การเมือง
“ยศชนัน” ชูวิทย์ฯ สู้ภัยน้ำท่วม ดันเตือนภัยถึงระดับครัวเรือน มาร์กบ้านผู้ป่วยติดเตียง พร้อมใช้ AI ปฏิรูปการศึกษา เปิด Credit Bank สะสมประสบการณ์เป็นหน่วยกิต
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“ยศชนัน” เปิดแนวทางใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก้ปัญหาประชาชน ตั้งแต่ระบบเตือนภัยน้ำท่วมระดับครัวเรือน ชี้เป้าบ้านผู้ป่วยติดเตียง ไปจนถึง Precision Education ใช้ AI ปรับการเรียนตามความถนัด เปิด Credit Bank ให้คนวัยทำงานนำประสบการณ์เทียบหน่วยกิต เดินหน้าสู่ Thailand Nation of Mastery และผลักดันไทยเป็น Clinical Trial Hub
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยในรายการ “คุยกับ ครม. อนุทิน” ถึงแนวทางนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และเทคโนโลยีมาใช้แก้ปัญหาที่กระทบต่อชีวิตประชาชน โดยครอบคลุมทั้งการรับมือภัยพิบัติ การปฏิรูปการศึกษา การพัฒนากำลังแรงงาน และการสร้างเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม
ดันระบบเตือนภัยจากตำบลถึงระดับ “ครัวเรือน”
นายยศชนัน กล่าวว่า ในการรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคเหนือ ได้เตรียมระบบบัญชาการร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาประมาณ 2 เดือน พร้อมจัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
ระบบดังกล่าวจะนำข้อมูลจากหลายหน่วยงานมาประกอบการประเมินสถานการณ์ หากข้อมูลหรือแบบจำลองมีความแตกต่างกัน จะยึดกรณีที่มีความรุนแรงที่สุดเป็นฐานในการเตรียมความพร้อม เพื่อให้การรับมือมีเวลาเพียงพอและลดความเสี่ยงต่อประชาชน
“บทเรียนจากพื้นที่น่านพบว่า ฝนที่ตกบนพื้นที่สูงสามารถไหลลงสู่ชุมชนได้เร็วกว่าการตรวจวัดระดับน้ำในแม่น้ำ” นายยศชนันกล่าว
ดังนั้น รัฐบาลจึงเร่งติดตั้งระบบโทรมาตรและเซนเซอร์วัดปริมาณฝนในพื้นที่สูง พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนชุมชนเมื่อปริมาณฝนเกินเกณฑ์ รวมถึงอบรมประชาชนและผู้นำชุมชนให้สามารถเข้าถึงข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ และรู้แผนอพยพด้วยตนเอง ขณะเดียวกันยังเตรียมศูนย์พักพิงในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานราชการให้พร้อมรองรับประชาชนตลอดเวลา
เป้าหมายระยะต่อไปคือการพัฒนาระบบเตือนภัยจากระดับตำบลให้ละเอียดขึ้นไปถึงระดับ ชุมชนและครัวเรือน โดยนำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้จำลองภูมิประเทศ ระดับสูงต่ำ เส้นทางน้ำ และจุดที่ควรขุดลอก เพื่อประเมินว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยงและควรดำเนินการอย่างไร
ที่สำคัญคือการนำข้อมูลตำแหน่ง ผู้ป่วยติดเตียง มาประกอบในระบบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถรู้ว่าบ้านใดมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ บ้านใดมีความเสี่ยง และต้องอพยพเมื่อใด รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบในการนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ใช้ AI จัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ไม่ตัดสินเด็กด้วยเกรดอย่างเดียว
สำหรับด้านการศึกษา นายยศชนันเสนอแนวคิด Precision Education หรือการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับความถนัดและศักยภาพของเด็กแต่ละคน โดยมองว่าเด็กไม่จำเป็นต้องมีความเก่งในรูปแบบเดียวกัน และไม่ควรใช้คะแนนหรือเกรดเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวในการตัดสินว่าเด็กคนใดเก่งหรือไม่เก่ง
