การเมือง
นักวิชาการอัดยับแก้ พรบ.ยกเลิกเก็บภาษีบาปเอื้อประโยชน์นายทุนสุรา-ยาสูบ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“บรรเจิด” โต้ออกกฎกระทรวงเก็บภาษีทดแทนการยกเลิกภาษีบาป 2 % หลอกลวงประชาชน ทำไม่ได้จริง ชงเอื้อประโยชน์อุ้มนายทุนสุรา-ยาสูบ ยัน Earmarked Tax สมเหตุสมผล ไม่ขัดหลักวินัยการเงินการคลัง ด้าน อดีตรมช.สธ. อัดยับ “รัฐบาล” ใช้อะไรคิด เงินน้อย เศรษฐกิจแย่ เก็บภาษีได้น้อย แต่ชงแก้กฎหมายเลิกเก็บภาษีบาป ส่อทำลายระบบป้องกันส่งเสริมสุขภาพอ่อนแอ ทำคนไทยป่วยเพิ่ม
วันที่ 4 ต.ค. 2569 ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอให้ยกเลิกภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) หรือภาษีบาป โดยให้ไปใช้งบประมาณปกติ อ้างเหตุผลให้เป็นไปตามหลักวินัยการเงินการคลังว่า การดำเนินงานของทั้ง 4 กองทุน ที่ได้รับภาษีบาป รวมถึงกองทุนสำนับสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยืนยันว่า ไม่ขัดกับหลักวินัยทางการเงินการคลัง และรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 26 ไม่ให้เสนอกฎหมายที่เก็บอัตราภาษีเพิ่มพิเศษเพื่อไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์โดยไม่นำส่งรายได้แผ่นดิน แต่มาตรา 82 ก็เขียนยกเว้นไว้ว่า กฎหมายที่มีการกำหนดไว้แล้วถือว่าทำได้ แสดงว่าคนร่างกฎหมายขณะนั้นมองว่า Earmarked Tax ทั้งกองทุน สสส. กองทุนกีฬา กองทุนผู้สูงอายุ และไทยพีบีเอส มีความสมเหตุสมผล
“ร่างฉบับนี้ต้องการเอื้อให้นายทุน ทำให้ภาษีที่เก็บเพิ่มจากปกติ 2% คืนกลับไปสนับสนุนทุนสุรา แอลกอฮอล์ และยาสูบ มีแต่ธุรกิจที่ได้ประโยชน์ อีกส่วนคือการเมือง เพราะภาพรวมทุกวันนี้รัฐบาลควบคุมได้เกือบทั้งหมด ถ้าสามารถคุมประชาชนได้อีกส่วนหนึ่งก็จะเบ็ดเสร็จ นี่เป็น Hidden Agenda ของรัฐบาล ส่วนคนเสียประโยชน์คือสังคมและประชาชน เพราะการเขียนให้เข้าสู่ระบบงบปกติ เป็นการทำลาย Ecosystem ของกองทุนที่สร้างระบบเชิงภูมิคุ้มกันป้องกัน นำไปสู่การติดเหล้าบุหรี่มากขึ้น ที่สำคัญวิกฤตสุขภาพโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ก็จะสร้างภาระกับรัฐมากขึ้น”
ศ.ดร.บรรเจิด กล่าวต่อว่า ส่วนที่ออกมาบอกว่า จะออกกฎกระทรวงเพื่อเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มทดแทนส่วนของ Earmarked Tax ยืนยันว่าทำไม่ได้ เป็นวาทะกรรมที่หลอกลวงประชาชน เพราะร่างฉบับใหม่ มาตรา 5 ไปตัดมาตรา 11-14 ของกฎหมายเดิมไปแล้วโดยสภา การจะไปออกกฎกระทรวงเพื่อเรียกเก็บทำไม่ได้ ตัดแล้วคือตัดเลย ซึ่งในกรณีนี้ควรจะถอนร่างกฎหมายนี้ออกไปหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความดันทุรังของรัฐบาล อยากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า อยากให้ไตร่ตรองเรื่องนี้ให้ดี เพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากวิกฤตการเงินการคลังในอนาคตมาจากวิกฤตระบบสุขภาพโรคเรื้อรัง รัฐบาลถมค่ารักษากว่า 8 แสนล้านบาท ขณะที่งบป้องกันมี 4 พันล้าน การดึงเอางบป้องกันส่วนนี้กลับไปเท่ากับทำลายระบบสร้างนำซ่อมที่วางไว้
ศ.ดร.บรรเจิด กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีกรอบวินัยทางการเงินการคลังอีกหลักว่า รัฐบาลต้องบริหารตามกฎหมาย ดังนั้น การบริหารกองทุน สสส.จึงเป็นการบริหารตามกฎหมายอยู่แล้ว และเป็นไปตามระบบวินัยการเงินการคลังอีกด้วย เพราะมีระบบตรวจสอบ 3 ระบบ คือ 1.ระบบตรวจสอบภายในตามประกาศกระทรวงการคลัง และมีระบบคณะกรรมการประเมินที่เป็นอิสระ 2.ระบบตรวจสอบภายนอก คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) 3.มีคณะกรรมการบริหารกองทุนหมุนเวียนเข้ามากำกับอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้นการใช้ Earmarked Tax ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องวินัยการเงิน 100% และไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เพราะมีบทเฉพาะกาลรองรับแล้ว
