อเท็จจริง
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายกฤต อุตตมเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรฯ กล่าวถึงกรณีการพิจารณาตัดสินใจเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (อนุสัญญา UPOV 1991) เพราะถือเป็นการย้ายดุลอำนาจทางกฎหมาย จากเดิมที่เน้นการปกป้องสิทธิเกษตรกรและชุมชน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ไปสู่ การคุ้มครองสิทธิเด็ดขาดของผู้ปรับปรุงพันธุ์ว่า ประเทศไทยยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็น ภาคี UPOV 1991 โดยเรื่องนี้ ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาพิจารณาข้อดีข้อเสีย และเป็นประเด็นเจรจาต่อรองทางการค้า (FTA)
ส่วนในรายละเอียดของกฎหมาย อนุสัญญา UPOV 1991 กำหนดว่า เกษตรกรยังสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อและแบ่งปันได้ตราบใดที่ไม่ใช่การทำเพื่อการค้า ขณะที่อนุสัญญาฯจะมุ่งควบคุมและป้องกันการละเมิดสิทธิในเชิงพาณิชย์เท่านั้น เช่น การลักลอบนำสายพันธุ์พืชที่ได้รับการคุ้มครองไปทำฟาร์มขยายพันธุ์เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายเป็นธุรกิจแข่งขันในตลาด ไม่ได้ห้ามวิถีการทำไร่นา หรือการผลิตของเกษตรกร
ด้านนายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ยืนยันว่า การหารือในเรื่อง UPOV 1991 มีเป้าหมายหลักเพื่อปกป้องสิทธิ และคุ้มครองพืชพันธุ์ที่ดีของไทยไม่ให้ชาติต่างๆนำสายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมมะลิ พืชผล หรือผลไม้เศรษฐกิจไปเพาะพันธุ์ขยายต่อโดยไม่มีการรับรอง เพราะปัจจุบันไทยยังไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศมาช่วยคุ้มครองในส่วนนี้ หากเข้าร่วมจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากลทำให้ขายได้ราคาสูงขึ้น
ส่วนจะตัดสินใจเข้าร่วมในอายุสัญญาหรือไม่ ก็จะไม่มีกฎหมาย หรือกฎระเบียบใด เข้ามาซ้ำเติมหรือเพิ่มภาระต้นทุนให้แก่เกษตรกรอย่างแน่นอน และเกือบทุกสมาคม และศูนย์ข้าวชุมชน ต่างเข้าใจในเจตนา ทั้งนี้หากพบว่าแนวทางใด มีความเสี่ยงจะส่งผลเสียต่อเกษตรกร ก็พร้อมที่จะยกเลิกทันที
ด้านนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ตอบโต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงประเด็นการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 โดยระบุว่า การที่กระทรวงเกษตรอ้างว่า การเข้าเป็นสมาชิก UPOV 1991 ไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในการเก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อ คำชี้แจงดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เนื่องจากตามกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช ปี 2542 ของไทย รวมถึงหลายประเทศทั่วโลก ได้คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อในฤดูกาลถัดไปอยู่แล้ว แต่สำหรับ UPOV 1991 ไม่ได้ยกเว้นสิทธินี้ให้อย่างอัตโนมัติ แต่มีเงื่อนไขอนุญาตให้ยกเว้นได้เฉพาะเกษตรกรที่ปลูกเพื่อยังชีพ หรือกลุ่มธัญพืชเม็ดเล็กเท่านั้น อีกทั้งยังมีข้อกำหนดสำคัญ คือการยกเว้นต้องไม่กระทบต่อประโยชน์และสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ หรือบริษัทเมล็ดพันธุ์ อีกทั้งการกำหนดพื้นที่ถือครองที่ดินของเกษตรกรไทย ที่อาจขัดกับเงื่อนไขนี้จนไม่สามารถได้รับยกเว้นได้
