วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569 12:26 น.

สังคม-สตรี

มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์เดินหน้าบทบาท “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่” ดึงภูมิปัญญา–สมุนไพร–อาหาร–วิถีลุ่มน้ำบางปะกง สร้างอัตลักษณ์ “โพธิ์-บางปะกง” เชื่อม Chachoengsao Aroma City

วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.45 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Chachoengsao Aroma City” ยกระดับทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น สมุนไพร อาหาร และทรัพยากรแห่งลุ่มน้ำบางปะกง สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยนำ “นวดโพธิ์-บางปะกง” มาเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนการสร้างภาพจำใหม่ของจังหวัดผ่านแนวคิด 5 สัมผัส — รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ดร.วันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมศักยภาพชุมชนและสร้างการรับรู้อัตลักษณ์ชุมชนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สู่การเป็นเมืองอโรม่า “Aroma City” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยมี นายกรกฤช ลิ้มสมมุติ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ พร้อมหน่วยงานภาคีและเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วม

การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ที่ต้องการเปลี่ยน “ทุนของพื้นที่” ให้กลายเป็น “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมือง” ไม่ว่าจะเป็นภูมิปัญญาการนวดไทย พืชหอม สมุนไพร อาหารพื้นถิ่น วิถีชีวิต และระบบนิเวศของแม่น้ำบางปะกง โดยใช้องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี การออกแบบ และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่า

หนึ่งในต้นแบบสำคัญคือ “นวดโพธิ์-บางปะกง” ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างอัตลักษณ์การนวดเฉพาะถิ่นของฉะเชิงเทรา ไม่ได้มองการนวดเป็นเพียงบริการด้านสุขภาพ แต่เชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวของพื้นที่ พืชหอม สมุนไพร กลิ่น อาหาร และวัฒนธรรมแห่งลุ่มน้ำ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส “ความเป็นฉะเชิงเทรา” ผ่านประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์

จาก “ของดีในพื้นที่” สู่ Creative Economy

รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนว่า มหาวิทยาลัยมุ่งนำทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ในพื้นที่มาต่อยอดด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม สร้างอัตลักษณ์ที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่ขึ้นจากศูนย์ แต่คือการค้นหา “คุณค่าที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่” แล้วนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยทำให้คุณค่านั้นได้รับการออกแบบใหม่ มีมาตรฐาน มีเรื่องราว และสามารถเชื่อมต่อกับตลาดได้

แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านกรอบ “5 Senses of Bang Pakong” หรือประสบการณ์แห่งลุ่มน้ำบางปะกงผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส

“รูป” สะท้อนภูมิทัศน์ วิถีชีวิตและวัฒนธรรม
“รส” เชื่อมโยงอาหาร วัตถุดิบ และผลผลิตท้องถิ่น
“กลิ่น” เชื่อมพืชหอม สมุนไพร และ Aroma City
“เสียง” ถ่ายทอดเรื่องราว ศิลปะและวัฒนธรรมของผู้คน
ส่วน “สัมผัส” เชื่อมโยงโดยตรงกับการนวดไทย สปา และ Wellness Experience

เมื่อองค์ประกอบทั้ง 5 ถูกนำมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน พื้นที่จึงไม่ได้ขายเพียง “สินค้า” หรือ “บริการ” แต่สามารถสร้าง ประสบการณ์ของเมือง ที่นักท่องเที่ยวจดจำและนำกลับมาเล่าต่อได้

“Aroma City” ไม่ใช่แค่เมืองแห่งน้ำหอม

แนวคิด Chachoengsao Aroma City จึงไม่ได้จำกัดความอยู่ที่น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์กลิ่นหอม แต่เป็นการใช้ “กลิ่น” เป็นประตูเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่กว้างกว่า ตั้งแต่พืชหอม สมุนไพร อาหาร การเกษตร การแปรรูป นวดและสปา โรงแรม การท่องเที่ยว ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของชุมชน

ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ได้ร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทราและภาคีเครือข่าย วางกรอบการพัฒนา Chachoengsao Aroma City เพื่อผลักดันจังหวัดสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบริการสีเขียว โดยเชื่อมการพัฒนา 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ เกษตร อาหาร สมุนไพร โรงแรม และนวด–สปา

แนวทางดังกล่าวได้รับการต่อยอดให้เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนจังหวัดฉะเชิงเทราสู่ “เมืองสมุนไพร” (Herbal City) และ “เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” (Wellness City) ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์กับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

จึงทำให้ Aroma City ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญประชาสัมพันธ์เมือง แต่มีโอกาสพัฒนาเป็น ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ (Economic Ecosystem) ที่เชื่อมผู้ผลิตวัตถุดิบ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน นักวิจัย ผู้ประกอบการ โรงแรม สปา ร้านอาหาร ภาคการท่องเที่ยว และตลาดเข้าหากัน

“โพธิ์-บางปะกง” จากอัตลักษณ์นวด สู่สินทรัพย์ของเมือง

อีกโจทย์สำคัญคือการทำให้ “โพธิ์-บางปะกง” พัฒนาไปมากกว่าชื่อกิจกรรมหรือรูปแบบการนวด แต่สามารถเติบโตเป็น อัตลักษณ์ทางสุขภาวะของฉะเชิงเทรา

เมื่ออัตลักษณ์ดังกล่าวมีองค์ความรู้ มีมาตรฐาน มีผู้ถ่ายทอด และมีเรื่องราวของพื้นที่รองรับ ก็สามารถต่อยอดไปสู่ระบบบริการ Wellness ผลิตภัณฑ์สมุนไพร กลิ่นอัตลักษณ์ ผลิตภัณฑ์สปา เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนกิจกรรมเรียนรู้และการพัฒนาบุคลากรในอนาคต

แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับการพัฒนา “โพธิ์-บางปะกง Academy” ที่เชื่อมการพัฒนาทักษะนวดไทยและการแพทย์แผนไทยเข้ากับยุทธศาสตร์ Herbal City และ Wellness City ทำให้อัตลักษณ์ท้องถิ่นสามารถมีทั้ง “มิติทางวัฒนธรรม” และ “มาตรฐานด้านสุขภาพ” ควบคู่กัน

จุดนี้ถือเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยน Cultural Capital  Knowledge Asset Economic Asset หรือการเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นองค์ความรู้ ก่อนต่อยอดสู่สินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่พื้นที่

มหาวิทยาลัย จาก “ผู้สร้างความรู้” สู่กลไกพัฒนาเมือง

การขับเคลื่อน Chachoengsao Aroma City ยังสะท้อนบทบาทใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดการศึกษาและผลิตงานวิจัย แต่กำลังก้าวสู่การเป็น “กลไกพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจพื้นที่”

มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เชื่อมองค์ความรู้ นักวิจัย นักศึกษา ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และตลาด เพื่อทำให้งานวิจัยสามารถถูกนำไปใช้จริงในพื้นที่ ขณะเดียวกันพื้นที่จริงก็กลายเป็นห้องเรียนและ Living Lab ที่สร้างการเรียนรู้กลับเข้าสู่มหาวิทยาลัย

กลไกดังกล่าวเปิดโอกาสให้ทั้งนักศึกษาและนักวิจัยเข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การศึกษาทุนของพื้นที่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบริการ การสร้างแบรนด์ การสื่อสาร การท่องเที่ยว ไปจนถึงการติดตามผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม

จึงเป็นการเชื่อม Education × Research × Innovation × Local Economy × City Development เข้าด้วยกัน

เป้าหมายปลายทาง “City Brand” ที่คนจดจำ

ในระยะยาว เป้าหมายของ Chachoengsao Aroma City จึงไม่ใช่เพียงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวนหนึ่ง แต่คือการทำให้ฉะเชิงเทรามี “ตัวตนของเมือง” ที่ชัดขึ้นในสายตาของนักท่องเที่ยว นักลงทุน ผู้ประกอบการ และประชาชน

จากเดิมที่ฉะเชิงเทราเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองอุตสาหกรรม เมืองเกษตร และเมืองศรัทธา จังหวัดสามารถเพิ่มอีกมิติหนึ่ง คือการเป็นเมืองแห่ง Wellness × Aroma × Creative Economy ที่มีลุ่มน้ำบางปะกงเป็นรากทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศ

“โพธิ์-บางปะกง” จึงอาจเป็นมากกว่าชื่อการนวด และ “Aroma City” อาจเป็นมากกว่าชื่อโครงการ หากทั้งสองสิ่งถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นประสบการณ์ ผลิตภัณฑ์ บริการ บุคลากร และเส้นทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้

นี่คือความพยายามในการเปลี่ยน กลิ่น รส เสียง สัมผัส ภูมิปัญญา และเรื่องราวแห่งลุ่มน้ำบางปะกง ให้กลายเป็นภาษาชุดใหม่ในการสื่อสารจังหวัดฉะเชิงเทรา และใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือเชื่อม “คุณค่าของท้องถิ่น” เข้ากับ “โอกาสทางเศรษฐกิจ” อย่างยั่งยืน

จาก Local Identity -Creative Economy - Wellness Economy -City Brand

คือเส้นทางที่มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์กำลังวางฐาน เพื่อผลักดันให้ “โพธิ์-บางปะกง × Chachoengsao Aroma City” กลายเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์สำคัญของฉะเชิงเทราในอนาคต



 

หน้าแรก » สังคม-สตรี

ข่าวในหมวดสังคม-สตรี