วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2569 01:20 น.

อสังหา

BAM แก้เกมแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ ชู “เช่าก่อนซื้อ–ผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569, 15.47 น.

BAM แก้เกมแบงก์ปฏิเสธสินเชื่อ ชู “เช่าก่อนซื้อ–ผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น

 

BAM มองโจทย์ใหญ่ตลาดที่อยู่อาศัย ชูโมเดล “เช่าก่อนซื้อ” ควบคู่ “การผ่อนตรง” เพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย พร้อมนำทรัพย์ NPA กลับมาสร้างมูลค่าและหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพื่อคนไทยที่มีความต้องการซื้อบ้าน แต่ต้องเผชิญข้อจำกัดทั้งรายจ่ายสูง รายได้และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ราคาที่อยู่อาศัยปรับสูงขึ้น รวมถึงความกังวลเรื่องกู้ไม่ผ่านและการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน แม้ความต้องการมีที่อยู่อาศัยของประชาชน หรือ Real Demand จะยังคงมีอยู่ แต่กำลังซื้อที่อ่อนตัวจากภาวะเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของรายได้ ภาระค่าครองชีพ รวมถึงความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยต้องชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านออกไป โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาประมาณ 2–5 ล้านบาท 

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า “คนไทยไม่ได้หมดความต้องการมีบ้าน แต่ข้อจำกัดทางการเงินทำให้โอกาสในการมีบ้านยากขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แม้มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง แต่อาจติดข้อจำกัดด้านประวัติทางการเงินหรือเงื่อนไขสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนึ่งในแนวทางที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มนำมาใช้ คือ “เช่าก่อนซื้อ” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้นจากการเช่าที่อยู่อาศัยก่อน

ขณะเดียวกัน BAM ได้สร้างทางเลือกในการมีบ้าน เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผ่อนชำระค่าซื้อทรัพย์โดยตรงกับ BAM ผ่านโครงการ “ทรัพย์มหาชน ” ซึ่งนำทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุด อาคารพาณิชย์ และที่ดินในทำเลทั่วประเทศ มาเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการมีบ้าน  ปัจจุบันมีทรัพย์เข้าร่วมมากกว่า 21,000 รายการ ครอบคลุมความต้องการของผู้ซื้อหลากหลายกลุ่มอาชีพ ซึ่ง BAM มุ่งออกแบบเงื่อนไขการชำระเงินให้มีความยืดหยุ่น  เพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่าง “คนที่ต้องการมีบ้าน” กับ “คนที่กู้ซื้อบ้านได้” และทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยที่มีอยู่จริงสามารถเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติมากขึ้น

“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังมี Supply อยู่ในตลาดจำนวนมาก ขณะที่กำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อมีข้อจำกัด ดังนั้น การแก้โจทย์จึงไม่ควรมุ่งเพียงการสร้าง Supply ใหม่ แต่ควรให้ความสำคัญกับการนำทรัพย์ที่มีอยู่แล้วกลับมาบริหารจัดการ ปรับปรุง และส่งต่อให้กับผู้ที่มีความต้องการใช้งานจริงในราคาที่เหมาะสม เราเชื่อว่าคนไทยยังอยากมีบ้าน เพียงแต่เราต้องสร้างทางเลือกที่ทำให้เขาไปถึงบ้านหลังนั้นได้ง่ายขึ้น” ดร.รักษ์ กล่าว