วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 11:23 น.

อสังหา

ศุภาลัย ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ผ่าน “The Living Lab”เปลี่ยนไซต์งานจริงสู่พื้นที่เรียนรู้ ลดของเสียที่ต้องส่งกำจัดได้ 39%

วันศุกร์ ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.08 น.

ศุภาลัย ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ผ่าน “The Living Lab”เปลี่ยนไซต์งานจริงสู่พื้นที่เรียนรู้ ลดของเสียที่ต้องส่งกำจัดได้ 39%

 

 

อุตสาหกรรมก่อสร้างกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อมาตรฐานด้านคุณภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องพัฒนาไปพร้อมกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสีย และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) จึงยกระดับกระบวนการก่อสร้างผ่าน The Living Lab แนวทางการเรียนรู้จากไซต์งานจริง ที่นำข้อมูลจากการก่อสร้างมาวิเคราะห์ วัดผล และพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยใช้โครงการ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย–พัฒนาการ เป็นต้นแบบ ก่อนขยายผลสู่ทุกโครงการของบริษัทฯ ทั้งแนวราบและอาคารสูง

ผลลัพธ์ที่สะท้อนความสำเร็จของ The Living Lab คือการบริหารจัดการของเสียจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ โดยโครงการตั้งเป้าหมายควบคุมปริมาณของเสียที่ต้องส่งกำจัดไว้ไม่เกิน 3,300 ตัน* ตลอดการก่อสร้าง แต่สามารถบริหารจัดการได้จริงถึง 2,000 ตัน* หรือดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 39% สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนากระบวนการก่อสร้างสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของโครงการ

นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "The Living Lab ไม่ใช่โครงการทดลอง แต่เป็นวิธีการทำงานของศุภาลัยที่เปิดโอกาสให้เราเรียนรู้จากการก่อสร้างจริง ทุกขั้นตอนมีการเก็บข้อมูล วัดผล และนำผลลัพธ์กลับมาพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงสร้างอาคารที่มีคุณภาพ แต่คือการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างให้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยไม่ลดทอนคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของลูกบ้าน"

เปลี่ยนของเสียให้เป็นคุณค่า

The Living Lab เริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า "จะทำอย่างไรให้ของเสียจากการก่อสร้างเหลือน้อยที่สุด" ทั้งจากการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่และการเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ ภายใต้มาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัย ตัวอย่างเช่น การนำเศษหัวเสาเข็มเจาะกว่า 1,200 ตัน กลับมาใช้เป็นกำแพงกันดิน การนำเศษคอนกรีตพัฒนาเป็นวัสดุสำหรับงานภูมิทัศน์และแผ่นพื้นทางเดิน รวมถึงการแปรรูปเศษอิฐมวลเบาเป็นวัสดุผสมดินปลูก ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่และลดปริมาณวัสดุที่ต้องส่งกำจัดได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

 

 

 

ออกแบบให้เกิดของเสียน้อยที่สุด

บริษัทฯ เชื่อว่าการลดของเสียที่ดีที่สุด คือการไม่สร้างของเสียตั้งแต่ต้นทาง จึงพัฒนาวิธีการก่อสร้างและการออกแบบอย่างต่อเนื่อง เช่น การออกแบบระบบท่อดับเพลิงที่ช่วยลดความยาวรอยเชื่อมได้ 67% การใช้ข้อต่ออานม้าในระบบท่อ PPR ที่ช่วยลดจำนวนรอยต่อได้ 67% และการออกแบบแผ่นฝ้าให้เหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้ง ซึ่งช่วยลดเศษวัสดุจากการตัดแต่งได้ 30% ส่งผลให้ลดการใช้วัสดุ ลดขั้นตอนการทำงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน

ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าทุกชิ้น

นอกจากการลดของเสียและการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ยังพัฒนาระบบ Circular Materials เพื่อยืดอายุการใช้งานของวัสดุ เช่น การนำเศษท่อ PVC กลับมาใช้ในงานระบบ การใช้หัวอุด Anchorage แบบใช้ซ้ำ การใช้พาเลทพลาสติกหมุนเวียนแทนพาเลทไม้ และการส่งเศษแผ่นยิปซัมเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ซึ่งสามารถผลิตแผ่นยิปซัมใหม่ได้กว่า 1,200 แผ่น* โดยแนวทางดังกล่าวช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ได้ 2.4 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3,000 tCO₂e

หัวใจของ The Living Lab ไม่ใช่การมีนวัตกรรมจำนวนมาก แต่คือการมีผลลัพธ์ที่วัดได้

ทุกแนวทางที่พัฒนาต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่า ช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย และต่อยอดเป็นมาตรฐานการก่อสร้างที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร เพราะเมื่อวัดผลได้ ก็สามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

 

 

 

จากโครงการต้นแบบ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย–พัฒนาการ ศุภาลัยมีเป้าหมายนำองค์ความรู้และผลลัพธ์จาก The Living Lab ไปขยายผลสู่ทุกโครงการของบริษัทฯ ทั้งแนวราบและอาคารสูง พร้อมพัฒนาตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะสำหรับศุภาลัย ความยั่งยืนไม่ได้เริ่มต้นหลังอาคารสร้างเสร็จ แต่เริ่มต้นจากทุกการตัดสินใจตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพที่ดีต่อผู้อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม และสังคมในระยะยาว