วันพุธ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569 16:09 น.

สังคม-สตรี

เสาไฟ มีกี่แบบ เลือกความสูงและสเปกอย่างไรให้ผ่านตรวจรับ

วันพุธ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2569, 11.18 น.

 

  • เสาไฟงานถนนสูง 4 ถึง 12 เมตร แบ่งตามรูปทรงและจำนวนกิ่ง ส่วนงานลานกว้างใช้เสาไฮแมสสูง 15 ถึง 42 เมตร
  • มาตรฐานที่ต้องอ้างคือ มอก. 2316-2549 เสาเหล็กกล้าชุบสังกะสี ซึ่งเป็นคนละฉบับกับมาตรฐานของตัวโคมไฟ
  • ค่าที่ตรวจสอบได้จริงคือมวลสังกะสีเคลือบไม่ต่ำกว่า 500 กรัมต่อตารางเมตร ไม่ใช่คำว่า “ชุบกัลวาไนซ์อย่างดี”
  • ความหนาผนังเสาและน้ำหนักต่อต้นคือตัวเลขที่ปลอมยากที่สุด แต่ผู้ขายส่วนใหญ่ไม่เผยแพร่ ควรขอมาเทียบทุกครั้งก่อนตัดสินราคา
  • ความสูงเสาต้องเลือกคู่กับวัตต์ของโคม เสา 6 ถึง 8 เมตร คู่กับโคม 100 ถึง 120 วัตต์ จึงจะได้ความสว่างตามเกณฑ์

 

เสาไฟที่ใช้ในงานถนนและงานโครงการในไทยแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ คือเสาไฟถนนความสูง 4 ถึง 12 เมตร ซึ่งแยกย่อยตามรูปทรงเสาและจำนวนกิ่งจับโคม และเสาไฮแมสความสูง 15 เมตรขึ้นไปที่ใช้กับพื้นที่กว้าง การเลือกจึงไม่ได้เริ่มจากราคา แต่เริ่มจากพื้นที่หน้างาน ความสว่างที่ต้องการ และสเปกที่ตรวจสอบได้จริง

 

เสาไฟถนนแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

 

เสาเหล็กตรง ทรงกลมและทรงสี่เหลี่ยม

เสาเหล็กตรงคือแบบพื้นฐานที่สุด หน้าตัดคงที่ตลอดความสูง มีทั้งทรงกลมและทรงสี่เหลี่ยม นิยมใช้กับความสูงไม่มาก เช่น 3 ถึง 6 เมตร สำหรับทางเดิน ลานจอดรถ และซอยในหมู่บ้าน ราคาต่อต้นถูกที่สุดในกลุ่ม โดยเสาเหล็กตรงทรงกลมสูง 3 เมตรในตลาดอยู่ที่ประมาณ 770 ถึง 1,120 บาทก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ขึ้นอยู่กับว่ามีฐานสำหรับเติมน้ำด้วยหรือไม่

เสาปลายเรียว ทรงเทเปอร์

เสาทรงเทเปอร์มีหน้าตัดใหญ่ที่โคนและค่อยเรียวขึ้นไปหาปลาย เป็นทรงที่ใช้กับงานถนนตั้งแต่ 6 เมตรขึ้นไป ข้อดีคือกระจายแรงได้ดีกว่าเสาตรงที่ความสูงเท่ากัน เพราะโคนเสาซึ่งรับโมเมนต์มากที่สุดมีเนื้อเหล็กมากกว่า จึงเป็นทรงที่งานราชการและงานทางหลวงกำหนดใช้เป็นหลัก

เสากิ่งเดี่ยวและกิ่งคู่

ความต่างอยู่ที่จำนวนแขนจับโคม เสากิ่งเดี่ยวติดโคมได้หนึ่งดวง ใช้กับถนนที่ติดตั้งเสาข้างเดียว ส่วนเสากิ่งคู่ติดโคมได้สองดวงหันคนละทาง นิยมใช้กับถนนที่มีเกาะกลาง โดยวางเสาบนเกาะกลางแล้วส่องออกทั้งสองฝั่ง ทำให้ใช้จำนวนเสาน้อยลงราวครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับการวางเสาสองข้างทาง

เสาไฮแมสและเสาไฟสนามกีฬา

เสาไฮแมสคือเสาสูงพิเศษตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป ติดชุดโคมหลายดวงบนวงแหวนที่เลื่อนขึ้นลงได้ด้วยรอกสลิง เพื่อให้บำรุงรักษาจากพื้นได้โดยไม่ต้องใช้รถกระเช้า ใช้กับสี่แยกใหญ่ ลานขนถ่ายสินค้า ลานจอดรถขนาดใหญ่ และสนามกีฬา จุดที่ต้องถามให้ชัดคือระบบรอก เพราะเป็นชิ้นส่วนที่ต้องใช้งานซ้ำตลอดอายุเสา

