วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 00:22 น.

อสังหา

การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน 10 ภารกิจ “ยกระดับระบบที่อยู่อาศัยไทย” มุ่งสู่เป้าหมาย Housing for All อย่างเป็นรูปธรรม

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน 10 ภารกิจ “ยกระดับระบบที่อยู่อาศัยไทย” มุ่งสู่เป้าหมาย Housing for All อย่างเป็นรูปธรรม

การเคหะแห่งชาติ เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานตามนโยบายของ “นิกร โสมกลาง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สู่การปฏิบัติที่เกิดผลจริง ผ่าน “โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย” ภายใต้แนวคิด Sustainable Affordable Housing ที่มุ่งขยายโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การดำเนินงานในระยะนี้เป็นการ “เร่งเครื่องเชิงระบบ” เพื่อลดข้อจำกัดด้านราคา การเงิน และการเข้าถึง พร้อมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญที่มีเป้าหมายชัดเจนและสามารถวัดผลได้ โดยโครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย ตั้งเป้าพัฒนา 20,000 หน่วย และในปี 2569 เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีรวม 15,252 หน่วย ออกแบบตามหลัก Universal Design รองรับคนทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ในด้านการฟื้นฟูเมือง โครงการดินแดงมีความคืบหน้ารวม 20,292 หน่วย โดยอาคาร G และ D1 เปิดให้เข้าอยู่อาศัยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างอาคาร A1 จำนวน 635 หน่วย (คาดแล้วเสร็จเดือนธันวาคม 2569) และอาคาร D2 จำนวน 612 หน่วย (คาดแล้วเสร็จเดือนกันยายน 2570) พร้อมทั้งขยายการพัฒนาไปยังพื้นที่ห้วยขวาง รามอินทรา ทุ่งสองห้อง และบ่อนไก่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในเขตเมืองอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนดำเนินควบคู่ผ่านแนวคิด Silver & Care Economy โดยส่งเสริมทักษะอาชีพ การดูแลผู้สูงอายุ การค้าขายออนไลน์ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การเคหะแห่งชาติได้เตรียมจัดทำ “ห้องปลอดฝุ่น PM2.5” ในชุมชนเมือง 7 แห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศและสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ควบคู่กับการบริหารจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและน่าอยู่ ด้านพลังงานสะอาด ได้ดำเนินการติดตั้ง Solar Rooftop แล้ว 34 โครงการ และมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 15 โครงการ พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพัฒนา EV Charging ในโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ขณะเดียวกันยังเร่งนำโครงการและอาคารคงเหลือกลับมาใช้ประโยชน์ โดยปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของรัฐ ในส่วนของการแก้ไขปัญหาสัญญาเช่า ได้เร่งคลี่คลายปัญหาสิทธิ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและเสริมความเชื่อมั่นให้ประชาชนมีความชัดเจนในสิทธิของตนเอง ขณะที่การบริหารจัดการทรัพย์สิน ได้นำที่ดินใน Land Bank รวมถึงทรัพย์สินรอการพัฒนา (Sunk Cost) มาวางแผนสร้างรายได้ภายใต้แผนวิสาหกิจปี 2569–2575 ทั้งในรูปแบบโครงการเร่งด่วน และการให้เช่าระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของทรัพย์สิน

พร้อมกันนี้ การเคหะแห่งชาติยังเปิดความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาที่ดินและโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อร่วมลงทุนและต่อยอดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรของรัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างรายได้กลับคืนสู่ระบบ นอกจากนี้ ยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การลดค่าเช่า 300–500 บาทต่อเดือน ตลอดปี 2569 และแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ มีบ้านใหม่กับ กคช. 2026” ที่ลดราคาสูงสุด 20% มัดจำเริ่มต้น 1,000 บาท และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ครอบคลุมกว่า 60 โครงการทั่วประเทศรวมถึงการพัฒนาโครงการรองรับสังคมผู้สูงอายุในพื้นที่บางละมุง จำนวน 1,696 หน่วย และร่มเกล้า จำนวน 1,000 หน่วย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

นายทวีพงษ์ กล่าวย้ำว่า การขับเคลื่อนในครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่เป็นการเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน ให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม มีรายได้ มีความมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

 
 
 

 

หน้าแรก » อสังหา