วันอังคาร ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 22:00 น.

อสังหา

กลุ่มโรยัล ซีพีเอชฯ ลุยธุรกิจอสังหาฯ ภูเก็ต ประเดิมเปิดคอนโดฯ “เลค อเวนิว ภูเก็ต” พรีเซลสิงหาคมนี้

วันพุธ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 17.23 น.

กลุ่มโรยัล ซีพีเอชฯ ลุยธุรกิจอสังหาฯ ภูเก็ต ประเดิมเปิดคอนโดฯ “เลค อเวนิว ภูเก็ต” พรีเซลสิงหาคมนี้

 

กลุ่มทุนรับเหมาก่อสร้างเมืองภูเก็ต ลุยธุรกิจพัฒนาที่ดิน ตั้งบริษัทโรยัล ซีพีเอช ดีเวลล็อปเม้นท์ ทุนจดทะเบียน จำนวน 154 ล้านบาท เปิดตัวคอนโดฯ แบรนด์แรก เลค อเวนิว ภูเก็ต ย่านเชิงทะเล บนที่ดินกว่า 5 ไร่ อาคารสูง 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 206 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 141,000 บาทต่อตารางเมตร เตรียมเปิดพรีเซลเดือนสิงหาคมนี้ กางแผนอนาคตเปิดพูลวิลล่าย่านเชิงทะเลเพิ่มอีก 1 โปรเจ็กต์

 

นางสาวสุกัญญา ตาเกอูจิ ผู้บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท โรยัล ซีพีเอช ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2557 เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขายในจังหวัดภูเก็ต ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 2 ล้านบาท ปัจจุบันเพิ่มทุนจดทะเบียนขึ้นเป็น 154 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นหลัก 5 คนทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่มีประสบการณ์อยู่ในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากว่า 20 ปี ทั้งด้านรับเหมาก่อสร้าง ไฟแนนเชียล และอินทีเรีย โดยมีนายฮิว จอห์น บัทเลอร์ เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท พร้อมด้วยผู้บริหาร คือ นายธนนนท์ วงศ์สวัสดิ์, นางสาวฬุรยา แสงกระจ่าง, นางสาวณฤดี ศิริมณี และนางสาวสุกัญญา ตาเกอูจิ

 

 

โดยได้เริ่มต้นจากการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างร่วมกันในนามบริษัท เอเอสแอล เมเนจเม้นท์ คอนแทรคติ้ง จำกัด ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 งานส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียม โรงแรม โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ และบริษัทอธีนา สยาม จำกัด รับงานด้านรับเหมาก่อสร้าง, สถาปัตยกรรมและการให้คำปรึกษางานก่อสร้างอาคารสูง และงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง ทำให้มองเห็นช่องทางและโอกาสที่จะขยายการลงทุนเข้ามาสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในจังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับได้มีการทยอยซื้อที่ดินเก็บไว้จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะในย่านเชิงทะเล ซึ่งเป็นทำเลยอดนิยมที่ได้รับความสนใจทั้งจากนักลงทุน และกลุ่มผู้ซื้อคนไทยและต่างชาติ 

 

เดิมบริษัทวางแผนจะเปิดตัวโครงการแรกเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรว์ตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ. 2561-2562 แต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศไทย จึงได้ชะลอแผนการลงทุนออกไป และกลับมาเปิดตัวใหม่อีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2567 นี้ โดยใช้ชื่อโครงการว่า เลค อเวนิว ภูเก็ต (Lake Avenue Phuket) มูลค่าโครงการ 1,940 ล้านบาท

 

โดยโครงการตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 5 ไร่ 40 ตารางวา ในซอยเชิงทะเล 3 ห่างจากถนนใหญ่ศรีสุนทรระยะทางไม่เกิน 200 เมตร โอบล้อมไปด้วยทะเลสาบขนาดใหญ่ถึง 2 ฝั่ง เป็นอาคารสูง 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 206 ยูนิต เป็นห้องชุดที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอยกว้างเริ่มต้นตั้งแต่ 34 ตารางเมตร สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน ส่วนแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีขนาดพื้นที่ 48-61ตารางเมตร และ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 67-70 ตารางเมตร และขนาด 92-142 ตารางเมตร เป็นห้องแบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ

 

นอกจากนี้ยังมีห้องชุดแบบจูเนียร์ เพนท์เฮาส์ ขนาดพื้นที่ 118 ตารางเมตร แบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และห้องเพนท์เฮ้าส์ขนาด 174-180 ตารางเมตร ขนาด 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ตกแต่งแบบ Fully Fitted มีทั้งชุดครัว เครื่องปรับอากาศ ตู้เสื้อผ้า และอุปกรณ์ในห้องน้ำ โดยห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 7

 

“การออกแบบโครงการได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหมืองแร่ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบในย่านนี้อดีตเคยเป็นเหมืองแร่เก่า จึงได้ออกแบบ Facade ให้เป็นสีทองแดง สีเทา และสีดำ สระว่ายน้ำดีไซน์เป็น Layer คล้ายกับเหมืองที่ขุดลึกลงใปในดิน โดยเลือกใช้บริษัทออกแบบ อินทีเรีย และแลนด์สเคปจากกรุงเทพฯ ทำให้โครงการมีความแตกต่างจากโครงการทั่วไปของผู้ประกอบการในท้องถิ่น เช่น บริษัท เมคอะซีน จำกัด (MAKE A SCENE) รับหน้าที่ด้านงานออกแบบ ส่วนงานแลนด์สเคปออกแบบโดยบริษัท แลนด์สเคปเทคโทนิคส์ จำกัด (LANDSCAPE TEXTONIX) และงานตกแต่งภายในโดยบริษัท แกลอเรีย จำกัด (GALLERIA)”

 

ทั้งนี้ จากการสำรวจความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อห้องชุดในภูเก็ต พบว่าส่วนใหญ่ต้องการห้องชุดแบบ 2 ห้องนอน ราคาไม่เกิน 8 ล้านบาท รองรับกลุ่มครอบครัวที่ซื้อเก็บไว้เป็นบ้านหลังที่ 2 ทำให้ โครงการเลค อเวนิว ภูเก็ต ได้ออกแบบห้องชุดขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 48 ตารางเมตร ออกมามากที่สุดถึง 54% ราคาขาย 7-8 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 141,000 บาทต่อตารางเมตร และแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 70 ตารางเมตร จำนวน 38 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 10 ล้านบาท ขณะที่ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 34 ตารางเมตร มีจำนวนแค่ 11 ยูนิตเท่านั้น เพราะยังมีห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนเหลือขายอยู่ในตลาดภูเก็ตค่อนข้างมาก

 

 

โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักจะเป็นคนไทยที่ต้องการซื้อห้องชุดเก็บไว้เป็นบ้านหลังที่ 2 หรือบ้านพักตากอากาศ รวมถึงซื้อเพื่อการลงทุน และกลุ่มคนในท้องถิ่น ส่วนลูกค้าต่างชาติจะเป็นกลุ่มยุโรป รัสเซีย และอเมริกาเหนือ ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าต่างชาติจองซื้อห้องชุดเต็มโควต้า 49%

 

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการตั้งอยู่บนเนื้อที่ 1 ไร่ เป็นอาคารคลับเฮาส์ 1 ชั้น แบบยกพื้นสูงพร้อมฟิตเนส และ Co-working Space สระว่ายน้ำ 2 โซน สวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีทั้งสวนธรรมชาติและสวนหิน ที่จอดรถชั้นใต้ดินและพื้นที่ชั้น 1 จำนวน 113 คัน หรือคิดเป็น 50% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด พร้อมจุด EV Charger ร้านอาหาร และพื้นที่ Pet Friendly สำหรับสุนัขและแมวขนาดน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้า-ออกโครงการด้วยการระบุตัวตนทั้งสแกนหน้าและคีย์การ์ด

 

ปัจจุบันโครงการเลค อเวนิว ภูเก็ต ได้ผ่านการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว และได้ลงมือก่อสร้างในส่วนของการลงเข็มและฐานรากแล้ว โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ และส่งมอบห้องชุดให้กับลูกค้าได้ช่วงปลายปี 2569 ส่วนงานขายจะเริ่มเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยอยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้าง Sale Gallery  ที่ตั้งอยู่เชิงทะเลซอย 1 ขณะที่โครงการตั้งอยู่เชิงทะเลซอย 3

 

นางสาวสุกัญญากล่าวว่า การแข่งขันของตลาดคอนโดฯ ในเมืองภูเก็ตค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร จากที่ตั้งโครงการ มีโครงการของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์เปิดขายอยู่ 3-4 โครงการ อาทิ โครงการ เดอะไทเทิล เลเจนดารี บางเทา ของ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ในเครือแอสเซทไวส์, โครงการโซ ออริจิ้น บางเทา บีช ของกลุ่มออริจิ้นฯ และโครงการเดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทาของกลุ่มแสนสิริ ขณะที่ โครงการเลค อเวนิว  ภูเก็ต มีความได้เปรียบด้านราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง 15-20% และมีพื้นที่ทะเลสาบอยู่ด้านข้างโครงการ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการแรกของเมืองภูเก็ต รวมถึงกลุ่มผู้บริหารโครงการที่เป็นคนในพื้นที่ภูเก็ตและทำธุรกิจมากว่า 20 ปี ทำให้มีความเข้าใจพื้นที่และความต้องการของกลุ่มคนซื้อในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทในอนาคต วางแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ในรูปแบบพูลวิลล่าราคาขายไม่เกิน 16 ล้านบาทในพื้นที่เชิงทะเล ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเจรจาซื้อที่ดิน คาดว่าจะเปิดตัวโครงการได้ในช่วงปี พ.ศ.2569