วันเสาร์ ที่ 07 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.39 น.
ปิดปราศัยโค้งสุดท้ายของพรรคปวงชนไทยที่ลานชุมชนพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม เจ้าของพื้นที่ อิม เฌอมินทร์ สถิตโอฬารโรจน์ หมายเลข 14 เขต 5 กทม ปราศัยดุเดือดพร้อมหลั่งน้ำตากราบเท้าประชาชนวิ่งวอนขอคะแนนเสียงเพื่อเข้าสภา จะได้มีโอกาสช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า ที่ไม่เคยลืมตาอ้าปาก จะได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงจังสักที ที่ผ่านมาเจอแต่การเมืองแจกเงินแต่ไม่ยอมสร้างอาชีพแล้วแบบนี้ประชาชนจะลืมตาอ้าปากได้อย่างไร
.jpg)
แต่หากพรรคปวงชนไทยเข้าสู่สภา นโยบายพรรคดันสุดติ่งช่วยเหลือรากหญ้าโดยตรง ปากท้องต้องมาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าพรรคนี้เป็นพรรคเพื่อหมาแมวหรือเปล่าเพราะกระแสนิยมมาจากกลุ่มคนรักสัตว์ ซึ่งด้านหัวหน้าพรรคนายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ได้เปิดเผยครับสื่อมวลชน ความจริงแล้วทางภาคผลักดันนโยบายบัตรทองให้กับหมาแมว ความจริงแล้วเป็นการช่วยเหลือประชาชนโดยตรงเพื่อลดรายจ่ายของประชาชนกลุ่มคนรักสัตว์โดยตรง
ส่วนการช่วยเหลือหมาแมวเป็นทางอ้อมเท่านั้น จากที่ลงสำรวจมาจากกลุ่มคนรักสัตว์มีจำนวนมากต้องเสียเงินเสียทองไปกับการรักษาสัตว์เลี้ยงของตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นก็หมายถึงภาระของประชาชนนั่นเอง การที่เราผลักดันกฎหมายบัตรทองสำหรับหมาแมว มันก็เป็นการช่วยเหลือประชาชน ไม่ต้องดราม่าว่าดันหมาแมวให้มีสิทธิ์เท่าเทียมคนเพราะแท้จริงแล้วมาเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง
.jpg)
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่าการผลักดันการเท่าเทียมตรงนี้รวมถึงหลากหลายอาชีพด้วยหรือไม่โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพโสเภณี
ซึ่งด้านท่านหัวหน้าพรรคเปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า กลุ่มโสเภณีก็เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบ ทุกคนต้องได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน พรรคของเรามีนโยบายความเสมอภาคเท่าเทียมไม่ว่าคุณจะเพศไหนอายุเท่าไหร่คุณหรือทำงานอะไร จะได้ความเสมอภาคจากพรรคปวงชนไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้พรรคปวงชนไทยยังมีนโยบายอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินสมทบผู้สูงอายุ บัตรประชาชนประกันอุบัติเหตุ เจ็บได้หมื่นตายได้แสน ประชาชนทุกคนต้องได้สิทธิตรงนี้ เพราะที่ผ่านมาทุกคนเสียภาษีในรูปแบบต่างๆ แต่ประชาชนกลับได้รับการดูแลจากรัฐบาลไม่ทั่วถึงหรือประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนอยู่โดยเฉพาะรากหญ้า กลุ่ม sme หรือกลุ่ม micro sme ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ควรจะได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริงไม่ใช่ขายฝันไปวันๆ
ผู้สื่อข่าวถามผู้สมัคร สส อิม เฌอมินทร์ ว่ามีความรู้สึกอย่างไรตอนที่กราบเท้าประชาชน การเจ้าตัวเปิดเผยว่า มันเป็นความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ว่าเมื่อไหร่ประเทศเราจะได้รับการบริหารจากคนรุ่นใหม่สักที ไม่ใช่มีแต่พรรคเดิมๆที่เข้าบริหารประเทศ แล้วก็โกงกินประเทศ กี่ชั่วอายุคนแล้วก็ไม่รู้ ในฐานะที่ตนก็เป็นแม่ลูกสอง ก็อยากเห็นอนาคตของลูกๆเติบโตมาในสังคมที่ดี ได้รับการศึกษาที่ดี มีความเป็นอยู่ที่ดี อยู่กับเศรษฐกิจที่ดี ไม่ใช่โตขึ้นมาแล้วต้องมาต่อสู้แบบคนรุ่นเรา

.jpg)