วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564 05:14 น.

ประชาสัมพันธ์

“ปลัดฯ จตุพร” อนุญาตใช้พื้นที่ คทช. 7 พื้นที่สุดท้าย เตรียมพร้อมเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนให้ชุมชน

วันศุกร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.28 น.
“ปลัดฯ จตุพร” อนุญาตใช้พื้นที่ คทช. 7 พื้นที่สุดท้าย เตรียมพร้อมเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนให้ชุมชน 
 
 
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ครั้งที่ 11/2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจาก คทช. จังหวัด โดยมี นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ เป็นฝ่ายเลขานุการ เผย อนุญาตใช้ที่ดินทำกินให้ชุมชนตามโครงการ คทช. บรรลุครบตามเป้าหมาย จำนวนมากกว่า 3.7 ล้านไร่ เตรียมเดินหน้า สร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนให้ชุมชน ภายใต้นโยบาย“ทส.ยกกำลังเอ็กซ์” สั่งการกรมป่าไม้วางแผนระยะยาว บูรณาการความร่วมมือ เพิ่มมูลค่าให้พื้นที่ทำกิน  
 
 
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปกท.ทส. เผยว่า ในวันนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยเฉพาะการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) อีก 7 พื้นที่สุดท้าย จาก 3 จังหวัด รวมเนื้อที่กว่า 60,000 ไร่ ครบตามเป้าหมาย เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องคนไทย ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้กรมป่าไม้วางแผนการดำเนินงานระยะยาวในการบูรณาการความร่วมมือ ส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์ จากที่ดินให้ได้มากที่สุด เพื่อก่อให้เกิดความคุ้มค่า สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน เป็นการสร้าง เศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนให้กับชุมชนต่อไป ภายใต้นโยบาย "ทส.ยกกำลังเอ็กซ์" ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  อาทิ การส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มใช้พื้นที่ในการสร้างรายได้จากพลังงานสะอาด มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality) เป็นต้น
 
 
 
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบในหลักการการออกคำสั่งคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 13/1 การขออนุญาตและการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามมาตรา 16 และการขออนุญาตและการบำรุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าหรือไม้ยืนต้นในเขตป่าเสื่อมโทรม ตามมาตรา 20 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว คล่องตัว และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด