วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 22:22 น.

การเมือง

อธิบดีกรมสรรพสามิตแจงชัด ปม On Top 2% ไม่ได้ลดภาษีเอกชน เดินหน้าปรับเข้าสู่ภาษีสรรพสามิตปกติ ย้ำรัฐบาลมุ่งนำรายได้เข้าคลังตามนโยบาย

วันจันทร์ ที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 16.14 น.

เมื่อวันที่  5 ตุลาคม 2569  นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ชี้แจงกรณีการปรับระบบการนำส่งเงินของ 4 กองทุนที่ได้รับเงินจากภาษีสรรพสามิตสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ช่อง Nation TV โดยย้ำว่า แนวทางที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไม่ได้เป็นการลดภาระภาษีของผู้ประกอบการ หรือเอื้อประโยชน์ให้ภาคเอกชนแต่อย่างใด แต่เป็นการปรับรูปแบบการจัดเก็บ และนำส่งเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน
 
โดยนายพรชัย กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายในเรื่องดังกล่าวมีแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบ โดยรูปแบบแรก คือ เมื่อกองทุนได้รับเงินจากภาษีสรรพสามิตแล้ว ให้มีการนำเงินส่งกลับเข้าคลัง ซึ่งจะเป็นลักษณะรับเงินจากกรมสรรพสามิตแล้วนำส่งคืนคลังอีกทอดหนึ่ง
 
ส่วนรูปแบบที่ 2 ซึ่งกรมสรรพสามิตเห็นว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า คือ การยกเลิกการนำส่งเงินในรูปแบบเดิม และรัฐบาลออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เพื่อเพิ่มอัตราภาษีให้กับสินค้ากลุ่มดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการยังคงเสียภาษีในอัตราที่ปัจจุบันเสียอยู่เช่นเดิม

“ผู้ประกอบการยังเสียภาษีในอัตราที่ปัจจุบันเสียอยู่ครับ” นายพรชัย กล่าว
 
อธิบดีกรมสรรพสามิต ย้ำว่า แนวทางดังกล่าวไม่ได้ลดภาษีให้ภาคเอกชน โดยเงินส่วนดังกล่าวจะเปลี่ยนสถานะเป็นส่วนหนึ่งของภาษีสรรพสามิตตามปกติ และนำส่งเข้าสู่คลังโดยตรง จากนั้นการใช้จ่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าสู่กระบวนการขอรับงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณ และการอนุมัติงบประมาณตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ
 
ทั้งนี้ นายพรชัย ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ในข้อ 22.3 ซึ่งกำหนดให้จัดทำกฎหมายเพื่อนำภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อสังคมกลับเข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน เพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง
 
สำหรับการดำเนินการในปัจจุบัน นายพรชัย กล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตศึกษาแนวทางดังกล่าวไว้แล้ว โดยกรมสรรพสามิตเห็นว่าแนวทางที่ 2 มีความเหมาะสม เนื่องจากเป็นการดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร และสามารถเสนอร่างกฎกระทรวงให้มีผลบังคับใช้ในวัน เวลา และอัตราที่เหมาะสมได้
 
ส่วนร่างพระราชบัญญัติที่มีการเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น นายพรชัย กล่าวว่า หากเป็นกฎหมายว่าด้วยการเงิน เมื่อเข้าสู่กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ร่างดังกล่าวจะต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ จะพิจารณาและจัดทำความเห็นประกอบร่างกฎหมาย
 
“ทางเราก็ทำความเห็นแล้วก็ส่งร่างประกบครับ” นายพรชัย กล่าว
 
อธิบดีกรมสรรพสามิต ยืนยันว่า รัฐบาลมีการเตรียมการเรื่องนี้ไว้ตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตศึกษาและเตรียมการไว้แล้ว เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลมีภารกิจสำคัญอื่นที่ต้องดำเนินการ จึงมีการจัดลำดับความสำคัญของงาน ขณะที่การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างกฎหมายในช่วงเวลานี้ จึงถือเป็นจังหวะที่กระบวนการทั้งสองส่วนมาบรรจบกัน
 
ทั้งนี้ นายพรชัย ย้ำสาระสำคัญว่า หากดำเนินการตามแนวทางที่ 2 ภาระภาษีของผู้ประกอบการจะไม่ได้ลดลง โดยเงิน 2% ที่เคยจัดเก็บในรูปแบบ On Top จะถูกปรับให้เป็นส่วนหนึ่งของภาษีสรรพสามิตปกติ และนำส่งเข้าสู่คลัง ก่อนเข้าสู่กระบวนการงบประมาณตามระบบต่อไป

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง