วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569 03:22 น.

สังคม-สตรี

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมวันไตโลก 2569 รณรงค์ “ไตดี เริ่มที่ชีวิตประจำวัน”

วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.27 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เนื่องใน “วันไตโลก ประจำปี 2569” (World Kidney Day) ภายใต้แนวคิด “Kidney Health for All : Caring for People, Protecting the Planet | คัดกรองป้องกัน รู้ทันโรคไต ใส่ใจรักษ์โลก” มุ่งสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันโรคไตเรื้อรัง พร้อมเปิดเวทีเสวนาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญสหสาขาวิชาชีพ เผยแพร่ความรู้ด้านการปรับพฤติกรรมและการรักษาแก่ประชาชน ณ ห้องประชุม Convention Hall อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

นายแพทย์อดิศร บุญญาภิบาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ประธานในพิธีเปิดงาน เปิดเผยว่า “สถานการณ์โรคไตเรื้อรังในปัจจุบันถือเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกและระดับประเทศ โดยพบสถิติผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องพึ่งพาการบำบัดทดแทนไต ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงได้จัดกิจกรรมวันไตโลกขึ้นสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม และสืบสานพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพที่เป็นเลิศและเท่าเทียม”

ภายในงานได้รับเกียรติจากทีมแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคไต โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมเสวนาความรู้: “ไตดี เริ่มที่ชีวิตประจำวัน” นำโดย นายแพทย์ศุภณัฐ วรวิชชวงษ์ เผยถึง “ภัยเงียบ” ของโรคไตที่มักไม่แสดงอาการในระยะแรก พร้อมแนะนำการตรวจคัดกรองผ่านค่า eGFR และการตรวจโปรตีนในปัสสาวะ โดยได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจ ดังนี้ :

  • กลไกการทำงาน ไตคือเครื่องกรองน้ำของร่างกาย กรองเลือดวันละ 200 ลิตร ควบคุมความดัน และสร้างฮอร์โมนเม็ดเลือดแดง แต่เมื่อเข้าสู่ภาวะ “โรคไตเรื้อรัง” คือการที่ไตทำงานลดลงต่อเนื่องเกิน 3 เดือน จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงชะลอการเสื่อมเท่านั้
  • เกณฑ์การวินิจฉัย : ประชาชนควรใส่ใจค่า eGFR (อัตราการกรองของไต) หากต่ำกว่า 60 ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน ถือว่าเข้าเกณฑ์โรคไตเรื้อรัง โดยแนะนำให้ตรวจสุขภาพ 3 อย่างหลัก ได้แก่ การตรวจเลือด (Creatinine & eGFR): ดูค่าการกรองของเสีย การตรวจปัสสาวะเพื่อหา "โปรตีนรั่ว" ซึ่งเป็นสัญญาณแรกสุดที่บ่งบอกว่าไตเริ่มเสียหาย รวมถึงดูความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะและการตรวจความดันและน้ำตาลในเลือด เนื่องจากเบาหวานและความดันโลหิตสูงคือ "ตัวการหลัก" ที่ทำลายไต การคุมสองโรคนี้ให้ดีจึงเป็นปราการด่านแรกในการป้องกันโรคไต
  • สัญญาณเตือนภัย : แม้ระยะแรกจะไม่มีอาการ แต่หากเริ่มมีอาการบวมที่หน้าแข้ง ข้อเท้า หรือรอบดวงตาตอนเช้า ปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ อ่อนเพลีย ซีด หรือคลื่นไส้เบื่ออาหาร เป็นสัญญาณของเสียคั่ง ควรรีบพบแพทย์ทันที

ด้าน นายแพทย์วุฒิพงศ์ ตรีวัฒนา เผยว่ากลุ่มเสี่ยงหลักคือผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต รวมถึงพฤติกรรมการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไดโคลฟีแนค) เป็นเวลานาน หากดำเนินโรคไปถึงระยะสุดท้าย พร้อมแนะแนวทางการบำบัดทดแทนไต 4 วิธีหลัก ได้แก่ 1. การปลูกถ่ายไต เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด 2. การฟอกเลือด 3. การล้างไตทางช่องท้อง และ 4. การรักษาแบบประคับประคอง ปิดท้ายด้วย นายแพทย์ปิยพันธ์ ประพันธ์วัฒนะ เน้นย้ำพฤติกรรมเสี่ยง...เปลี่ยน “ไตดี” เป็น “ไตเสื่อม” อย่างการละเลยการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะหากรอให้ร่างกายแสดงอาการบวมหรือหอบเหนื่อย มักหมายถึงไตเข้าสู่ระยะท้ายแล้ว การตรวจสุขภาพจะช่วยให้พบสัญญาณเตือนของเบาหวาน ความดัน หรือนิ่วในไต ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ การรักษาแบบ “ตามใจตัวเอง” ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว (เบาหวาน/ความดัน) มักพบพฤติกรรมการทานยาไม่ต่อเนื่อง เช่น ทานยาความดันเฉพาะตอนปวดหัว หรือยังทานเค็ม-หวานจัดเหมือนเดิม ซึ่งเป็นการซ้ำเติมให้ไตเสื่อมสภาพเร็วขึ้นหลายเท่าตัว และการซื้อ “ยาสมุนไพรและอาหารเสริม” การเลือกซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs มาทานเองเป็นประจำ หรือการหลงเชื่อโฆษณาอาหารเสริมและสมุนไพรที่อ้างสรรพคุณเกินจริง อาจส่งผลให้เกิดภาวะไตอักเสบเฉียบพลันโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้ด้านโภชนาการในหัวข้อ “ครัวรักษ์ไต เรารักษ์โลก” โดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ และการแนะนำการออกกำลังกาย “ขยับกาย ขยายใจ” โดยทีมนักวิทยาศาสตร์การกีฬา พร้อมเปิดให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่ประชาชนภายในงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน ประกอบด้วย บริการตรวจคัดกรองโปรตีนในปัสสาวะ, วัดความดันโลหิต และวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย การให้คำปรึกษาเจาะลึกด้านสุขภาพไตโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมบูทให้ความรู้ด้านโภชนาการและการออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ และบูทบริจาคอวัยวะ : โดยศูนย์ปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อฯ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเชิญชวนประชาชนร่วม "ส่งต่อชีวิต" ให้แก่ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่รอคอยการปลูกถ่ายไต กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการให้ความรู้ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในการดูแลสุขภาพประชาชนอย่าง “ครบวงจร” ตั้งแต่การป้องกันไปจนถึงการรักษาขั้นสูง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนให้แก่สังคมไทย

ศูนย์โรคไต โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มุ่งมั่นให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคไตอย่างครบวงจรด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยทีมสหวิชาชีพประกอบด้วย แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคไต โภชนากร เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ ที่พร้อมประเมินการทำงานของไตและให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อชะลอการเสื่อมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคลินิกให้คำปรึกษาก่อนบำบัดทดแทนไต การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและการล้างไตทางช่องท้อง และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต

ติดตามข้อมูลข่าวสารความรู้ด้านสุขภาพกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ทาง Facebook และ LINE Official Account @chulabhornhospital ผู้รับบริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ที่มีประวัติการรักษาเพื่อความสะดวกและไม่พลาดทุกการแจ้งเตือน สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN HEALTH PLUS ได้ทาง App store และ Google Play store

หน้าแรก » สังคม-สตรี

ข่าวในหมวดสังคม-สตรี