นอกจากนี้ UPOV 1991 ยังขยายสิทธิการคุ้มครองไปถึงพันธุ์พืชอนุพันธ์ หรือ EDV หมายความว่าหากเกษตรกรนำพันธุ์พืชใหม่ไปปลูกแล้วเกิดการกลายพันธุ์หรือผสมข้ามพันธุ์ สิทธิในพันธุ์ใหม่นั้นยังตกเป็นของบริษัทผู้ถือสิทธิเดิมรวมถึงการขยายการคุ้มครองไปถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งเปิดช่องให้เกิดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้
โดย มูลนิธิชีววิถี ย้ำว่า กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ของไทย มีกลไกคุ้มครองนักปรับปรุงพันธุ์อย่างเหมาะสมอยู่แล้ว แต่การบีบให้เข้าร่วม UPOV 1991 อาจจะเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติและทุนใหญ่ มากกว่าการปกป้องวิถีชีวิตและสิทธิขั้นพื้นฐานของเกษตรกรไทย
ขณะที่นางสาวธิดากุล แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบ และรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ตอบคำถาม กรณีที่เพจ ไบโอไทย อ่านข้อมูล กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท และสมาคมเมล็ดพันธุ์เวียดนาม เกี่ยวกับผลกระทบภาคเกษตรกรรมของเวียดนาม ที่ต้องพึ่งพาเมล็ดพันธุ์จากต่างชาติในระดับที่เป็นอันตรายนั้น จากการสอบถามข้อมูลเชิงวิชาการและการคุ้มครองพันธุ์พืชดังกล่าว มีการประสานงาน และอ้างอิงข้อมูลอย่างเป็นทางการร่วมกับสำนักคุ้มครองพันธุ์พืชของเวียดนาม พบว่า กรณีที่เวียดนามเข้าร่วม UPOV 1991 มีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะมีการเพิ่มผลผลิต และผลตอบแทนจากการคุ้มครองพันธุ์พืชตามแนวทาง UPOV สามารถเข้าถึงสายพันธุ์ศักยภาพสูงและเทคโนโลยีต่างประเทศ /การพัฒนาสายพันธุ์เพื่อลดอายุเก็บเกี่ยว/การเพิ่มศักยภาพผลผลิตต่อไร่ /รายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้น/การเติบโตของเมล็ดพันธุ์ภาคเอกชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภาคเกษตรกรและการค้าระหว่างประเทศของไทย กำลังจับตาถึงความเป็นไปได้ ในการพิจารณาตัดสินใจเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (อนุสัญญา UPOV 1991) เพราะถือเป็นการย้ายดุลอำนาจทางกฎหมาย จากเดิมที่เน้นการปกป้องสิทธิเกษตรกรและชุมชน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ไปสู่ การคุ้มครองสิทธิเด็ดขาดของผู้ปรับปรุงพันธุ์
ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกัน ระหว่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ปี 2542 และ UPOV 1991 มีความแตกต่างเชิงโครงสร้างกฎหมาย ทำให้มีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรมและการค้า อาทิ สิทธิการเก็บและขยายพันธุ์ พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 อนุญาตให้เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อได้เป็นหลัก แต่อนุสัญญา UPOV 1991 กำหนดให้การห้ามเป็นหลัก และต้องตรากฎหมายลูกข้อยกเว้นพิเศษเฉพาะการปลูกในแปลงตนเองเท่านั้น โดยห้ามจำหน่ายหรือแจกจ่าย/แลกเปลี่ยน กับผู้อื่นโดยเด็ดขาด
