การเมือง
ภาคประชาชนยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคประชาชน ค้านแก้กฎหมาย 4 ฉบับ ห่วงตัดแหล่งเงินกระทบความต่อเนื่อง–ความเป็นอิสระ เสนอใช้กลไกสภาศึกษาผลกระทบรอบด้าน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน อาทิ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) เครือข่ายสลัม 4 ภาค และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) เข้ายื่นหนังสือต่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน เพื่อหารือและแสดงจุดยืนต่อกรณีการเสนอแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับกลไกสาธารณะและสิทธิสวัสดิการของประชาชน ได้แก่ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย
.
ภาคประชาชนแสดงความห่วงกังวลต่อการเสนอแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับของรัฐบาล ซึ่งมีสาระสำคัญร่วมกันคือ การยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ แล้วเปลี่ยนไปใช้การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน โดยเห็นว่าแนวทางดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงาน การวางแผนระยะยาว และความเป็นอิสระของกลไกสาธารณะ ตลอดจนหลักประกันด้านการสร้างเสริมสุขภาพและสิทธิสวัสดิการของประชาชน

หนังสือดังกล่าวระบุว่า ผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 85,734 คน เห็นด้วยร้อยละ 9.33 และไม่เห็นด้วยร้อยละ 89.47
2. ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 124,593 คน เห็นด้วยร้อยละ 27.18 และไม่เห็นด้วยร้อยละ 72.42
3. ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 17,339 คน เห็นด้วยร้อยละ 26.65 และไม่เห็นด้วยร้อยละ 73.12
4. ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น 15,552 คน เห็นด้วยร้อยละ 31.84 และไม่เห็นด้วยร้อยละ 67.88

ขสช. ระบุว่า เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำผลการรับฟังความคิดเห็นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมเห็นว่าการพิจารณาร่างกฎหมายควรให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน ตลอดจนผลกระทบต่อหลักประกันด้านการสร้างเสริมสุขภาพ สิทธิสวัสดิการ และความเป็นอิสระของกลไกสาธารณะ
ภาคประชาชนมีความกังวลว่า การเปลี่ยนจากแหล่งเงินเฉพาะไปเป็นการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี อาจทำให้การดำเนินงานของกองทุนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านงบประมาณในแต่ละปี ส่งผลต่อการวางแผนงานระยะยาวและความต่อเนื่องของโครงการที่ทำงานร่วมกับประชาชนและภาคประชาสังคม
โดยเฉพาะกลไกที่ทำงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันปัญหาจากสุราและยาสูบ การดูแลผู้สูงอายุ ตลอดจนการสนับสนุนสื่อสาธารณะและการกีฬา ซึ่งล้วนมีบทบาทต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและจำเป็นต้องอาศัยการทำงานอย่างต่อเนื่อง
ภาคประชาชนจึงเห็นว่า การพิจารณาแก้ไขกฎหมายควรประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน และต้องมีคำตอบที่ชัดเจนว่าหากเปลี่ยนแหล่งเงินแล้ว จะมีหลักประกันอย่างไรให้กลไกเหล่านี้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นอิสระเช่นเดิม
ณัฐพงษ์กล่าวภายหลังรับฟังข้อเสนอของภาคประชาชนว่า ประเด็นสำคัญคือการพิจารณาว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับกองทุนทั้ง 4 แห่งอยู่ตรงไหน และควรแก้ไขด้วยวิธีการใดจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยไม่ทำให้หลักประกันด้านงบประมาณและความเป็นอิสระในการดำเนินงานต้องลดลง
ณัฐพงษ์เห็นว่า การเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณจากเงินเฉพาะไปเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการได้โดยอัตโนมัติ หากปัญหาอยู่ที่ระบบบริหารจัดการ ความโปร่งใส หรือประสิทธิภาพการใช้จ่าย ก็ควรพิจารณาแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยตรง แทนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแหล่งเงินซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อการทำงานในระยะยาว
