วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 18:56 น.

การเมือง

"วัชระพล"  นำทีมตามเส้นทาง ปลาหมอคางดำลุยตรวจหาที่มา หลังโผล่เขื่อนลำปาว ชี้มีคนนำพา

วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569, 14.47 น.

"วัชระพล"  นำทีมตามเส้นทาง ปลาหมอคางดำลุยตรวจหาที่มา หลังโผล่เขื่อนลำปาว ชี้มีคนนำพา สั่งกรมประมงจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว  บูรณาการณ์ แก้ปัญหาแพร่ระบาด ลั่น  "เจอ–แจ้ง–จับ" บังคับใช้กฎหมายจริงจัง  วอน ประขาชนแจ้งเบาะแส เตือนห้ามปล่อยลงแหล่งน้ำ 

 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากได้รับรายงานการพบปลาหมอคางดำในพื้นที่แล้วกว่า 100 ตัวว่า ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อเฝ้าระวังปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว และพื้นที่เชื่อมต่อ เร่งค้นหาให้เจอ และจับให้เร็ว เพื่อหยุดการแพร่กระจาย” โดยให้ขอให้กรมชลประทานในพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางป้องกันปลาหมอคางดำ ที่หลุดรอดลงในลำน้ำเชื่อมต่อจากอ่างเก็บน้ำ จัดทำระบบกรองกั้นบริเวณคลองส่งน้ำ

ขณะเดียวกันยังมอบหมาย ให้กรมประมงดำเนินการควบคุม-กำจัด ปลาหมอคางดำในอ่างเก็บน้ำอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในปลาวัยรุ่นที่จะสืบพันธุ์ เพื่อควบคุมกำจัดประชากร และให้ประเมินระยะเวลาการแพร่พันธุ์ เพื่อให้กรมประมง ทำงานได้ทันเวลาก่อนที่ปลาหมอคางดำจะแพร่กระจาย พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำในจุดรอยต่อ หรือพื้นที่ลำน้ำสาขา เพื่อส่งตรวจ e-DNA เป็นการตรวจสอบเชิงรุกว่า มีหลักฐานยืนยันการแพร่พันธุ์และการตั้งประชากรในแหล่งน้ำดังกล่าวแล้วหรือไม่ พร้อมรายงานผลโดยเร็ว โดยตรวจเพิ่มใน 4 จุดที่พบปลาหมอคางดำ ได้แก่ บ้านนาอวน บ้านโคกครึม บ้านท่าเรือ และบ้านแหลมทอง อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี เพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่รอยต่อ

นอกจากนี้ยังสั่งการให้จัด Mobile Unit "เจอ–แจ้ง–จับ" โดยให้กรมประมง จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมรถ เรือ เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ ให้เข้าจับทันที เมื่อได้รับแจ้ง เพื่อลดเวลาจาก “พบปลา” ถึง “จับออกจากแหล่งน้ำ” และขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจภาค 4ในการตรวจสอบการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำในพื้นที่ หากพบการกระทำดังกล่าว ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประมง ห้ามครอบครองอย่างเคร่งครัด พร้อมให้กรมประมง ทำงานเชิงรุก ร่วมกับเครือข่ายชาวประมงและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อค้นให้เจอ และจับออกให้เร็ว และมากที่สุด โดยประชาชน สามารถใช้เครื่องมือที่กฎหมายอนุญาต เช่น เบ็ด ข่าย แห ยอ และลอบ ได้ แต่ยังห้ามใช้กระแสไฟฟ้า หรือสารเคมี กากชา เองโดยเด็ดขาด และขอความร่วมมือประชาชน ห้ามเลี้ยง เพาะพันธุ์ หรือขนย้ายโดยเด็ดขาด และช่วยกันตรวจสอบเบาะแส หรือแหล่งที่มาของลูกปลาหมอคางดำ หากพบปลาหมอคางดำขอให้แจ้งสายด่วนกรมประมง เพื่อเร่งจับโดยด่วน

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการเชิงรุกใน 5 มาตรการในพื้นที่เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์เชิงรุก ในเขื่อนลำปาวแล้ว ทั้งการจำกัดการแพร่กระจาย การสร้างการรับรู้ และเครื่อข่ายเกษตรกรเพื่อการจับออก และตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของลูกพันธุ์สัตว์น้ำ การส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์และใช้มาตรการทางกฎหมาย

ส่วนการตรวจพบปลาหมอคางดำขนาดใหญ่ หรือ ตัวโตเต็มวัย เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยหรือไม่นั้น นายวัชระพล ชี้แจงว่าเท่าที่ประเมินน่าจะ เป็นเพราะคนนำพามาเท่านั้น เพราะปลาหมอฯ ไม่สามารถข้ามจากจังหวัดชายฝั่งมาเองได้ จึงยืนยันได้ว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ละเลย  ซึ่งจากนี้ไปทุกคนที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ปราบปรามและกำจัดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่พบ ซึ่งตามธรรมชาติปลาหมอคางดำ เป็นปลาที่อาศัยอยู่เป็นฝูง อยู่นิ่งประจำที่ ไม่อพยพ เว้นแต่จะถูกกระแสน้ำ หรือพายุพัด การพบปลาขนาดใหญ่ในจุดใหม่ จึงสามารถสรุปได้ว่าเกิดจากคนลักลอบเคลื่อนย้ายเท่านั้น ซึ่งกรมประมง ได้ประสานบังคับใช้ ประกาศกระทรวงฯ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง พ.ศ. 2567 ให้ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเคลื่อนย้ายอย่างเด็ดขาดแล้ว 

สำหรับมาตรการทั้งหมดที่กำหนดขึ้น เชื่อว่าจะสกัดกั้นไม่ให้ปลาหมอคางดำแพร่กระจายไปยังลำน้ำสาขาได้จริงแต่ต้องขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด และตนได้กำชับให้บังใช้กฎหมายเข้มงวดในการปราบปราม และขอให้กรมชลประทาน ช่วยจัดทำระบบกรองกั้นบริเวณคลองส่งน้ำ เพื่อดักปลาไม่ให้หลุดออกไปอีกทางหนึ่งด้วย

นายวัชระพล ยอมรับ การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลามองคางดำที่ยังเป็นปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจาก ความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณ และกำลังบุคลากรที่ไม่เพียงพอ จึงได้ยกระดับการแก้ไขปัญหา โดยดึง ภาคประชาชน และอีก 29 หน่วยงานเครือข่าย เข้ามาร่วมระดมสรรพกำลัง รวมถึงของบประมาณ เพื่อจัดสรรอุปกรณ์ ในการจัดการปัญหานี้ให้จบ อยู่ในระดับที่ควบคุมได้เขื่อมั่นว่าการจำกัดพื้นที่การระบาด จากนี้ไปจะควบคุมให้อยู่ในรัศมีรอบจุดที่พบไม่เกิน 5–10 กิโลเมตร โดยจะสุ่มตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการตั้งด่านกักกัน ตั้งจุดสังเกตการณ์บริเวณปากลำน้ำสาขา โดยกรมประมงสนับสนุนเครื่องมือจับปลาให้เครือข่ายชาวประมงร่วมเฝ้าระวัง และการดึงชุมชนมีส่วนร่วม และส่งเสริมการจับไปแปรรูป โดยประสานทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการกำจัดและจำกัดจำนวนปลาให้ได้

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง