วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 15:56 น.

การเมือง

อธิบดีกรมชลประทาน เปิดแผนรับมือมวลน้ำเหนือ ใช้มาตรการทยอยปรับการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเพื่อลดผลกระทบต่อท้ายเขื่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

อธิบดีกรมชลประทาน เปิดแผนรับมือมวลน้ำเหนือ ใช้มาตรการทยอยปรับการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเพื่อลดผลกระทบต่อท้ายเขื่อน พร้อมเผยสถานการณ์ลุ่มน้ำแม่กลองและภาคตะวันออกเริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ต้นเดือนตุลาคมนี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการวางแผนรับมือมวลน้ำที่จะไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบน หรือน้ำเหนือ ว่า ขณะนี้กรมชลประทานยังคงการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำหน้าเขื่อนยังมีน้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม จะสามารถบริหารจัดการมวลน้ำเหนือเขื่อนได้ โดยทางกรมชลประทานจะพยายามบริหารจัดการโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนมากที่สุด ซึ่งน้ำเหนือที่ไหลลงมาเกิดจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนเหนือ โดยเฉพาะ จังหวัดตาก และจังหวัดกำแพงเพชร ทำให้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำวังไหลลงมาสะสมบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำหน้าเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการและหน่วงน้ำ เพื่อควบคุมการระบายน้ำที่ท้ายเขื่อนให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด 

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชัยนาท และปทุมธานี ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นบ้าง โดยนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานมีการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ และต้องพิจารณาระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน พร้อมเน้นย้ำถึงการแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบล่วงหน้าและเตรียมรับสถานการณ์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด 

นอกจากนี้กรมชลประทานยังวางกรอบการควบคุมการระบายน้ำไว้ที่ประมาณ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และตั้งรับไม่ให้เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อชะลอการระบายและลดการสะสมของน้ำเหนือเขื่อน และจะทยอยปรับการระบายเป็นแบบขั้นบันได  เช่นเดียวกับสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยังคงตั้งและควบคุมปริมาณการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,200 ถึง 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่ ปริมาณการระบายน้ำมีแนวโน้มที่จะเริ่มลดลง ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว และระยอง ปัจจุบันสถานการณ์เป็นไปในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำเริ่มลดลงและทยอยไหลลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำแล้ว แม้จะมีผลกระทบในพื้นที่รับน้ำท้ายน้ำบ้าง แต่ภาพรวมน้ำส่วนใหญ่กำลังไหลลงสู่พื้นที่ส่วนล่างและเริ่มเข้าสู่ภาวะคลี่คลาย

นายวิทยากล่าวด้วยว่าสำหรับการรับมือฝนที่จะเข้ามาในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคมนี้ กรมชลประทานยังติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินว่าฝนจะตกบริเวณใดและจะส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำอย่างไร โดยจะบริหารน้ำเหนือที่ยังคงค้างอยู่ไม่ให้กระทบพื้นที่ด้านท้ายมากที่สุด ซึ่งหากไม่มีฝนตกสะสมเพิ่มเติมบริเวณเหนือเขื่อน ก็น่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง