วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565 03:30 น.

สังคม-สตรี

สหภาพยุโรป ร่วมมือกับ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ผลักดันแคมเปญ #โควิดไม่เลือกเชื้อชาติ

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.24 น.

สหภาพยุโรป ร่วมมือกับ มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และ องค์กรภาคีในเครือข่ายที่ทำงานกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติอื่น ๆ ภายใต้โครงการอียูรับมือโควิด จัดแคมเปญ #โควิดไม่เลือกเชื้อชาติ เพื่อรณรงค์และผลักดันให้ประชาชนคนไทย ผู้ประกอบการ ฝ่ายบุคคล และ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ ตระหนักถึงความสำคัญของแรงงานข้ามชาติ เลิกการตีตรา หยุดแบ่งแยก ไม่ทอดทิ้ง และให้ความเท่าเทียมกัน ผ่านการจัดทำข้อมูลให้ความรู้เกี่ยวกับโควิด-19 ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ ทั้งในรูปแบบ Infographic  บทความ และ วิดีโอ ภายใต้ “โครงการอียูรับมือโควิด” เผยแพร่ผ่าน Facebook Fanpage : โครงการอียูรับมือโควิด EU Covid-19 Response and Recovery Project

กว่า 3 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โรคระบาดที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่มีใครรู้เลยว่า ความรุนแรงจะทวีคูณจากการกลายพันธุ์ไปมากน้อยเพียงใด และ จะจบลงเมื่อไหร่ ความน่ากลัวของโรคระบาดนี้คือ “ความไม่รู้” และ “ความไม่แน่นอน” ส่งผลให้การรับมือในทุกภาคส่วนของหลายประเทศทั่วโลก เป็นไปอย่างสับสน วุ่นวาย ไร้ทิศทาง ลองผิดลองถูก โดยมีเป้าหมายเพื่อหาทางยุติโรคระบาดนี้ให้ได้

ในส่วนของประเทศไทย แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ถูกสะสม พอกพูนจากการต่อสู้กับโควิด-19 ตลอด 3 ปีที่ผ่านมายังคงเป็นบาดแผลเรื้อรัง และยังจำเป็นต้องมีการวางแผน ปรับปรุง แก้ไขการรับมือไปพร้อม ๆ กับโรคระบาดอุบัติใหม่อื่น ๆ ในเวลาเดียวกัน

แม้ว่าแผนการรับมือ ที่หน่วยงานภาครัฐ และ ภาคเอกชนต่างมีการปรับปรุง แก้ไขอยู่ตลอดเวลา เพื่อประครองระบบสาธารณสุข ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้อยู่รอดไปได้ ภายใต้ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และ สังคม ให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดแล้ว ยังมีอีกหลายภาคส่วนที่ยังไม่ได้รับการวางแผน การรับมือ และจัดการให้ได้รับความเสมอภาค นั่นก็คือ กลุ่มคนเปราะบางอย่างเช่นแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะชาวพม่า ลาว และกัมพูชา

ในคลัสเตอร์การระบาดระลอกหนึ่งในประเทศไทย เมื่อต้นปี 2564 แรงงานข้ามชาติถูกตีตราว่าเป็นตัวเชื้อโรค นำพาโรคระบาดเข้ามาสู่ประเทศไทย และเป็นตัวการสำคัญในการแพร่เชื้อออกไปสู่สังคม ทำให้พวกเขาถูกกีดกันทางสังคม ถูกแบ่งแยกจากโอกาสต่าง ๆ ในการเข้าถึงการเยียวยาและสวัสดิการ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พึงจะได้ แม้ว่าพวกเขาไม่ใช่ผู้ติดเชื้อเลยก็ตาม ซึ่งแท้จริงแล้ว “ไม่ว่าเชื้อชาติไหน สัญชาติใด มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 นี้ได้ และเช่นเดียวกันไม่ว่าเป็นใคร มาจากที่ใด ก็ไม่มีใครอยากติดเชื้อโควิด-19 ”

ปัจจุบันแม้ว่าคนไทย เจ้าของกิจการ ที่ต้องใช้กลุ่มแรงงานข้ามชาติจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 มากขึ้น แต่จากเสียงสะท้อนของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า การตีตรา แบ่งแยก เลิกจ้าง และ ทอดทิ้งกลุ่มคนเหล่านี้ ยังคงมีอยู่ไม่หายไปแต่อย่างใด ซ้ำยังทวีคูณความรุนแรง ก่อให้เกิดเป็นปัญหาของสังคม อีกหลายด้านตามมา ที่อาจกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมภาพรวมของประเทศอย่างมาก

คำถามสำคัญคือ ถึงเวลาแล้วหรือยัง.. ที่เราทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็น เจ้าของกิจการ ฝ่ายบุคคล หรือ ใครก็ตาม ควรมองกลุ่มคนเหล่านี้เท่ากัน  #เลิกตีตรา เชื้อชาติ สถานะทางสังคม หยุดแบ่งแยก กลุ่มแรงงานข้ามชาติว่าเป็นเพียงชนชั้นแรงงาน ไม่เพิกเฉยและไม่ทอดทิ้งพวกเขา

ติดตามกิจกรรมของโครงการเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://rebrand.ly/EUcovid19TH

Facebook : https://rebrand.ly/FB_EUcovid19TH 

Instagram : https://rebrand.ly/IG_EUcovid19TH 

Youtube : https://rebrand.ly/YT_EUcovid19TH 

#อียูรับมือโควิด

#EUCovid19ResponseThailand

#โควิดไม่เลือกเชื้อชาติ

#เราก็ไม่ควรเลือกปฏิบัติและแบ่งแยกเชื้อชาติเช่นกัน

#COVID19isNotAboutRace

#LetsStopStigmatization