วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569 23:17 น.

สังคม-สตรี

สำนักงาน ป.ย.ป. จัด Thailand Regulatory Reform Forum 2026 ชูแนวคิด “From Rules to Results” ปลดล็อกกติกา สร้างผลลัพธ์ ยกระดับประเทศไทย

วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569, 22.14 น.

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) จัดงาน Thailand Regulatory Reform Forum 2026: From Rules to Results – ปลดล็อกกติกา สร้างผลลัพธ์ ยกระดับประเทศไทย เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและระดมข้อเสนอจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน ร่วมกันกำหนดทิศทางการปฏิรูประบบกฎระเบียบของประเทศให้สอดรับกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21

เวทีครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสำนักงาน ป.ย.ป. ในฐานะกลไกของรัฐบาลในการขับเคลื่อน
การปฏิรูปและการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมุ่งเน้นภารกิจเชิงบูรณาการและปฏิบัติการเพื่อเร่งรัด
การดำเนินการตามนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูปกฎหมาย กฎ ระเบียบภาครัฐ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานการบริหารราชการแผ่นดิน ที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน หลายกระทรวง และต้องอาศัยการทำงานร่วมกันจากผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กฎระเบียบไม่ใช่เรื่องกฎหมายอย่างเดียว แต่คือเรื่องอนาคตประเทศที่ทุกคนเกี่ยวข้อง

การสัมมนาเริ่มต้นด้วยการบรรยายหัวข้อ “The Economics of Regulation” โดยดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STIPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งหนี้ครัวเรือน การลงทุนภาคเอกชนที่ต่ำกว่าศักยภาพ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากเศรษฐกิจโลก

ดร. แบ๊งค์เสนอว่า การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศจำเป็นต้องเริ่มจากการลดอุปสรรคทางกฎระเบียบที่สร้างต้นทุนให้ประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมยกตัวอย่างบทเรียนจากหลายประเทศที่ใช้เครื่องมืออย่าง Regulatory Guillotine, Regulatory Impact Assessment (RIA), Omnibus Law และ Regulatory Sandbox เพื่อปรับปรุงคุณภาพกฎระเบียบและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

รับฟังเสียงจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สะท้อนปัญหาที่ประชาชนเผชิญจริง

ในช่วง  Voices from Outside the Government ผู้แทนจากภาคการเมือง ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ได้ร่วมสะท้อนปัญหาและข้อเสนอจากมุมมองของผู้ที่อยู่ปลายทางของนโยบาย

นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านและรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามการปฏิรูปกฎหมายและการยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยผลการศึกษาที่พบกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศมากกว่า 200 ฉบับ พร้อมเสนอให้ใช้กลไก Mission Audit ทบทวนภารกิจของภาครัฐ ตลอดจนผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐและการปรับปรุงกฎหมายแบบองค์รวม

ดร.กิรติพงศ์ แนวมาลี หัวหน้าทีมปฏิรูปกฎหมาย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามการปฏิรูปกฎหมายและการยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย สภาผู้แทนราษฎร เสนอให้ประเทศไทยยกระดับการออกกฎระเบียบบนฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ โดยใช้ RIA และกลไกกำกับดูแลกฎระเบียบในระดับระบบราชการ เพื่อให้ทุกกฎหมายใหม่ผ่านการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้านก่อนประกาศใช้

ขณะที่ รศ.ดร.เวียงรัฐ เนติโพธิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สะท้อนว่า การปฏิรูปกฎหมายไม่ใช่เพียงเรื่องประสิทธิภาพของรัฐ แต่เป็นเรื่องของความเป็นธรรมทางสังคมด้วย เพราะกฎระเบียบที่ซับซ้อนและขั้นตอนที่ยุ่งยาก มักทำให้ประชาชนต้องพึ่งพา“ระบบเส้นสาย” หรือคนกลางในการเข้าถึงสิทธิและบริการของรัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถรับมือกับกฎระเบียบที่ซับซ้อนได้ดีกว่าผู้ประกอบการรายย่อย

รศ.ดร.เวียงรัฐเสนอว่า ความสำเร็จของการปฏิรูปควรวัดจากการที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิ เริ่มต้นธุรกิจ และเข้าถึงบริการของรัฐได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่วัดจากจำนวนกฎหมายที่แก้ไขเพียงอย่างเดียว พร้อมเสนอให้สำนักงาน ป.ย.ป. เป็นกลไกกลางในการติดตามและผลักดันการปฏิรูปข้ามหน่วยงานอย่างจริงจัง

ด้าน ผศ.ดร.สุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่าปัญหาข้ามกระทรวง ต้องมีคนมองเห็นและขับเคลื่อนทั้งกระบวนการ ข้อเสนอสำหรับสำนักงาน ป.ย.ป. คือ นำประเด็นเหล่านี้ไปจัดลำดับเรื่องที่ควรเร่งผลักดัน ประสานหน่วยงานรับผิดชอบ และติดตามให้เห็นว่าเรื่องใดเดินหน้า เรื่องใดยังติดขัด และต้องให้ใครตัดสินใจ ส่วนแต่ละหน่วยงาน เริ่มต้นได้จากคำถาม 3 ข้อ จะปลดล็อกเรื่องใด ต้องร่วมกับใคร และจะใช้หลักฐานอะไรยืนยันว่าสิ่งที่ปรับปรุงดีขึ้นจริงFrom Rules to Results จะเกิดขึ้นได้ เมื่อกติกาที่ปรับแล้วช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้มั่นใจ และประชาชนเข้าถึงบริการและโอกาสได้จริง

รองนายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย “จากกฎสู่ผลลัพธ์”

ช่วงสำคัญของงานคือปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “From Rules to Results : ปลดล็อกกติกาสร้างผลลัพธ์ ยกระดับประเทศไทย” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดนักวิจัย ผู้ประกอบการ เทคโนโลยี หรือเงินทุน แต่ขาด “ระบบ” ที่สามารถเปลี่ยนศักยภาพเหล่านั้นให้กลายเป็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วโดยปัจจัยสำคัญของการแข่งขันในโลกยุคใหม่คือ Institutional Speed หรือความเร็วของระบบรัฐในการเปลี่ยนความคิดให้เกิดผลลัพธ์จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พร้อมชี้ว่าอุปสรรคสำคัญของไทยในปัจจุบันคือ Institutional Friction หรือแรงเสียดทานของระบบ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายที่ล้าสมัย การทำงานแยกส่วน กระบวนการที่ซ้ำซ้อน และข้อมูลที่ไม่เชื่อมโยงกัน ทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจต้องเสียเวลา ต้นทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็น

รองนายกรัฐมนตรีจึงมอบนโยบายให้ภาครัฐปรับเปลี่ยนจาก Rule-Based Government ไปสู่ Results-Driven Government โดยวัดความสำเร็จจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามขั้นตอนหรือกฎระเบียบพร้อมระบุว่า ความท้าทายสำคัญของประเทศในปัจจุบันล้วนเป็น Cross-Ministry Problemsที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน และหลายกฎหมายในเวลาเดียวกัน หากไม่มีหน่วยงานที่สามารถเชื่อมโยงการดำเนินงานแบบ End-to-End ได้ ประเทศจะตกอยู่ใน “Cross-Ministry Trap” หรือกับดักการทำงานแบบแยกส่วน

ด้วยเหตุนี้ สำนักงาน ป.ย.ป. จึงถูกกำหนดบทบาทให้เป็นผู้ประสานระบบเชิงยุทธศาสตร์ (System Integrator) ทะลวงคอขวดที่เกี่ยวพันกับหลายกระทรวง และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นความทรงจำแห่งการปฏิรูป (Institutional Memory of Reform) เพื่อเป็นหลักประกันว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนวาระไป แต่ระเบียบวาระการแก้ไขปัญหาของประเทศต้องถูกสานต่อจนกว่าจะสำเร็จ

แนวคิดสู่การปฏิบัติ : ปฏิรูปเพื่อสังคมสูงวัยและเศรษฐกิจแห่งอนาคต

ในช่วงบ่ายของการสัมมนา ได้มีการนำเสนอบทบาทของสำนักงาน ป.ย.ป. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน หรือ คณะกรรมการ ปกร.ต่อกรณีศึกษาการปฏิรูปกฎระเบียบที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในหัวข้อ  Case study on Regulatory Guillotine, Readiness for Super-aged Society and Wellness Economy

ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ กรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน  นำเสนอบทเรียนจากเกาหลีใต้ซึ่งใช้การปฏิรูปกฎระเบียบเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตจากนวัตกรรม โดยความสำเร็จไม่ได้เกิดจากผู้นำที่เข้มแข็งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการออกแบบกลไกที่ดี การทำงานข้ามหน่วยงาน และความต่อเนื่องของนโยบาย

ด้าน ดร.อภิชน จันทรเสน กรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน นำเสนอความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์ โดยเสนอให้กฎหมายในอนาคตยึดผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลาง ผ่านแนวคิด 3 ระดับ ได้แก่ Enable Me การเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่ยังมีศักยภาพตัดสินใจเองได้ Support Me การสร้างระบบผู้ช่วยที่ไว้วางใจได้ และ Respect My Wishesการรับรองความประสงค์ล่วงหน้าของผู้สูงอายุด้านสุขภาพ การดูแล และทรัพย์สิน เพื่อให้กฎหมายสอดคล้องกับโครงสร้างครอบครัวและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะที่ ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำเสนอแนวคิด Wellness Economy ในฐานะเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของโลก โดยชี้ว่าประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านบริการทางการแพทย์ การท่องเที่ยว อาหาร สมุนไพร และงานวิจัยซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ Scientific Wellness หรือเศรษฐกิจสุขภาวะที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ ข้อมูล และนวัตกรรม สร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

จากนั้น นายกฤษฎา เฉลิมสุข  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท โนเวนติก (ไทยแลนด์) จำกัด ได้นำเสนอการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปกฎระเบียบ ตั้งแต่การวิเคราะห์กฎหมาย การประเมินผลกระทบ การรับฟังความคิดเห็นประชาชน ไปจนถึงการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อให้ภาครัฐสามารถตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น

สำนักงาน ป.ย.ป. เดินหน้าผลักดันการปฏิรูปที่ประชาชนสัมผัสได้

ดร. ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. ย้ำว่า ข้อเสนอทั้งหมดจากเวทีครั้งนี้จะถูกนำไปจัดลำดับความสำคัญของประเด็นการปฏิรูป เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการแก้ไข “คอขวด” ของระบบกฎระเบียบที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการแก้ไขกฎหมายหรือปรับลดขั้นตอนราชการ แต่คือการทำให้กติกาของรัฐสามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ลดต้นทุน เพิ่มโอกาส สร้างนวัตกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ภายใต้แนวคิด From Rules to Results สำนักงาน ป.ย.ป. จึงกำลังขับเคลื่อนการปฏิรูปจากการแก้ปัญหารายหน่วยงาน ไปสู่การเชื่อมโยงทั้งระบบ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศไม่หยุดอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ แต่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้าแรก » สังคม-สตรี

ข่าวในหมวดสังคม-สตรี