ความสามารถด้านศิลปะ งานช่าง เกษตรกรรม หรือสาขาอื่น ๆ สามารถพัฒนาเป็นทักษะอาชีพได้เช่นเดียวกัน โดย AI จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ความสนใจและปรับเนื้อหา ตลอดจนรูปแบบการเรียนให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน
ขณะที่บทบาทของครูอาจเปลี่ยนจากผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงอย่างเดียวไปสู่การเป็น ผู้แนะนำและผู้ค้นหาความสามารถเฉพาะตัวของเด็ก ซึ่งเทคโนโลยีสามารถช่วยสนับสนุนการทำงานดังกล่าวได้มากขึ้น
เปิดทางเด็กสายอาชีพ เรียนไปทำงานไป พร้อมต่อมหาวิทยาลัย
นายยศชนันกล่าวว่า เส้นทางการศึกษาไม่ควรถูกกำหนดให้ทุกคนต้องเดินในรูปแบบเดียวกัน เพราะเด็กบางคนมีภาระต้องช่วยครอบครัวและอาจเลือกเรียนสายอาชีพ โดยสามารถเรียนไปทำงานไปและมีรายได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
เมื่อมีความพร้อมก็ควรสามารถต่อยอดเข้าสู่มหาวิทยาลัยได้ โดยมีเกียรติและศักดิ์ศรีไม่แตกต่างจากผู้เรียนสายสามัญ
ส่วนระบบ TCAS อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อเพิ่มความเท่าเทียม โดยมีแนวทางลดน้ำหนักการสัมภาษณ์ลงเหลือประมาณ 30% ในบางสถาบัน และพัฒนาการใช้ Portfolio ให้มีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น เพื่อลดความได้เปรียบของผู้สมัครที่มีต้นทุนและทรัพยากรในการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานมากกว่า
“Credit Bank” เปิดโอกาสคนวัยทำงานกลับมาเรียนใหม่
อีกแนวทางสำคัญคือระบบ Credit Bank ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถนำประสบการณ์และทักษะจากการทำงานมาเทียบเป็นคุณวุฒิหรือหน่วยกิต และสะสมเพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้
แนวคิดดังกล่าวจะช่วยเปิดประตูให้คนที่เคยไม่มีโอกาสเรียนในระบบการศึกษาสามารถกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้อีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์
นายยศชนันมองว่า แนวทางนี้มีความสำคัญต่อประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย เพราะตลาดแรงงานจำเป็นต้องเพิ่มผลิตภาพ พร้อมเปิดโอกาสให้คนพิการและกลุ่มคนที่ยังใช้ศักยภาพในการทำงานได้ไม่เต็มที่เข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น
ภาครัฐจึงต้องปรับกฎระเบียบ เพิ่มทักษะ และนำ Assistive Technology หรือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ามาช่วยให้แต่ละคนสามารถทำงานได้ตามศักยภาพ
“Thailand Nation of Mastery” เปลี่ยนความเชี่ยวชาญคนไทยเป็นพลังประเทศ
นายยศชนันกล่าวว่า ภาพใหญ่ของการพัฒนาคนจะขับเคลื่อนผ่านแนวคิด Thailand Nation of Mastery ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของคนแต่ละคนให้กลายเป็นขีดความสามารถของประเทศ ตั้งแต่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน SME ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจนวัตกรรม
หัวใจสำคัญคือการใช้ข้อมูล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในแต่ละพื้นที่
ต่อยอดจุดแข็งการแพทย์ ดันไทยสู่ “Clinical Trial Hub”
สำหรับภาคการแพทย์ นายยศชนันกล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการแพทย์และสุขภาพ จึงควรต่อยอดไปสู่การเป็น Clinical Trial Hub เพื่อดึงการทดลองยาและเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐานสากลเข้ามาดำเนินการในประเทศ
