วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569 13:39 น.

การเมือง

“สุชาติ” หนุนสอบครูส่วนกลาง ยกเลิกสัมภาษณ์ ชี้ประตูเข้าวิชาชีพต้องโปร่งใส “ไม่ต้องมีเงิน ไม่ต้องมีเส้น”

วันพฤหัสบดี ที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 09.29 น.

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในประเด็นการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นครู โดยสนับสนุนแนวทางที่วุฒิสภาแก้ไขมาตรา 6/2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับมาตรา 47 และเสนอให้การสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยอยู่ภายใต้การจัดการของส่วนกลาง เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศและลดช่องโหว่การใช้ดุลพินิจ

ศ.ดร.สุชาติกล่าวว่า “ประตูเข้าของระบบครู” ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากกระบวนการคัดเลือกครูขาดความโปร่งใส ก็ยากที่จะคาดหวังให้ระบบการศึกษาทั้งระบบมีความโปร่งใส โดยหลักการสำคัญคือ ผู้ที่จะได้รับการบรรจุเป็นครู ค.ศ.1 ควรได้รับตำแหน่งจากความรู้และความสามารถของตนเอง ไม่ใช่จากการรู้จักบุคคลใด มีเส้นสาย หรือใช้ทรัพย์สินเงินทองแลกกับตำแหน่ง

ศ.ดร.สุชาติเสนอให้ปรับรูปแบบการสอบ โดยให้ส่วนกลางเป็นผู้รับผิดชอบตั้งแต่การออกข้อสอบ กำหนดมาตรฐาน ควบคุมการสอบ ตรวจข้อสอบ และจัดลำดับผู้สอบ พร้อมใช้ข้อสอบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยให้ผู้สมัครระบุความประสงค์เกี่ยวกับพื้นที่หรือหน่วยงานที่ต้องการเข้ารับการบรรจุไว้ล่วงหน้า จากนั้นจัดสรรตามลำดับคะแนนและความต้องการของผู้สอบ

ประเด็นสำคัญที่ ศ.ดร.สุชาติเสนอคือ ให้ใช้เฉพาะการสอบภาค ก. และภาค ข. และยกเลิกการสอบสัมภาษณ์ในภาค ค. โดยเห็นว่าการสอบสัมภาษณ์เปิดช่องให้เกิดการใช้ดุลพินิจของบุคคล และหากระบบควบคุมไม่ดี อาจนำไปสู่การฝากฝัง วิ่งเต้น หรือเรียกรับผลประโยชน์จากผู้สมัคร

“การสอบสัมภาษณ์เป็นการเปิดให้บุคคลใช้ดุลพินิจ และถ้ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ก็จะไปเรียกร้องทรัพย์สินเงินทองจากผู้เข้าสอบ” ศ.ดร.สุชาติกล่าว พร้อมย้ำว่า การออกแบบระบบที่ดีควรเป็นระบบที่ไม่มีบุคคลใดสามารถถือคะแนนไว้ในมือจนสามารถนำไปซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ได้

ศ.ดร.สุชาติยังกล่าวถึงกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับเงินเพื่อช่วยให้สอบบรรจุครูว่า ที่ผ่านมามีข่าวลักษณะดังกล่าวหลายครั้ง โดยอ้างถึงรายงานของ Thai PBS ที่เคยนำเสนอกรณีผู้สมัครถูกเสนอให้จ่ายเงินตั้งแต่ 350,000-700,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยให้ได้รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วย รวมถึงการที่สำนักงาน ป.ป.ช. เคยออกประกาศเตือนผู้สมัครครูให้ระมัดระวังบุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบบรรจุได้โดยเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์

“เราต้องแก้ไขที่ระบบ ไม่ใช่ไปจับคนที่เรียกร้องเงินทองเป็นคนๆ ไป” ศ.ดร.สุชาติกล่าว พร้อมเสนอว่า วิธีป้องกันที่สำคัญคือการออกแบบระบบให้ไม่มีใครมีคะแนนอยู่ในมือที่จะนำไปขายได้

