การเมือง
"อนุทิน" ประชุมร่วมผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมืออุทกภัยจากฝนตกหนัก ย้ำต้องช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต อยู่ในที่ปัจจัย 4 ครบถ้วน พร้อมกำชับสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย ฟังแล้วสามารถปฏิบัติตามได้ทันที
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. ที่โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคใต้ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง รศ.ประวิต เอราวรรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ ร่วมประชุม และประชุมผ่านระบบออนไลน์
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้เรามาปฏิบัติภารกิจในการรับเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่จังหวัดปัตตานี จึงใช้โอกาสนี้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เพราะจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาแสดงให้เห็นว่า ตอนนี้หลายจังหวัดยังมีความเสี่ยงประสบอุทกภัยจากปริมาณน้ำฝนที่จะตกชุกครอบคลุมแทบทุกจังหวัดในภาคใต้ โดยเริ่มมาจากจังหวัดเพชรบุรีถึงประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่ในห้วงเวลานี้จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 69
จึงต้องมีการประชุมซักซ้อมความพร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยขอย้ำว่า "มันไม่ควรจะเกิดขึ้น" แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วพวกเราจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร เพราะดูแล้ว ยังไม่มีวี่แววจะลดลง "การเตรียมพร้อมคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ในวันนี้" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ความพร้อมในการดูแลประชาชน" ด้วยการ "คาดการณ์สถานการณ์ได้ล่วงหน้าและมีการเตรียมการศูนย์พักพิงเพื่ออพยพผู้คน" โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ โดยจำแนกตามอาการป่วยไปยังสถานพยาบาลต่าง ๆ เพื่อให้เขาปลอดภัย
หลักการคือ "ต้องไม่มีพื้นที่ไหนที่ถูกละเลย" การสื่อสารกับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยการสื่อสารที่ทั่วถึง เข้าใจง่าย ใช้ถ้อยคำภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจทันที เป็นภาษาที่ง่ายต่อการเข้าใจ ไม่ต้องอาจอธิบายทางเทคนิคหรือเหตุผลอะไรที่ไม่จำเป็น ต้องย้ายออกเมื่อไหร่ กลับเข้ามาได้ตอนไหน ทำอะไรบ้าง 1 2 3 4 5 ให้ชัดเจนไปเลย เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ได้ และในการบริหารจัดการน้ำ ต้องสื่อสารกันระหว่างรอยต่อพื้นที่ต่อพื้นที่ด้วย เพื่อที่จะให้พื้นที่ที่รับน้ำต่อเตรียมความพร้อมการแจ้งเตือน และการดูแลประชาชน ซึ่งจะลดความรุนแรงในพื้นที่ต่าง ๆ และลดความขัดแย้งในพื้นที่ได้ โดยสิ่งที่เราต้องเน้นย้ำก็คือ "การเข้าไปช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต" และได้รับการดูแลให้อยู่ในที่ปลอดภัย มีปัจจัย 4 ครบถ้วน ไม่ขาดตกบกพร่อง
หากเกิดสถานการณ์ จุดวิกฤติที่สุดก็คือ เมื่อปริมาณน้ำมาถึง การเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางต้องดำเนินการอย่างทันท่วงที รวมถึงการดูแลห่วงโซ่อาหาร (Supply Chain) ทั้งวัตถุดิบ อาหารสด เนื้อ ผัก ไข่ น้ำมันพืช แก๊ส เครื่องปรุง ต้องมีการประสานผู้ประกอบการอาหาร ผู้ประกอบการขนส่ง ทั้งอาหาร อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย พวกปั๊มน้ำ เครื่องสูบน้ำ เรือยนต์ หรือยานพาหนะต่าง ๆไว้เป็นการล่วงหน้า ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการบริหารจัดการรวมถึงอนุมัติใช้เงินทดรองราชการโดยใช้ดุลพินิจ เบิกจ่ายด้วยความถูกต้อง ดโปร่งใส ทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ โดยไม่ต้องรอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเดียว เพราะอาจจะต้องใช้เวลาในการเดินทางของเครื่องจักรกล ซึ่งไม่ทันต่อสถานการณ์ และถ้าสามารถเตรียมพร้อมลักษณะนี้ได้ การดูแลพี่น้องประชาชนก็จะทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ อยู่ภายใต้การควบคุม
ในเรื่อง "ศูนย์พักพิง" ต้องมีมาตรฐาน สามารถระบายอากาศได้ดี มีห้องน้ำ ห้องท่าที่ถูกสุขลักษณะ โดยบูรณาการร่วมมือกับทุก ๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ องค์กรภาคเอกชนต่าง ๆ ระดมสรรพกำลังให้พร้อมเวลามีภัยต่าง ๆ และสามารถใช้เงินทดรองราชการในการจ้างทำความสะอาดห้องน้ำห้องท่าให้ถูกสุขลักษณะสาธารณสุขด้วย และในส่วนของ "กระทรวงสาธารณสุข" ต้องเตรียมความพร้อมแยกคนป่วยตามประเภทไปยังสถานพยาบาล และต้องมีแผนการส่งต่อด้วย เพราะหากสถานพยาบาลได้รับผลกระทบ ก็จะต้องมีเครือข่ายในการส่งต่อผู้ป่วย รวมถึง "กระทรวงศึกษาธิการ" ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมอบหมายหน่วยงานในพื้นที่นำกำลังบุคลากรและนักศึกษาวิชาชีพช่างและคหกรรมไปร่วมสนับสนุนศูนย์พักพิง รวมถึงการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าของประชาชน
ในช่วงท้ายของการประชุม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการ 7 แนวทางเตรียมความบริหารจัดการสถานการณ์ อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ 1. ติดตาม และประเมินสถานการณ์ กำหนดพื้นที่เสี่ยง จุดเฝ้าระวัง ทบทวนข้อมูลพื้นที่ที่เคยประสบภัย พื้นที่ลุ่มต่ำ จุดระบายน้ำสำคัญ เส้นทางคมนาคมและพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ 2. ตรวจสอบและปรับปรุงระบบการระบายน้ำ อาทิ คู คลอง ประตูระบายน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมแก้ไขจุดเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ 3. เตรียมพร้อมด้านกำลังพลและทรัพยากร รวมถึงแผนสนับสนุน ต้องมีการจัดทำและบูรณาการทรัพยากรระหว่างพื้นที่ โดยแต่ละจังหวัดจะต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและให้ความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อนหรือส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่น และสามารถบูรณาการความช่วยเหลือระหว่างพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. การอพยพและการแจ้งเตือนประชาชน ให้ทบทวนจุดอพยพ ศูนย์พักพิงชั่วคราว เส้นทางอพยพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง และช่องทางการสื่อสารแจ้งเตือน โดยให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. กำกับติดตามและรายงานผลการดำเนินงาน การเตรียมความพร้อม ปัญหาอุปสรรค และความต้องการรับการสนับสนุนมายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย 6. ประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินและช่องทางติดต่อหน่วยงานภาครัฐให้ชัดเจน และ 7. จัดตั้ง "ศูนย์เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ของแต่ละหน่วยงานตามภารกิจและความรับผิดชอบ" เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงาน การประสานงาน และการสนับสนุนทรัพยากร ให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ
"ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดต้องใช้ช่องทางสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย และหน่วยประชาสัมพันธ์ภายในจังหวัด ดำเนินการกระจายข้อมูลข่าวสารออกไปทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นช่องทางของจังหวัดหรือโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม เอ็กซ์ หรืออะไรต่าง ๆ มีอยู่ แม้กระทั่งเป็นช้องทางส่วนตัวผู้ว่าฯ ช่องทางของจังหวัดเอง ของนายกเหล่ากาชาดจังหวัด ข้าราชการในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ "ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง" ตามที่รัฐบาลได้ประกาศตลอดเวลาว่า "ขอให้ยึดถือข้อมูลที่ทางราชการแจ้งประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนออกไปเป็นหลัก"
และในที่ประชุมนายกรัฐมนตรียังได้ เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ที่เริ่มมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นมา ซึ่งครอบคลุมภัยจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ประชาชน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ พร้อมทั้งกำชับหากเกิดภัยจะต้องมีการประกาศพื้นที่ประสบภัย และแจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเร่งสำรวจและยืนยันข้อมูลในการเบิกจ่ายประกันภัยตามกรมธรรม์ ครัวเรือนละ 10,000 บาท ในเบื้องต้น และค่าซ่อมแซมบ้านเรือนตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท กรณีเสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท
สำหรับผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าร่วมประชุม อาทิ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าสำนักงาน ปภ. จังหวัด ฝ่ายปกครอง
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- สรุป 5 ข่าวเด่นในประเทศไทย เช้าวันที่ 10 ตุลาคม 2569 น้ำท่วมเสียหายหนัก–ฝ่ายค้านเตรียมซักฟอก 18 รัฐมนตรี–องคมนตรีมอบถุงพระราชทานช่วยผู้ประสบภัย 10 ต.ค. 2569
- องค์กรภาคประชาสังคมนานาชาติ Movendi International แถลงการณ์คัดค้านการยกเลิกระบบภาษีเฉพาะ (Earmarked Tax) เรียกร้องรัฐบาลไทยทบทวน 10 ต.ค. 2569
- "อนุทิน" สั่งเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำลด-โอนเงินเยียวยาทันที กำชับ 14 จังหวัดใต้รับมือฝนระลอกใหม่ เน้นอพยพกลุ่มเปราะบางก่อนเกิดเหตุ 10 ต.ค. 2569
- "ภัทรพงศ์" ไม่พัก หลังร่วมต้อนรับนายกฯ ติมอร์ฯ ลงพื้นที่ต่อ ติดตามการระบายน้ำคลองรังสิตฯ พร้อมมอบข้าวกล่องจากโรงครัวภูมิใจไทยให้กับผู้ประสบอุทกภัย 10 ต.ค. 2569
- “สุชาติ” เสนอปฏิรูปกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ชูระบบคูปอง-วัดผลจากรายได้จริง ดันแรงงานไทยรับมือ AI 10 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
นายกสมาคมการบินนภารักษ์ เผยสื่อทั่วโลกรายงาน "ทรงเป็นพระราชินีพระองค์แรกที่ทรงบินเครื่องบินขับไล่" น้อมถวายความชื่นชม "พระราชินี" ทรงบินเดี่ยว JAS 39C Gripen 20:09 น.- “มท.3 เจเศรษฐ์” ส่งเรือท้องแบนช่วยบางน้ำเปรี้ยว พร้อมระดมรถขนขยะฟื้นฟูเคหะร่มเกล้า 19:12 น.
- “พีระพันธุ์” นำทีม รทสช. ลุยฟื้นฟูกรุงเทพฯ ตะวันออก ชาวบ้านสะท้อนน้ำมันแพง-ของแพงซ้ำเติมวิกฤต พบหลายจุดยังไร้เยียวยา ชี้น้ำลดแต่ความเดือดร้อนยังไม่ลดตาม 19:10 น.
- “สุริยะ”เตรียมเสนอแผนทุ่มงบกว่า 8,000 ล้านบาทจัดซื้อรถเกี่ยวข้าวและเครื่องจักรกลการเกษตรพลังงานไฟฟ้ากว่า 500 คัน ลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร 17:52 น.
- “สุชาติ” เสนอปฏิรูป กอช. ดัน “สลากออมทรัพย์–เพิ่มเงินสมทบรัฐ” จี้เปิดข้อมูลคนออมจริง ชี้บำนาญต้องพอเลี้ยงชีพวัยเกษียณ 17:09 น.