ด้านนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตนคิดว่าการยกเลิกภาษีบาปเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่รู้ว่ารัฐบาลคิดอะไรอยู่ สิ่งที่เรียกว่าวินัยการเงินการคลังนั้นตีกรอบได้หลายอย่าง มองว่ารัฐน่าจะมีแนวทางการทำงานเพื่อหารายได้เพิ่มนอกเหนือจากภาษีทางตรงเพื่อไปทำงานพัฒนาสังคม เช่น กรณี พ.ร.บ.ประกันภัยบุคคลที่สาม กฎหมายบังคับหากนายจ้างไม่จ้างงานผู้พิการตามสัดส่วนก็ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนผู้พิการ และกฎหมายเก็บค่าธรรมเนียมบริษัทเหล้า บุหรี่ มาทำกิจกรรมสาธารณะให้กับ 4 องค์กรตามกฎหมาย
“ผมมองไม่เห็นเหตุผลที่จะยกเลิกเงินตรงนี้ งงเหมือนกัน แปลว่าตั้งใจจะไปช่วยบริษัทเหล้า บุหรี่หรือเปล่า เพราะทุกคนรู้ว่าหากบริษัทเหล้า บุหรี่มีต้นทุนลดลงก็จะทำให้สินค้าเหล่านี้ราคาถูกลง การบริโภคก็จะเพิ่มขึ้น การเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะจากธุรกิจเหล้า บุหรี่ ที่เป็นสินค้าอันตรายต่อสุขภาพ เป็นยุทธศาสตร์ปกติของการควบคุมการบริโภคยาสูบและสุราที่ทั่วโลกเขาก็ทำกันอยู่แล้ว อยู่ดีๆ เราไปเลิกก็อาจทำให้ปัญหาจากการบริโภคสุราและบุหรี่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว
นพ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากมีการแก้กฎหมาย บริษัทเหล่านี้ไม่ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมเข้า 4 กองทุนเหมือนเดิมแล้ว รัฐจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแทน จะนำเงินส่วนไหนมาสนับสนุน หรือจะเฉือนมาจากงบด้านสาธารณสุขของประเทศ นี่ก็เป็นอีกคำถามใหญ่ เพราะรู้กันดีอยู่แล้วว่าโรงพยาบาลต่างๆ มีเงินไม่พอ มีปัญหาเรื่องขาดทุน ดังนั้นไม่รู้ว่ารัฐบาลคิดอะไรอยู่ ถึงยอมตัดแหล่งรายได้ที่ได้จากภาษีจากบริษัทเหล้าและบุหรี่ออกไปเฉยๆ แล้วมารับภาระแทน ซึ่งเป็นเรื่องตลกมาก เพราะอยู่ดีๆ มีเงินอยู่ แล้วไปออกกฎหมายยกเลิก ยิ่งถ้ามองว่าปัจจุบันรัฐบาลก็เงินน้อย เศรษฐกิจก็ไม่ดี ภาษีก็เก็บได้น้อย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- สรุป 5 ข่าวเด่นสำคัญในประเทศไทย ประจำเช้าวันที่ 3 ตุลาคม 2569 3 ต.ค. 2569
- “จักรภพ” ชูวาระกู้วิกฤตมันสำปะหลังไทย เร่งสกัดโรคใบด่าง หลังเกษตรกรเผชิญปัญหา 7 ปี 3 ต.ค. 2569
- "เมฆินทร์" ลุยน้ำท่วมองครักษ์ขนเสบียงอาหาร-น้ำ-ถุงยังชีพ ส่งถึงประชาชน 3 ต.ค. 2569
- “อนุทิน” ติดตามน้ำท่วม จ.นครสวรรค์ กำชับจัดตั้งศูนย์พักพิงดูแลประชาชนครบทุกมิติ บริหารควบคุมการระบายน้ำ รับมือน้ำทะเลหนุน 3 ต.ค. 2569
- "Traffy Fondue ซ่อม สร้าง สู้น้ำท่วม" กระทรวงแรงงาน ประสานทีมช่างช่วยประชาชนหลังน้ำท่วม แนะนำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาจุดบริการเพื่อความสะดวกรวดเร็ว 3 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“สุวัจน์” เปิด “ครัวโคราช”เติมกำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม มองแก้ไขปัญหาระยะยาว ถึงเวลาที่ต้องสร้าง Mega infrastructure ด้านน้ำ เพื่อความยั่งยืน 20:37 น.- กรมชลฯประชุด่วน เกาะติดสถานการณ์น้ำ “อธิบดีกรมชลฯ “สั่งทุกพื้นที่ระดมกำลังช่วยประชาชนต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 20:27 น.
- 'พ.ต.อ.ทวี' นำทีมประชาชาติ-บิ๊กธุรกิจยะลา ถก 'กงสุลใหญ่จีน' ชงโมเดลแก้จน-ปั้นส่งออกฮาลาล-ดึง BYD หนุนอาชีวะใต้ 20:16 น.
- กรมประมงยกระดับเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย เปิด War Room ศูนย์ป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติด้านการประมงจัดชุดเฉพาะกิจเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมคุมเข้มฟาร์มจระเข้ป้องกันหลุดรอด 20:01 น.
- "พลพีร์" นำทีมมหาดไทยพร้อมลูกชาย ส่งมอบอาหารพร้อมทาน 6,000 ชุด พร้อมข้าวสาร ปลากระป๋อง เครื่องปรุง น้ำมัน และน้ำดื่ม 10,000 ขวด ช่วยประชาชนชาวชุมชนเคหะร่มเกล้าต่อเนื่อง 19:58 น.