เลือกความสูงเท่าไร ให้เข้ากับวัตต์โคมและประเภทถนน

เสาที่สูงเกินไปโดยไม่เพิ่มวัตต์ของโคมจะทำให้แสงบนผิวถนนไม่ถึงเกณฑ์ ส่วนเสาที่เตี้ยเกินไปจะได้แสงเป็นวงแคบและเกิดแถบมืดระหว่างต้น ตารางนี้ใช้เป็นจุดตั้งต้นได้

ความสูงเสา

กำลังไฟโคมที่เหมาะ

ชนิดเสาที่นิยมใช้

เหมาะกับ

4–6 เมตร

30–50 วัตต์

เหล็กตรงทรงกลม/สี่เหลี่ยม

ซอย ทางเดิน ลานจอดขนาดเล็ก

6–8 เมตร

100–120 วัตต์

ปลายเรียว กิ่งเดี่ยว

ถนนในหมู่บ้าน ถนนหน้าโรงงาน

8–10 เมตร

150 วัตต์

ปลายเรียว กิ่งเดี่ยวหรือกิ่งคู่

ถนนสองเลน ถนนสายรอง

10–12 เมตร

200–250 วัตต์

ปลายเรียว กิ่งคู่

ถนนสายหลัก ถนนมีเกาะกลาง

15–42 เมตร

ชุดโคมหลายดวง

ไฮแมส

สี่แยกใหญ่ ลานกว้าง สนามกีฬา

 

สำหรับงานที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง ข้อกำหนดระบุค่าความสว่างบนผิวถนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 6.2 ลักซ์ และค่าต่ำสุดไม่ต่ำกว่า 1.2 ลักซ์ ซึ่งเป็นค่าที่ขึ้นกับทั้งความสูงเสา ระยะห่างระหว่างต้น และวัตต์ของโคมพร้อมกัน ไม่สามารถดูตัวใดตัวหนึ่งแยกได้

5 สเปกที่ต้องเช็กก่อนสั่ง

#

สเปก

เกณฑ์ที่ควรได้

ทำไมต้องดู

1

มาตรฐานผลิตภัณฑ์

มอก. 2316-2549

มาตรฐานเสาเหล็กกล้าชุบสังกะสีโดยตรง

2

มวลสังกะสีเคลือบ

ไม่ต่ำกว่า 500 ก./ตร.ม.

ตัวเลขที่ตรวจได้ แทนคำว่าชุบอย่างดี

3

ความแข็งแรงของเหล็ก

แรงดึง ≥ 418 MPa จุดคราก ≥ 255 MPa

บอกว่าเสารับแรงได้จริงเท่าไร

4

ค่าทนแรงลม

ขอเป็น ม./วินาที หรือ กม./ชม.

งานถนนอ้างอิงการต้านแรงลมราว 34 ม./วินาที

5

ความหนาผนังและน้ำหนัก

ระบุเป็นมิลลิเมตรและกิโลกรัมต่อต้น

ตัวเลขที่ปลอมยาก ใช้เทียบผู้ขายได้ตรงที่สุด

 

ข้อ 2 เป็นข้อที่แยกของดีออกจากของถูกได้เร็วที่สุด คำว่าชุบกัลวาไนซ์ไม่มีความหมายถ้าไม่มีตัวเลขกำกับ เพราะความหนาของชั้นสังกะสีคือสิ่งที่กำหนดว่าเสาจะกันสนิมได้กี่ปี มาตรฐานระบบชุบที่ผู้ผลิตไทยอ้างอิงกันคือ ASTM A123 ซึ่งควรระบุมาคู่กับมวลสังกะสีเคลือบเสมอ

เทียบเสาด้วยความสูงอย่างเดียวไม่พอ ดูความหนาผนังและน้ำหนัก

หน้าสินค้าเสาไฟส่วนใหญ่บอกแค่ความสูงกับการชุบกัลวาไนซ์ ซึ่งเทียบผู้ขายไม่ได้จริง เพราะเสาสูงเท่ากันสองต้นอาจใช้เนื้อเหล็กต่างกันมาก ตัวเลขที่เทียบได้ตรงที่สุดคือความหนาผนังเสาและน้ำหนักต่อต้น เนื่องจากเป็นค่าที่ปลอมยากและตรวจได้ตอนรับของ

อีกค่าหนึ่งที่ควรขอคู่กันคือความเร็วลมสูงสุดที่เสาออกแบบให้รับได้ งานเสาไฟถนนในไทยอ้างอิงการออกแบบให้ต้านแรงลมที่ราว 34 เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 122 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้ผลิตแต่ละรายระบุค่านี้ไม่เท่ากันและบางรายไม่ระบุเลย จึงควรขอเป็นเอกสารประกอบ ไม่ใช่คำบอกเล่าจากพนักงานขาย

ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างชุดตัวเลขที่ผู้ผลิตควรให้ได้ครบ เป็นสเปกเสาไฮแมสที่ระบุความหนาผนังและน้ำหนักไว้ทุกรุ่น ซึ่งเป็นข้อมูลที่หาได้ยากในตลาด ผู้ขายหลายรายเผยแพร่เพียงช่วงความสูงเท่านั้น

รุ่นอ้างอิง

ความสูง

ความหนาผนัง

น้ำหนักต่อต้น

HM-15

15 เมตร

4.5 มม.

570 กก.

HM-20

20 เมตร

4.5 มม.

880 กก.

HM-25

25 เมตร

4.5 มม.

1,080 กก.

HM-30

30 เมตร

6 มม.

1,980 กก.

HM-35

35 เมตร

6 มม.

2,490 กก.

 

สังเกตว่าความหนาผนังเพิ่มจาก 4.5 เป็น 6 มิลลิเมตรที่ความสูง 30 เมตรขึ้นไป และน้ำหนักกระโดดจาก 1,080 เป็น 1,980 กิโลกรัม นี่คือเหตุผลที่การเทียบราคาเสาไฮแมสด้วยความสูงอย่างเดียวไม่มีความหมาย ถ้าไม่ได้เทียบความหนาผนังไปด้วย

เอกสารที่ต้องขอสำหรับงาน อบต. เทศบาล และงานโครงการ

งานที่ต้องผ่านการตรวจรับ เอกสารมักเป็นตัวตัดสินมากกว่าราคาต่อต้น แนวทางปฏิบัติสำหรับงานออกแบบและติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวงชนิดโคมไฟแอลอีดี ของกรมทางหลวง ระบุเอกสารที่ต้องขอจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายไว้สี่กลุ่ม คือ เอกสารรับประกันสินค้า เอกสารยืนยันการสำรองชิ้นส่วนตลอดอายุการใช้งาน รายงานรับรองผลการทดสอบ และเอกสารแสดงรายละเอียดคุณสมบัติเฉพาะและมาตรฐาน

ข้อกำหนดชุดนั้นเขียนไว้ในบริบทของตัวโคมไฟ เมื่อนำมาปรับใช้กับงานเสาไฟ ชุดเอกสารที่ควรขอตั้งแต่ขั้นขอใบเสนอราคาจึงมีดังนี้

  • ใบรับรอง มอก. 2316-2549 สำหรับตัวเสา ซึ่งเป็นคนละฉบับกับมาตรฐานของโคมไฟ โดยงานทางหลวงยังอ้างอิงมาตรฐานฉบับนี้อยู่
  • ผลทดสอบมวลสังกะสีเคลือบ พร้อมมาตรฐานระบบชุบที่ใช้ เช่น ASTM A123
  • ผลทดสอบความแข็งแรงของเหล็ก ทั้งแรงดึงสูงสุดและจุดคราก
  • แบบฐานราก ตอม่อ และรายละเอียด J-Bolt ที่ตรงกับความสูงเสาที่สั่ง
  • ค่าทนแรงลมที่ใช้ออกแบบ ระบุเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ระยะเวลาผลิตและส่งมอบ ซึ่งงานเสาสั่งผลิตมักใช้เวลา 15 ถึง 30 วัน ไม่ใช่ของพร้อมส่ง
  • สำหรับงานที่ต้องคำนวณความสว่างประกอบ ให้ขออ้างอิงตาม มอก. 2954-2562 ข้อแนะนำการให้แสงสว่างถนน ควบคู่กับมาตรฐานตัวเสา

ผู้ผลิตที่ทำงานโครงการเป็นหลักมักเตรียมชุดเอกสารนี้ไว้พร้อมอยู่แล้ว และมักมีสินค้าครบตั้งแต่เสาเหล็กตรงไปจนถึงไฮแมสในที่เดียว เช่นเดียวกับผู้ผลิตเสาไฟสำหรับงานถนนและงานโครงการ ที่จำหน่ายทั้งเสากิ่งเดี่ยว กิ่งคู่ ทรงเทเปอร์ เสาไฟสนามกีฬา และอุปกรณ์ประกอบอย่างตอม่อและกราวด์รอด ขณะที่ร้านค้าปลีกทั่วไปมักมีเพียงใบรับประกันเท่านั้น การถามหาเอกสารชุดนี้ตั้งแต่ต้นจึงเป็นวิธีคัดกรองผู้ขายที่เร็วที่สุด