แนวทางดังกล่าวจะเชื่อมโยงบริษัทไทย สมุนไพร อาหาร และเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างทั้งองค์ความรู้ การลงทุน และโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงนวัตกรรมด้านสุขภาพใหม่ ๆ
เตรียมเสนอ “Nature Positive” บนเวทีวิทยาศาสตร์โลกที่ญี่ปุ่น
นายยศชนันยังกล่าวถึงการเตรียมเดินทางไปร่วมเวที STS Forum ที่กรุงเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเตรียมนำเสนอแนวคิด Nature Positive
สาระสำคัญคือการผลักดันให้ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และป่าไม้ของประเทศไทยสามารถสร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับเป้าหมาย Net Zero
นายยศชนันย้ำว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติไม่ควรถูกมองว่าเป็นเป้าหมายที่ขัดแย้งกัน แต่ควรเดินหน้าไปพร้อมกัน โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้างสมดุลระหว่าง “การเติบโตทางเศรษฐกิจ” กับ “การรักษาธรรมชาติ” เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทยในระยะยาว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- พม. ผนึกการเคหะฯ ออกมาตรการเยียวยาน้ำท่วม 66 โครงการ ปลอดค่าเช่า–พักหนี้สูงสุด 4 เดือน 12 ต.ค. 2569
- “อนุทิน” โยน “พลพีร์” แจงปมโรงงานสารเคมีรั่วปราจีนบุรี เผยกำชับผู้ว่าฯ “ทำให้ดีที่สุด” 12 ต.ค. 2569
- "อนุทิน" ประชุม บกปภ.ช. ต่อเนื่องวันที่ 12 สั่งเดินหน้าฟื้นฟู-เร่งรัดเงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนให้เร็วที่สุด ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมคลี่คลายสถานการณ์น้ำ ย้ำเตือนภาคใต้รับมือฝนอย่างใกล้ชิด 12 ต.ค. 2569
- "สุขสมรวย" โพสต์ขอบคุณ "ไอซ์ รักชนก" อวยพรวันเกิด ย้อน "ทำอะไรไว้ ก็ขอให้ได้อย่างนั้นตอบแทนแบบติดจรวดเช่นกัน" พร้อมแนะ "อย่าเลื่อนศาลบ่อย" 12 ต.ค. 2569
- "วราวุธ" เผยอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี สนธิกำลัง คพ.-ทสจ.ปราจีน-อบต.บ่อทอง เร่งดูดคราบน้ำมัน สั่งยึดอายัดเครื่องจักรตามกฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม 12 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
นายกสมาคมการบินนภารักษ์ เผยสื่อทั่วโลกรายงาน "ทรงเป็นพระราชินีพระองค์แรกที่ทรงบินเครื่องบินขับไล่" น้อมถวายความชื่นชม "พระราชินี" ทรงบินเดี่ยว JAS 39C Gripen 20:09 น.- “มท.3 เจเศรษฐ์” ส่งเรือท้องแบนช่วยบางน้ำเปรี้ยว พร้อมระดมรถขนขยะฟื้นฟูเคหะร่มเกล้า 19:12 น.
- “พีระพันธุ์” นำทีม รทสช. ลุยฟื้นฟูกรุงเทพฯ ตะวันออก ชาวบ้านสะท้อนน้ำมันแพง-ของแพงซ้ำเติมวิกฤต พบหลายจุดยังไร้เยียวยา ชี้น้ำลดแต่ความเดือดร้อนยังไม่ลดตาม 19:10 น.
- "อนุทิน" ประชุมร่วมผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมืออุทกภัยจากฝนตกหนัก ย้ำต้องช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต อยู่ในที่ปัจจัย 4 ครบถ้วน พร้อมกำชับสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย ฟังแล้วสามารถปฏิบัติตามได้ทันที 17:55 น.
- “สุริยะ”เตรียมเสนอแผนทุ่มงบกว่า 8,000 ล้านบาทจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวและเครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้ากว่า 500 คัน ลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร 17:52 น.