โดยที่ผ่านมาหลายฝ่าย ได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้/เสีย แยกเป็น กลุ่มเกษตรกรรายย่อยจะได้รับผลกระทบหนัก เพราะวิถีการเก็บและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์จะเปลี่ยนไป ส่งผลให้ต้นทุนทางการเกษตรสูงขึ้น และต้องพึ่งพาบริษัทเมล็ดพันธุ์ขนาดใหญ่ขณะที่ภาคธุรกิจและนักปรับปรุงพันธุ์ จะได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองผูกขาดและการจัดเก็บค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์ ส่วน ผู้ส่งออก ล้ง และอุตสาหกรรมแปรรูป จะมีเสี่ยงรับภาระความรับผิดชอบทางกฎหมาย หากผลผลิตที่รับซื้อมาจากกิ่งพันธุ์ที่ไม่ถูกต้อง อาจถูกฟ้องร้องย้อนหลังหรือถูกอายัดตู้สินค้าส่งออก ท้ายสุดผู้บริโภคผู้บริโภคอาจต้องบริโภคสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปในราคาที่สูงขึ้น
สำหรับกลุ่มพืชเศรษฐกิจ ที่จะได้รับผลกระทบหลังจากเข้าร่วมในอนุสัญญา UPOV 1991 ได้แก่ ข้าว มีความเสี่ยงระดับวิกฤต เนื่องจากวิถีการเก็บเมล็ดพันธุ์ถูกจำกัด ต้นทุนเกษตรกรสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะข้าวพื้นเมือง เสี่ยงโดนดัดแปลงแล้วจดสิทธิ EDV แข่งขันด้านราคาในตลาดโลกยากขึ้น// มันสำปะหลัง มีความเสี่ยงปานกลาง แม้เกษตรกรตัดท่อนพันธุ์ใช้เองได้ แต่ห้ามนำไปขายหรือแจกจ่ายเพื่อนบ้าน //ส่วนผลไม้ส่งออก เช่น ทุเรียน, มังคุด, ลำไย, มะม่วง มีความเสี่ยงสูงด้านการค้าส่งออกแต่ก็ยังเปิดช่องให้นำเข้ากิ่งพันธุ์พรีเมียมมาปลูกในไทย // สำหรับ ไม้ดอกและผักส่งออก มีความเสี่ยงสูงต่อฟาร์มรายย่อย และเสี่ยงการถูกตรวจ DNA ณ ท่าเรือส่งออก
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- สรุป 5 ข่าวเด่นสำคัญในประเทศไทย ประจำเช้าวันที่ 23 กันยายน 2569 23 ก.ย. 2569
- “อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์พบทุนโลก ชวน Bank of America–PIMCO–Microsoft ลงทุนไทย สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต 23 ก.ย. 2569
- “ยศชนัน” เผย ครม. มีมติไฟเขียวขยายผล "TraffyFondue" เป็นบริการกลางภาครัฐทั่วประเทศ ยกระดับแก้ปัญหาเมืองโปร่งใส-รวดเร็ว 23 ก.ย. 2569
- "วราวุธ" สั่ง กนอ. เข้มป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่ภาคกลาง รับมือพายุฝน 24-27 ก.ย. 23 ก.ย. 2569
- มท.4 นำทีมลุยแฟลตดินแดง ทลายบ่อน “ไฮโลไฮเทค-ตู้ม้า” จับ 53 ราย ยึดของกลางเกือบ 1 ล้านบาท 23 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"วรศิษฎ์"ลงพื้นที่หาดใหญ่ ปลุกพลัง อส.รถไฟ ดำเนินมาตรการเข้ม ยกระดับความปลอดภัยทุกขบวน 20:19 น.- อธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำพื้นที่ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช 20:16 น.
- “ภาคภูมิ” นำ กมธ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ลงพื้นที่สกลนคร ลุยพัฒนาหนองหาร ระดมทุกภาคส่วนแก้ “วัชพืช-ตื้นเขิน-น้ำเสีย” วางแนวทางฟื้นฟูให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 17:28 น.
- "มท.3" ลงพื้นที่ดินสไลด์ บ้านดอยติ้ว สั่ง ปภ. เอ็กซเรย์จุดเสี่ยงทั่วจ จ.น่าน พร้อมสนับสนุนสาธารณูปโภคทั้งระบบ 16:58 น.
- นายกองใหญ่อนุทิน มอบหมายนายกองเอกวรศิษฎ์ ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ติดตามเหตุลอบวางระเบิดรถบรรทุกสมาชิก อส. อำเภอสุคิริน 16:32 น.