ทั้งนี้ การปรับปรุงกฎระเบียบ กลไกตรวจสอบ และระบบบริหารจัดการ อาจเป็นทางเลือกที่ควรศึกษาอย่างจริงจังก่อนตัดสินใจแก้ไข พ.ร.บ. โดยต้องพิจารณาทั้งประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ความต่อเนื่องในการทำงาน และความสามารถในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแต่ละกองทุน
ในการหารือร่วมกับภาคประชาชนวันนี้ ณัฐพงษ์เสนอให้พรรคประชาชนและภาคประชาชนจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลและพิจารณาประเด็นที่ควรผลักดันผ่านกลไกของรัฐสภา โดยเห็นว่าหากต้องการเวลาและข้อมูลประกอบการพิจารณาที่รอบคอบขึ้น สามารถใช้กลไกกรรมาธิการวิสามัญศึกษาประเด็นดังกล่าว เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายร่วมตรวจสอบและเสนอแนวทางแก้ไขได้
ณัฐพงษ์ระบุว่า หากพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับปรุงกฎระเบียบหรือระบบบริหารจัดการ ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขกฎหมายในระดับ พ.ร.บ. แต่หากมีประเด็นที่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายจริง ก็ควรดำเนินการบนพื้นฐานของข้อมูลและข้อสรุปที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ
ด้านตัวแทนภาคประชาชนเห็นด้วยกับการใช้กลไกกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน พร้อมแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพรรคประชาชนในการจัดทำข้อเสนอและรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณา เพื่อให้การตัดสินใจเกี่ยวกับกฎหมายทั้ง 4 ฉบับตั้งอยู่บนข้อมูล หลักฐาน และการมีส่วนร่วมของประชาชน
การเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้พรรคประชาชน ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับอย่างใกล้ชิด และร่วมกันหาแนวทางคุ้มครองหลักประกันด้านการสร้างเสริมสุขภาพ สิทธิสวัสดิการ และความเป็นอิสระของกลไกสาธารณะ โดยไม่ให้การเปลี่ยนแปลงแหล่งงบประมาณกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้การทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนขาดความต่อเนื่อง
สำหรับภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วม ประกอบด้วย เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก เครือข่ายสลัม 4 ภาค ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน สมาคมเพศวิถีศึกษา และขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) เป็นต้น
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- "อนุทิน" Kick off เปิดโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" รัฐอุดหนุน 5 หมื่นบาท ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน มุ่งลดค่าไฟและเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นเงินออม สร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืน เพื่อประชาชนคนไทย 27 ต.ค. 2569
- “ทรงศักดิ์” ถกกลุ่ม ขสช. ปมยื่นเบรกแก้ 4 พ.ร.บ. ใช้ภาษีบาป แจงยังเป็นแค่ร่างสภาฯ ผุดไอเดียปรับจัดสรรงบ สสส. กระจายลงจังหวัดเหมือนกองทุนกีฬา 27 ต.ค. 2569
- สรุป 5 ข่าวเด่นในประเทศไทย เช้าวันที่ 27 ตุลาคม 2569 27 ต.ค. 2569
- ‘เพื่อไทย’ พร้อมส่ง ‘สรวงศ์’ เลือกตั้งซ่อม สส.สระแก้ว เขต 3 หนุนตรวจสอบจดทะเบียนกะเพรา ย้ำคุ้มครองสิทธิเกษตรกร พร้อมเตรียมสถานที่เรียนสำรองให้อุเทนถวาย 27 ต.ค. 2569
- ขสช. นำเครือข่ายภาคประชาชน 700 คน ชุมนุมหน้าทำเนียบฯ ค้านแก้กฎหมาย 4 กองทุน จี้นายกฯ รับฟังเสียงประชาชน 27 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
ดีอี เตือน เว็บไซต์ปลอม แอบอ้าง “ธนาคารออมสิน” ปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคล ระวังมิจฉาชีพหลอก สูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล 19:53 น.- ดีอี เตือน Line ID ปลอม แอบอ้าง “กระทรวงยุติธรรม” เปิดให้ ปชช. ขอรับความช่วยเหลือจาก “สแกมแมอร์” ระวังถูกหลอก สูญเงิน - ข้อมูลส่วนบุคคล 19:41 น.
- รมว.ดีอี เคาะมาตรการ D/ID บูรณาการความร่วมมือ PDPC - ปณท เดินหน้าคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลดิจิทัลไทย 18:52 น.
- รมช.ดีอี เปิดการฝึกทดสอบขีดความสามารถทางไซเบอร์ อัปเกรดเกราะป้องกันระบบหน่วยงานรัฐ รับมือการโจมตีไซเบอร์ ยกระดับการสร้างความปลอดภัยให้กับ ปชช. 18:41 น.
- ‘พ.ต.อ.ทวี’ ชี้ทางออกไฟใต้ แนะลดทิฐิ-คุยสันติสุขในประเทศ ไม่ต้องพึ่งคนกลางมาเลย์ ยก ‘อัตลักษณ์-มลายู’ กุญแจเชื่อมโลก 18:33 น.


