สังคม-สตรี
สสว. เปิดตัวมาตรการ “SME ปัง ตังได้คืน” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
สสว. แถลงข่าวมาตรการใหม่ล่าสุด “SME ปัง ตังได้คืน” ภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ Business Development Service อัดฉีดงบกว่า 400 ล้านบาท ให้เอสเอ็มอีใช้บริการพัฒนาธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ BDS (https://bds.sme.go.th/) ตั้งเป้าปี 2565 ช่วยเอสเอ็มอีให้ได้กว่า 6,000 ราย
นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสวฺ.) กล่าวว่า สสว. เริ่มดำเนินโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS หรือ Business Development Service มาตั้งแต่ต้น ปี 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการมีโอกาสเข้าถึงบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเลือกประเภทของบริการที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจตัวเองได้ เรียกว่า Business Development Service หรือ BDS โดย สสว. จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่ผู้ประกอบการ แบบร่วมด้วยช่วยจ่ายในสัดส่วนร้อยละ 50 – 80 ตามขนาดของธุรกิจ สูงสุดถึงรายละ 200,000 บาท
ผอ.สสว. เผยอีกว่า ในปีนี้ สสว. ได้เตรียมงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการกว่า 400 ล้านบาท ให้ผู้ประกอบการกว่า 6,000 ราย มุ่งเน้นการอุดหนุนพัฒนาใน 3 ด้าน คือ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด และการพัฒนาการตลาดต่างประเทศ
นายวีระพงศ์ กล่าวว่า แนวคิดหลักของมาตรการใหม่ล่าสุดของ สสว. ที่มีชื่อว่า SME ปัง ตังได้คืน คือ ต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้พลิกฟื้นและพัฒนาธุรกิจให้ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยเบื้องต้น สสว. พิจารณาผู้ประกอบการใน 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ 1. กลุ่มท่องเที่ยว (Restart) เช่น โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร บริการเพื่อสุขภาพ นำเที่ยวหรือจำหน่ายของที่ระลึก เพื่อพลิกธุรกิจขานรับนโยบายเปิดประเทศ 2. กลุ่มผลิตอาหารและเครื่องดื่ม (Food) รวมไปถึงการผลิตยาและสมุนไพร 3. กลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve เช่น อุตสาหกรรมการบิน อากาศยานและเครื่องมือแพทย์ และ 4. กลุ่ม BCG เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว กลุ่มเกษตรแปรรูป และการค้าและบริการอื่น ๆ
“ข้อดีของมาตรการ SME ปัง ตังได้คืน คือ นอกจากเอสเอ็มอีจะโตขึ้นจากการพัฒนาบริการด้านมาตรฐานจนทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น จนปังแล้ว เอสเอ็มอีก็ต้องได้ตังคืนด้วย ซึ่งมองว่าได้ตังคืนสองต่อ คือ ตังได้คืน ต่อที่ 1 จากการที่เอสเอ็มอีพัฒนาเสร็จสิ้นแล้ว จะได้เงินคืนจาก สสว. 50 – 80% ไม่เกิน 200,000 บาท และตังได้คืน ต่อที่ 2 คือ หลังจากที่เอสเอ็มอีได้รับการพัฒนาธุรกิจจากการที่ได้รับมาตรฐานต่างๆ และได้กำไรกลับมาให้สู่ธุรกิจ” ผอ.สสว. ระบุ
ด้านคุณสมบัติของเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการคือ กลุ่มธุรกิจ Micro SME หรือรายย่อย มีรายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี จะได้รับสิทธิ์ในการช่วยเหลืออุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาไม่เกิน 80% สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท กลุ่มธุรกิจขนาดย่อม ในภาคการผลิต มีรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี และภาคการค้า และภาคบริการ มีรายได้ไม่เกินปีละ 50 ล้านบาท รับเงินสนับสนุนร้อยละ 50 - 80 สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดย สสว. ตั้งเป้าจะพัฒนาและให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอี 6,000 ราย
สำหรับผู้ให้บริการทางธุรกิจซึ่งเป็นส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ในด้านการยกระดับมาตรฐาน ด้านการตลาด ที่ขึ้นทะเบียนบนระบบ BDS เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้มีจำนวนกว่า 80 หน่วยงาน และขึ้นบริการบนระบบแล้ว 100 บริการ ซึ่งบริการที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ บริการการจัดทำฉลากโภชนาการ บริการเตรียมความพร้อมเพื่อรับรองเครื่องหมายทางเลือกสุขภาพ บริการขออนุญาต อย. และบริการให้คำปรึกษาการจัดทำระบบมาตรฐานฮาลาล เป็นต้น ซึ่งคาดว่า หลังจากนี้ สสว. จะสร้างให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานผู้ให้บริการทางธุรกิจ ที่มีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างโอกาสและสร้างการเติบโตให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับบริการและการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์BDS (https://bds.sme.go.th/) โดยขั้นตอนการรับบริการมีเพียง 3 ขั้นตอน คือ
1) ยืนยันตัวตนเป็นผู้ประกอบการตามคุณสมบัติที่โครงการระบุ รอแจ้งผลอนุมัติผ่าน SMS และอีเมล
2) ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ เมื่อได้รับการอนุมัติ เอสเอ็มอีต้องเลือกผู้ให้บริการที่สนใจ แล้วจึงจัดทำข้อเสนอการพัฒนาบนระบบ พร้อมแนบใบเสนอราคาตามแพ็กเกจที่เลือกมาบนระบบ รอแจ้งผลอนุมัติผ่าน SME และอีเมล
3) ทำสัญญาข้อตกลงกับ สสว. และเริ่มการพัฒนากับหน่วยธุรกิจที่ได้เลือกไว้ เมื่อเสร็จสิ้นจึงนำใบเสร็จมาเบิกค่าใช้จ่ายที่ สสว. โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว และเอสเอ็มอีสามารถยื่นขอรับการพัฒนาได้ถึง 31 กรกฎาคม 2565 และพัฒนาจนเสร็จสิ้นได้ถึง 30 กันยายน 2565 สนใจดูรายละเอียดได้ที่ https://bds.sme.go.th/ หรือโทร. 1301 หรือโทร. 0 22983190 หรือ 0 2298 3050 หรือติดต่อที่ศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (ศูนย์ OSS ประจำจังหวัดทุกจังหวัด)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
นายเจริญไชย จารุกะกุล
เบอร์โทร 02 298 3201
E-mail : charoenchai@sme.go.th
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » สังคม-สตรี
Top 5 ข่าวสังคม-สตรี ![]()
- เปิด 10 ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาวิวดีกับ Drive Car Rental 14 ก.ย. 2569
- BEYOND GREEN ตอกย้ำผู้นำเทคโนโลยีแห่งอนาคต เปิดตัวรถกอล์ฟไฟฟ้ารุ่นใหม่ “Club Car Tempo New Dash” ในงาน “CLUB CAR THAILAND GOLF SEMINAR 2026” 14 ก.ย. 2569
- 4 วันเท่านั้น! เซ็นทรัล รีเทล ชวนเช็กอินเวียดนามใจกลางเซ็นทรัลเวิลด์ ช้อปของดี ชิมเมนูดัง พร้อมดีลเที่ยวเวียดนามสุดคุ้ม ในงาน “Vietnamese Week in Thailand 2026” 17–20 ก.ย. 69 นี้ 14 ก.ย. 2569
- ไอคอนสยาม เมืองสุขสยาม ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน สานต่อพลังรักษ์โลกผสานวิถีไทยและวิถีสีเขียว ในงาน “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก” ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม 14 ก.ย. 2569
- “ตลาดใบบัว วงศ์สว่าง” เปิดตัวอย่างเป็นทางการสุดยิ่งใหญ่ ปักหมุดแลนด์มาร์กไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ ย่านวงศ์สว่าง เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน–สร้างพื้นที่ค้าขายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ 14 ก.ย. 2569
ข่าวในหมวดสังคม-สตรี ![]()
ล้างเครื่องใช้ไฟฟ้าซัมซุงเมื่อไหร่ดี? เช็กสัญญาณก่อนเครื่องเสีย 18:23 น.- เริ่มแล้ว Thailand Coffee Fest 2026 : Made by All of Us ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนวงการกาแฟพิเศษไทย 12:33 น.
- Coach เฉลิมฉลองครบรอบ 85 ปีกับคอลเลกชั่น Spring 2027 12:29 น.
- Var Group ก่อตั้ง Yarix APAC ในประเทศไทย เพื่อขยายขีดความสามารถการให้บริการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศและการขยายบริการในระดับภูมิภาค 12:11 น.
- ผู้เชี่ยวชาญ BRG เตือน AI กลายเป็น “แผนที่” ช่วยคนโกง ชี้ “วิจารณญาณมนุษย์” คือปราการสุดท้ายปิดช่องโหว่ 12:06 น.