 

คำถามที่พบบ่อย

 

เสาไฟสูงกี่เมตร ใช้โคมกี่วัตต์

ยึดตามตารางข้างต้นเป็นจุดตั้งต้น เสา 4 ถึง 6 เมตรคู่กับโคม 30 ถึง 50 วัตต์ เสา 6 ถึง 8 เมตรคู่กับ 100 ถึง 120 วัตต์ เสา 8 ถึง 10 เมตรคู่กับ 150 วัตต์ และเสา 10 ถึง 12 เมตรคู่กับ 200 ถึง 250 วัตต์ แต่ค่าจริงยังขึ้นกับระยะห่างระหว่างต้นและความกว้างผิวจราจรด้วย

ชุบกัลวาไนซ์กับพ่นสี ต่างกันอย่างไร

การชุบกัลวาไนซ์คือการจุ่มเสาลงในสังกะสีหลอมเหลว สังกะสีจึงยึดติดเป็นเนื้อเดียวกับเหล็กและป้องกันสนิมจากภายใน ส่วนการพ่นสีเป็นเพียงชั้นเคลือบผิว เมื่อผิวถูกขูดหรือกระแทกจนถึงเนื้อเหล็ก สนิมจะเริ่มทันที งานกลางแจ้งจึงควรใช้เสาชุบกัลวาไนซ์เสมอ

เสากิ่งเดี่ยวกับกิ่งคู่ เลือกแบบไหน

ดูที่หน้างาน ถนนที่ติดตั้งเสาข้างเดียวใช้กิ่งเดี่ยว ส่วนถนนที่มีเกาะกลางใช้กิ่งคู่วางบนเกาะกลางแล้วส่องออกสองฝั่ง จะประหยัดทั้งจำนวนเสาและงานเดินสายไฟ

ตอม่อและ J-Bolt สำคัญแค่ไหน

สำคัญเท่าตัวเสา เพราะแรงลมที่กระทำกับเสาจะถ่ายลงมาที่ฐานทั้งหมด ฐานรากที่เล็กหรือตื้นเกินไปทำให้เสาล้มได้แม้ตัวเสาจะได้มาตรฐาน ควรขอแบบฐานรากที่คำนวณมาตรงกับความสูงเสาที่สั่งจริง ไม่ใช่แบบกลางที่ใช้กับทุกความสูง

สั่งผลิตเสาไฟใช้เวลากี่วัน

เสาสั่งผลิตตามสเปกโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 30 วัน เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนขึ้นรูป เชื่อม และชุบกัลวาไนซ์ จึงควรเผื่อเวลาไว้ในแผนงาน ไม่ควรวางแผนเหมือนสินค้าพร้อมส่ง

เสาไฮแมสต้องบำรุงรักษาอย่างไร

จุดที่ต้องดูแลคือระบบรอกและสลิงที่ใช้เลื่อนวงแหวนโคมขึ้นลง ควรเลือกรุ่นที่มีสลิงหลายเส้นและมีตัวล็อกกันวงแหวนร่วงหากสลิงขาด รวมถึงมีประตูบริการที่ฐานเสาขนาดใหญ่พอให้เข้าไปติดตั้งและซ่อมชุดรอกได้จริง

สรุป

 

การเลือก เสาไฟ ไม่ได้เริ่มจากราคาต่อต้น แต่เริ่มจากการจับคู่ความสูงเสากับวัตต์ของโคมให้ได้ความสว่างตามเกณฑ์ก่อน แล้วจึงไล่ตรวจสเปกที่พิสูจน์ได้ทีละข้อ ทั้งมาตรฐาน มอก. 2316-2549 มวลสังกะสีเคลือบไม่ต่ำกว่า 500 กรัมต่อตารางเมตร ค่าความแข็งแรงของเหล็ก ค่าทนแรงลม และความหนาผนังพร้อมน้ำหนักต่อต้น

 

สองข้อหลังคือข้อที่หน้าสินค้าส่วนใหญ่ไม่เผยแพร่ แต่เป็นข้อที่ตัดสินว่าเสาจะอยู่ครบตลอดอายุงานหรือไม่ ผู้ขายที่ตอบความหนาผนัง น้ำหนักต่อต้น และค่าทนแรงลมได้ทันที คือผู้ขายที่มีเอกสารจริงอยู่ในมือ ไม่ใช่แค่ใบเสนอราคา

หน้าแรก » สังคม-สตรี