วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569 20:01 น.

การเมือง

“อภิสิทธิ์” ชี้รัฐบาลถังแตกต้องเสนอแก้กฎหมาย 4 ฉบับยึดภาษีบาปเข้าคลัง

วันพุธ ที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 18.04 น.

“อภิสิทธิ์” ค้านรัฐบาลแก้กฎหมายดึงเงิน “สสส.–ไทยพีบีเอส” เข้าคลัง ห่วงเสียอิสระ–ความน่าเชื่อถือการทำงาน ชี้รัฐบาลถังแตกไล่ล้วงลูกเงินนอกงบประมาณใช้จ่าย

วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของรัฐบาลในการโอนย้ายงบประมาณจากภาษีจัดสรรเฉพาะ (ภาษีบาป) ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กลับเข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดินปกติ ซึ่งแนวทางดังกล่าวขัดต่อหลักการและวัตถุประสงค์ดั้งเดิมในการก่อตั้งองค์กรที่ต้องการความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่

นายอภิสิทธิ์ ประเมินว่า รัฐบาลกำลังประสบปัญหาข้อจำกัดด้านพื้นที่ทางการคลังในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายในปีหน้า จึงมีความพยายามแสวงหาแหล่งเงินที่อยู่นอกงบประมาณดึงกลับเข้ามา เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ตามนโยบาย โดยอ้างข้อกฎหมายเรื่องวินัยการเงินการคลัง กรณีของทั้งสององค์กรไม่ควรมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบแหล่งเงินทุน เพราะว่าทั้งสององค์กรถูกออกแบบและตั้งขึ้นมาโดยคำนึงถึงเรื่องของความเป็นอิสระ หรือความสอดคล้องกับภารกิจของเขา เนื่องจากภารกิจหลักคือการสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทำงาน ซึ่งไม่ใช่ภารกิจในรูปแบบระบบราชการปกติ จึงจำเป็นต้องมีหลักประกันรายได้ที่ชัดเจนจากการจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบ

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าหลักการจัดสรรรายได้โดยตรง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการปรับปรุงแก้ไข หากรัฐบาลหรือสังคมเห็นว่าองค์กรมีรายได้มากเกินไป ควรใช้วิธีพิจารณาปรับลดเพดานงบประมาณ หรือเพิ่มระบบการตรวจสอบ แทนการดึงเงินกลับเข้าสู่ระบบงบประมาณรายปี

“ตัวเลขเพดานไม่ควรจะเป็นเรื่องเฉพาะงบแต่ละปี แต่ควรจะไปดูเงินสะสม หักภาระหนี้สิน แล้วก็ไปดูคร่าวๆว่าขอบเขตของงานเป็นอย่างไร ถ้าเห็นว่าตอนนี้มีเงินสะสมเยอะ ก็อาจจะปรับลดเพดาน หรือมีระบบการตรวจสอบตรงนี้ได้ แต่ไม่ใช่มาขอเป็นงบประมาณรายปี วันนี้ต้องมีการการันตีรายได้ขั้นต่ำ ไม่ใช่ลดเพดานเสียจนเขาทำงานไม่ได้” นายอภิสิทธิ์ระบุ

นายอภิสิทธิ์ ยังเสนอให้ ยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลระดับองค์กร สสส.ให้มีความโปร่งใสในการจัดสรรเงินอุดหนุนแก่หน่วยงานต่างๆมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่องค์กรเหล่านี้ควรดำเนินการอยู่แล้ว การนำงบประมาณของ สสส. ไปผูกติดกับรัฐบาลจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ และกระทบการขับเคลื่อนงานของภาคประชาชน เนื่องจากงานรณรงค์โดยหน่วยงานรัฐมักถูกมองว่าเป็นการรับโจทย์จากผู้มีอำนาจ และขาดการเปิดรับการมีส่วนร่วม เมื่อเทียบกับการขับเคลื่อนผ่านกองทุนที่ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมโดยตรง

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง