วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 05:42 น.

อสังหา

กคช. ครบรอบ 53 ปี เดินหน้าแผนใหม่รับอนาคต

วันศุกร์ ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.02 น.

กคช. ครบรอบ 53 ปี เดินหน้าแผนใหม่รับอนาคต

 

 

 

 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานแถลงข่าวครบรอบ 53 ปี การเคหะแห่งชาติ มีผลการดำเนินงานพัฒนาที่อยู่อาศัยไปแล้วกว่า 7.5 แสนหน่วย และในปี 2568 ส่งมอบบ้านให้ลูกค้าได้เกือบ 7,000 หน่วย พร้อมเดินหน้ามอบบ้านให้คนไทยทุกครอบครัวด้วยการลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนและพัฒนานวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย และก้าวเข้าสู่ปีที่ 54 ด้วยการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อคนไทยอีก 91 โครงการ จำนวนกว่า 25,000 หน่วย

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า 53 ปีบนเส้นทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้พัฒนาที่อยู่อาศัยแล้วรวมทั้งสิ้น 755,833 หน่วย ครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยและทุกกลุ่มเป้าหมาย สะท้อนบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนวางกรอบทิศทางการพัฒนาองค์กรภายใต้แผนวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ ปี 2569–2575 มุ่งแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในอนาคต เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี”

 

 

 

ในปี 2568 การเคหะแห่งชาติได้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่ต้องการมีบ้านคุณภาพเป็นของตนเองในราคาที่จับต้องได้ด้วยการส่งมอบที่อยู่อาศัยกว่า 6,980 หน่วย และในไตรมาสแรกของปี 2569 สามารถส่งมอบบ้านให้ประชาชนได้ถึง 2,334 หน่วย ซึ่งการเคหะแห่งชาติจะดำเนินการเร่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพให้ทันต่อความต้องการของประชาชนต่อไป

 

 

 

นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังได้ขับเคลื่อนความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในหลายมิติที่สำคัญ อาทิ การพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมการจัดหางาน และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน การตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างและอาคารร่วมกับมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ความร่วมมือ

ด้านวิชาการและนวัตกรรมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) เพื่อขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยสีเขียวอย่างยั่งยืน รวมถึงการลงนามร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดินหน้าจัดสร้างที่พักอาศัยสำหรับบุคลากรทางการศึกษา รวมจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ โดยปรับปรุงอาคารเดิมจำนวน 4 แห่ง และก่อสร้างใหม่จำนวน 6 แห่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและชุมชนอย่างยั่งยืนกับบรรษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งชาติ จำกัด แห่งราชอาณาจักรภูฏาน

ด้านการพัฒนาชุมชน การเคหะแห่งชาติได้ขับเคลื่อนโครงการยกระดับชุมชนต้นแบบสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Smart Sustainable Community : SSC) โดยส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีส่วนร่วม คิด ร่วมทำ และร่วมตัดสินใจในการบริหารจัดการชุมชนของตนเอง ในปี 2568 ได้ดำเนินโครงการนำร่องการประเมินดัชนีความสุขในชุมชนจำนวน 4 ชุมชน ซึ่งทุกชุมชนผ่านเกณฑ์การประเมิน สะท้อนถึงความอยู่ดีมีสุข ความเข้มแข็งของชุมชน และศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง พร้อมขยายการดำเนินงานในปี 2569 เพิ่มอีก 35 ชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็งทั่วประเทศ

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ การเคหะแห่งชาติตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตอุทกภัย จึงได้มีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบ โดยการพักชำระค่าเช่าซื้อและปลอดค่าเช่าเป็นระยะเวลา 3–12 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568–พฤศจิกายน 2569 และลดค่าปรับ 100% สำหรับลูกหนี้ค้างชำระ และสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างไทย–กัมพูชา บริเวณริมชายแดน จะได้รับการพักชำระค่าเช่าซื้อและปลอดค่าเช่าเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม–31 ตุลาคม 2568 และลดค่าปรับ 100% สำหรับลูกหนี้ค้างชำระ นอกจากนี้การเคหะแห่งชาติร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการฟื้นฟูและตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารและระบบสาธารณูปโภค จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือในพื้นที่ จัดคาราวานและมอบถุงยังชีพให้แก่กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมลงพื้นที่ติดตามความเป็นอยู่และให้กำลังใจผู้อยู่อาศัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าครองชีพ และเสริมสร้างความมั่นด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤต

 

 

 

 

การเคหะแห่งชาติต้อนรับปีม้าในปี 2569 ด้วยการมอบ “ของขวัญปีใหม่ 2569” ให้แก่ประชาชน ประกอบด้วย ของขวัญชิ้นที่ 1 โปรโมชันมอบส่วนลดที่อยู่อาศัย ส่วนลดราคาขายพิเศษตั้งแต่ 5–20% เริ่มต้น 250,000 บาท และ 390,000 บาท พร้อมอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อพิเศษ 2.5 จองเริ่มต้น 1,000 บาท ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ของขวัญชิ้นที่ 2 โปรโมชันลดค่าเช่าโครงการที่พักอาศัยทั่วประเทศ รวม 24 โครงการ โดยลดค่าเช่า 300–500 บาทต่อเดือน จากอัตราค่าเช่าเดิมประมาณ 1,260–2,500 บาทต่อเดือน โดยต้องทำสัญญาเช่ากับการเคหะแห่งชาติตั้งแต่เดือนมกราคม–31 ธันวาคม 2569 และของขวัญชิ้นที่ 3 มาตรการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้เช่าซื้อโดยตรงกับการเคหะแห่งชาติ สำหรับลูกค้าเช่าซื้อที่ยังไม่เคยเข้ามาตรการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งรายที่มีหนี้ค้างชำระและไม่มีหนี้ค้างชำระ ลดค่าปรับลงร้อยละ 85 ปรับลดดอกเบี้ยเช่าซื้อคงเหลือร้อยละ 6.70 และขยายเวลาสัญญาเช่าซื้อไม่เกิน 40 ปี เมื่อรวมกับอายุผู้เช่าซื้อแล้วต้องไม่เกิน 75 ปี

การเคหะแห่งชาติเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อยกระดับให้การเคหะแห่งชาติสามารถดำเนินการเชิงรุก รองรับโลกปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและสังคมอย่างรวดเร็ว การปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนแผนวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ ปี 2569–2575 มุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถองค์กรให้มีความคล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร การพัฒนาบุคลากร และการดำเนินงาน ผ่านการกระชับโครงสร้างและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ ระบบ BIM ในงานก่อสร้าง เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

 

 

 

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 การเคหะแห่งชาติเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยอยู่ระหว่างนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งสิ้น 91 โครงการ จำนวน 25,987 หน่วย แบ่งเป็นโครงการที่จัดทำรายละเอียดแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติ จำนวน 17 โครงการ รวม 6,943 หน่วย และโครงการที่อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอขออนุมัติ จำนวน 74 โครงการ รวม 19,044 หน่วย ครอบคลุมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนทุกช่วงวัย โครงการบ้านพักข้าราชการและโครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย บนพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

“ตลอดระยะเวลา 53 ปีที่ผ่านมา การเคหะแห่งชาติมุ่งมั่นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบที่อยู่อาศัยตามหลักความยั่งยืนและอารยสถาปัตย์ เพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม และพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจองค์กรอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวย้ำ