สำหรับรูปแบบที่เสนอ ได้แก่ ส่วนกลางออกข้อสอบ ส่วนกลางกำหนดมาตรฐาน ส่วนกลางควบคุมการสอบ ส่วนกลางตรวจข้อสอบ และส่วนกลางจัดลำดับผู้สอบตามคะแนน จากนั้นผู้ที่ได้คะแนนสูงกว่าจะมีสิทธิ์ได้รับการบรรจุตามพื้นที่หรือความต้องการที่แจ้งไว้ล่วงหน้า โดยไม่มีการสัมภาษณ์และไม่มีคณะกรรมการรายใดสามารถเพิ่มหรือลดคะแนนของผู้สมัครได้ตามความรู้สึกหรือดุลพินิจส่วนบุคคล

ศ.ดร.สุชาติยังชี้ว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เรียนวิชาชีพครูจำนวนมาก โดยเฉพาะนักศึกษาจากครอบครัวที่มีฐานะไม่ดี หลายคนต้องกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา หากต้องเผชิญกับการเรียกรับเงินจำนวนมากเพื่อแลกกับตำแหน่ง ก็อาจทำให้ต้องก่อหนี้เพิ่มขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มประกอบอาชีพ

“เด็กที่เรียนเก่ง สอบเก่ง ต้องชนะด้วยความสามารถ ไม่ใช่แพ้คนที่มีเงินมาให้” ศ.ดร.สุชาติกล่าว พร้อมเห็นว่า หากสังคมต้องการปลูกฝังให้เด็กไทยยึดมั่นในความสุจริต บุคคลสำคัญที่จะสอนเรื่องความสุจริตแก่เด็กก็คือครู ดังนั้น กระบวนการเข้าสู่วิชาชีพครูจึงควรเป็น “ประตูที่สะอาด”

ศ.ดร.สุชาติกล่าวด้วยว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายของวุฒิสภาในประเด็นดังกล่าว พร้อมเสนอหลักการ 3 ประการ ได้แก่ ให้ส่วนกลางเป็นผู้จัดสอบ ใช้ข้อสอบภาค ก. และภาค ข. เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ และยกเลิกการสอบสัมภาษณ์รวมถึงการให้คะแนนจากดุลพินิจของบุคคล

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้สมัครจากทุกครอบครัวได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีเงิน ไม่ต้องมีเส้นสาย และไม่ต้องรู้จักผู้มีอำนาจ แต่ใช้ความรู้ความสามารถและผลคะแนนเป็นเกณฑ์ในการเข้าสู่วิชาชีพครู

ศ.ดร.สุชาติยังยกตัวอย่างระบบการสอบคัดเลือกขุนนางของจีนในอดีต โดยเปรียบเทียบกับการสอบจอหงวนว่า เมื่อมีการกระจายการสอบและเปิดช่องให้เกิด “เด็กเส้น” และผู้มีฐานะได้เปรียบ จึงมีการพัฒนาระบบสอบส่วนกลางที่เน้นคะแนนและลดการใช้ดุลพินิจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงประสบการณ์ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยระบุว่าเคยเสนอให้สำนักงาน ก.ค.ศ. พิจารณาการจัดสอบ แต่ต้องการให้ยกเลิกการสอบสัมภาษณ์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่องทางที่อาจนำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์

ศ.ดร.สุชาติทิ้งท้ายว่า การปฏิรูประบบสอบครูจำเป็นต้องยอมรับว่าระบบยังมีปัญหา และไม่ควรตั้งสมมติฐานว่าทุกคนในระบบเป็นคนดีทั้งหมด เพราะหากต้องการให้ครูเป็นผู้ปลูกฝังความสุจริตให้แก่เยาวชน กระบวนการคัดเลือกครูเองก็ต้องตั้งอยู่บนหลักความโปร่งใส ความยุติธรรม และความสามารถเป็นสำคัญ

 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง