วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569 00:28 น.

สังคม-สตรี

อาจารย์บาส Master Bazz Cencute สถาบันออกแบบคิ้ว แนะเทรนสักคิ้ว แบบกึ่งถาวร สลายได้เองเหมือนเติมฟิลเลอร์

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.17 น.

แม้จะผ่านช่วงโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา วงการธุรกิจความงามในไทยมีอัตราการเติบโตขึ้น 2.5 % นับจากปี 2563-2565  มีผลเนื่องจากการเปิดประเทศทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินำพาเม็ดเงินเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจในไทยก้าวหน้าไปได้อย่างดีขึ้น  วงการธุรกิจความงามนอกจาก คลินิกศัลยกรรมความงามที่ถือว่าเป็นชิ้นเค้กก้อนใหญ่สุดในวงการนี้แล้ว ยังคงมีธุรกิจที่ทำสวยบนใบหน้าอย่างการออกแบบทรงคิ้ว หรือการสักคิ้ว เป็นธุรกิจที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากคิ้วเป็น ส่วนหนึ่งบนใบหน้าที่ปรากฏให้เห็นได้ถึงแม้จะต้องใช้หน้ากากอนามัย และอย่างที่ได้ยินกันเสมอว่า คิ้วคือมงกุฏบนใบหน้า อาจารย์บาส ผู้บริหารบริษัท Center cute Beaute & Artistic Co.,Ltd ของสถาบันออกแบบทรงคิ้ว Cencute Eyebrows Academy ผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการออกแบบทรงคิ้วได้มาเผยถึง นวัตกรรมและเทคนิคในการออกแบบทรงคิ้ว ที่สามารถตอบสนอง วิถีชีวิตใหม่ โดยมีการนำศาสตร์หลายแขนงมารวมกันเพื่อทำการออกแบบทรงคิ้ว ให้เป็นทรงเฉพาะบุคคล แบบกึ่งถาวร สลายได้เองภายใน 2 ปี และไม่ต้องใช้ครีมชาในการทำอีกด้วย(เทคนิคพิเศษไร้เลือดไร้แผล ไม่เจ็บ)

คุณ ณัฐพล สร้อยสุวรรณ์ หรือ อาจารย์บาส จาก Master Bazz Cencute ได้มาเล่าถึงเส้นทางการเดินทางของชีวิตที่กว่าจะมาเป็น อาจารย์สอนออกแบบทรงคิ้ว คิวทอง อย่างทุกวันนี้ สะสมประสบการณ์อะไรมาบ้าง “หลายๆท่านอาจจะคุ้นๆหน้าแต่ว่าไม่คุ้นรูปทรงในทุกวันนี้นะครับ 55 หลังจากเรียนจบก็เริ่มอาชีพเป็นนายแบบ แล้วมีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นใหญ่หลายครั้งระหว่างการเดินแบบที่ต้องทำการเตรียมผิวหน้า หรือแต่งหน้าไปเองเพราะมีไม่พอทำให้ทุกคน  ทำให้เป็นอีกจุดเปลี่ยนในชีวิตไปลงเรียนการแต่งหน้าอย่างจริงจัง แล้วไปทำงานกับแบรนด์เครื่องสำอางค์ M.A.C ประเทศไทย จนสอบได้รับตำแหน่ง Product Specialist และ Brows expert   ระหว่างนั้นก็ได้พบว่า คิ้วเป็นส่วนสำคัญของใบหน้าที่ทุกคนสามารถมีได้โดยไม่ต้องไปหาหมอศัลยกรรม ผมเลยไปศึกษาเรื่องเกี่ยวกับคิ้วอย่างเจาะลึก แล้วพบว่าคนส่วนมากแม้ไม่แต่งหน้าก็ต้องเขียนคิ้ว โดยสมัยก่อนหากไม่อยากเขียนคิ้วบ่อยๆก็จะไปทำการสักคิ้วแบบลงสีลึกเข้าไปในชั้นผิวหนังชั้นหนังแท้ ผลที่ได้จึงออกมาเป็นคิ้วปลิงสีดำเป็นทรงเหมือนๆกันทุกคน พอนานวันก็กลายเป็นสีเขียว บวกกับการหย่อนคล้อยและการทรุดของกระดูกใบหน้าคิ้วปลิงที่ทำมาก็จะหย่อนคล้อยตามลงมาอีกตามอายุ หากอยากแก้ไขก็ต้องไปเลเซอร์หลายสิบครั้งกว่าจะหมดครับ 

จากนั้นผมจึงได้ศึกษากับสถาบันออกแบบคิ้วทั้งในไทยและต่างประเทศมากกว่า 10 สถาบันแล้วยังได้ศึกษาศาสตร์หลายแขนงที่เกี่ยวกับคิ้ว  เช่น แพทย์ศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ศิลปะศาสตร์, นรลักษณ์ศาสตร์  นำความรู้ทั้งหมดมาพัฒนามาเป็นเทคนิคการออกแบบคิ้วที่เรียกว่า Fondle brows hair stroke  เป็นการออกแบบคิ้วเฉพาะบุคคลที่ถนอมผิวโดยการเคล้าคลึงเม็ดสีไว้บนผิวชั้นบนผิวหนังกำพร้าความลึกเพียง0.5mm โดยเหมือนแค่การที่ทำให้ผิวมีรอยขีดข่วนเป็นลวดลาย แต่ไม่ลงลึก ไม่ตกสะเก็ด หลังทำ 2-3 ชม.ก็สามารถล้างหน้า ใช้ชีวิตปกติได้แล้วครับ จากการที่ผมได้ศึกษาและทดลองหลากหลายวิธี แล้วพบว่า การฝังสีในผิวชั้นหนังแท้ กับการฝังสีไว้แค่บนชั้นหนังกำพร้าโดยมีความตื้นเพียง0.5mm ผลลัพธ์ที่ได้จากการศึกษาและทดลองคือความคงทนของสีเท่ากันกับการฝังสีแบบลึก  สีที่ใช้จะสลายไปได้ภายใน 2 ปี เหมือนการไปฉีดฟิลเลอร์เลยครับ เลยเรียกได้ว่าเป็นการออกแบบทรงคิ้วแบบกึ่งถาวร  ได้รับการตอบรับอย่างดีมากๆครับ เพราะเหมาะกับ  วิถีชีวิตแต่ละคนที่เปลี่ยนไป อีกทั้งโหวงเฮ้งของแต่ละคนที่มีการเปลี่ยนไปตามช่วงวัย เพราะฉะนั้นการสักแบบถาวรถือว่าไม่ตอบโจทย์กับคำว่าคิ้วโหงวเฮ้ง เพราะต้องปรับทรงและยึดตำแหน่งปัจจุบันของโครงหน้า หรือให้เข้าการใบหน้าที่มีการหย่อนคล้อย หรือยกกระชับหลังการทำศัลยกรรมก็ตอบโจทย์ในทุกปัญหาด้วยครับ ส่วนเครื่องมือกับสีที่ใช้จะเป็นผลิตภัณฑ์จากยุโรปทั้งสิ้นครับ เพราะมาตราฐานเป็นที่ยอมรับและพัฒนาไปไกล  แต่ถ้าถามเรื่องเทคนิคตอนนี้ประเทศที่นำเทรนทรงคิ้วคือประเทศเวียดนาม ครับ เพราะเค้ามีการพัฒนาอย่างรวดเร็วนำเทคนิคและนวัตกรรมของทั้งเอเชียมาผสานกับทางยุโรปได้อย่างลงตัว ดูได้จากตอนนี้ที่มีแต่คนเดินทางไปเรียนรู้ที่เวียดนาม ตามมาด้วยที่ประเทศไทยครับ  ในส่วนการทำงานทุกวันนี้ของผมจะแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ

  1. ออกแบบทรงคิ้ว จะรับเคสวันละไม่เกิน 3 คิวเพราะต้องการใช้เวลาในการพูดคุยกับคนมาใช้บริการให้มากที่สุด จะได้ตรงกับการความต้องการของแต่ละบุคคล
  2. สอนการออกแบบทรงคิ้ว ให้กับคนที่สนใจ โดยผมจะมีหลายคอร์สให้เหมาะกับความสนใจของแตละคนที่สนใจเข้ามาเรียน ไม่มีการจำกัดชั่วโมง อีกทั้งมีอุปกรณ์เรียนเสร็จมีใบประกาศพร้อมเครื่องมือให้ออกทำงานสร้างรายได้ทันทีครับ
  3. วิทยากรให้ความรู้ ให้กับหน่วยงาน บุคคลที่อยากมีอาชีพ
  4. กรรมการรับเชิญเวทีการแข่งขันต่าง

“ธุรกิจความงามของไทย มีการพัฒนาไปไกลกว่าหลายๆประเทศ ผมอยากให้คนไทยเชื่อมั่นในความสามารถของคนไทยด้วยกันครับ ผมเองพร้อมที่จะส่งต่อความรู้ในอาชีพนี้ให้คนที่สนใจไปเป็นอาชีพสร้างรายได้เพื่อดูแลครอบครัวมีความสุขได้ด้วยตนเอง เหมือนอย่างที่ผมมีความสุขจากการดูแลครอบครัวได้จากผมเองครับ” อาจารย์บาสกล่าวทิ้งท้าย 

หน้าแรก » สังคม-สตรี

Top 5 ข่าวสังคม-สตรี