วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 20:14 น.

การเมือง

ปลัด มท. กำชับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ บูรณาการรับมืออุทกภัย 11 ด้าน โดยเฉพาะ "14 จังหวัดภาคใต้" สั่งการจัดตั้ง "ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด 24 ชม." ดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมเร่งเยียวยาฟื้นฟูให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

วันจันทร์ ที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 18.10 น.

เมื่อวันที่  5 ตุลาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยถึงข้อสั่งการจากการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ในการติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธาน ในช่วงตลอด 6 วันที่ผ่านมา เพื่อวางแนวทางขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ
 
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตนได้เน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญ 11 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการบริหารจัดการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด บริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ทั้งการดูแลในศูนย์พักพิงชั่วคราว การดูแลกลุ่มเปราะบาง ระบบไฟฟ้า ประปา ตลอดจนการรับและแจกจ่ายสิ่งของบริจาคอย่างทั่วถึง ไม่ซ้ำซ้อน 2. ด้านข้อมูล ให้จังหวัดนำข้อมูลการคาดการณ์ พื้นที่เสี่ยง และแนวโน้มสถานการณ์มาประกอบการตัดสินใจ โดยให้มีการปรับเพิ่มรายละเอียดวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมให้เข้าใจง่ายเพื่อใช้แจ้งเตือนภัย และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นศูนย์กลางบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง 3. ด้านประสานงานและการบูรณาการ ให้จังหวัดที่มีสถานการณ์อุทกภัยหรือมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญ จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและเปิดปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมไม่ให้เกิดความอ่อนล้า และแจ้งข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่ายอย่างทันท่วงทีให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกระดับ
 
4. ด้านการสนับสนุนและการส่งกำลังบำรุง ให้จังหวัดที่มีความพร้อมด้านทรัพยากรและสิ่งของบริจาค ทำหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดหรือพื้นที่ที่มีความพร้อมน้อยกว่า 5. ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดเตรียมระบบบริการทางการแพทย์ให้ครอบคลุมทุกมิติ สำหรับใช้เพื่อดูแลประจำ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงวางแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในพื้นที่เสี่ยงเข้าพักรักษาในสถานพยาบาลหรือ รพ.สต. ที่มีความพร้อม การดูแลสุขภาพจิตของประชาชน 6. ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ให้จังหวัด กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ขยะ ผักตบชวา และวัชพืชต่าง ๆ เพื่อเปิดทางน้ำไหลและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเร่งด่วน
 
7. ด้านการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ ให้จังหวัดที่คาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัยในห้วงต่อไป "โดยเฉพาะจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้" เร่งทบทวนแผนเผชิญเหตุเป็นรายพื้นที่ ระบุพื้นที่เสี่ยง แบ่งมอบภารกิจให้ชัดเจน หากจำเป็นต้องอพยพประชาชนและกลุ่มเปราะบาง ให้เร่งอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงชั่วคราวก่อนเกิดสถานการณ์ พร้อมให้กองทัพภาคที่ 4 ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และกู้ภัย จัดเตรียมกำลังพล เครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย รวมถึงเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวไว้ล่วงหน้าอย่างเหมาะสม 8. ด้านการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ให้สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจประชาชน ร่วมกับหน่วยงานด้านประชาสัมพันธ์กระทรวงมหาดไทย ประชาสัมพันธ์จังหวัด และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านทุกช่องทางสื่อสารอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง
 
9. ด้านการสำรวจความเสียหายและเยียวยาประชาชน ให้จังหวัด กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหายในทุกมิติอย่างครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน พร้อมเร่งดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็ว ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ 10. ด้านการฟื้นฟูพื้นที่น้ำลดให้กลับสู่ภาวะปกติ ให้เร่งระบายน้ำ กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล ทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะเพื่อป้องกันปัญหาสาธารณสุขภายหลังน้ำลด และจัดทำแผน Big Cleaning เพื่อให้ประชาชนและสถานประกอบการกลับมาใช้ชีวิตและดำเนินกิจการได้ตามปกติโดยเร็ว และ 11. ด้านการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค ให้เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ไฟฟ้า ประปา ถนน และสัญญาณโทรศัพท์ ให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่
 
"กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความมุ่งมั่นและพร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอย่างครอบคลุมทุกมิติ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำข้อสั่งการทั้ง 11 ด้านไปสู่การปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทันที และมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งเร่งเยียวยาและฟื้นฟูให้พี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติสุขได้โดยเร็วที่สุด" นายอรรษิษฐ์ กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้าย
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง