วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569 11:37 น.

กีฬา

โอลิมปิคไทยสุดปลาบปลื้ม เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษากิติมศักดิ์ฯ

วันศุกร์ ที่ 09 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.32 น.

โอลิมปิคไทยสุดปลาบปลื้ม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษากิติมศักดิ์ฯ "ผศ.พิมล ศรีวิกรม์" รับเป็นมิ่งขวัญและศิริมงคลแก่วงการกีฬาไทย พร้อมเผยมีผู้สนับสนุนงบประมาณซื้อเรือใบที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงใช้แข่งและคว้าเหรียญทองซีเกมส์เข้าเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์กีฬา ขณะที่"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ โผล่ร่วมประชุมคณะกก.อลป.ย้ำยอมรับวางแผนพลาดทำผลงานฟุตบอลไทยในซีเกมส์ไร้เหรียญทอง ชี้พยายามหาจุดให้บาลานซ์ระหว่างสโมสรลีกและทีมชาติทำให้เก็บตัวไม่เต็มที่ แถมนักเตะต่างชาติในลีกมีมากขึ้นเป็นผลให้คุณภาพนักเตะไทยตกลง พร้อมรับไปแก้ไขเพื่อเตรียมทัพลุยศึกเอเชียนเกมส์ต่อไป ด้าน กกท.วางเป้าเอเชียนเกมส์ที่ญี่ปุ่นปีนี้ไทยต้องคว้าไม่ต่ำกว่า 18 ทอง จัดงบไว้เบื้องต้นแล้ว 226 ล้านบาท

ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ครั้งที่ 1/2569 ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.69 โดยมี พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกิติมศักดิ์ฯ, นายกองเอกชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานฯ  และคณะกรรมการบริหารฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
       
วาระแรกประธานได้แจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณฯ จาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษากิติมศักดิ์คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจให้คณะกรรมการฯมุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาวงการกีฬาไทยเป็นอย่างยิ่ง 
       
ผศ.พิมล ยังได้กล่าวอีกว่า หลังปีใหม่นี้คณะกรรมการโอลิมปิคฯ จะต้องทำงานกันอย่างหนักและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพราะปีนี้มีงานสำคัญรออยู่ไม่ว่าจะเป็นการส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งเอเชี่ยนบีชเกมส์ ที่จีน เม.ย.นี้ และ ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ที่ญี่ปุ่น 19 ก.ย.-4 ส.ค.นี้ รวมถึงการเดินหน้าแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และ สนับสนุนส่งเสริมให้นักกีฬาไทยได้รับประโยชน์สูงสุดเพื่อให้ถูกยกระดับและได้รับการพัฒนาศักยภาพไปสู่ความสำเร็จมากที่สุด 
      
ด้านพลเอกยุทธศักดิ์ ได้กล่าวในที่ประชุมถึงผลงานซีเกมส์ของนักกีฬาไทยว่า  ต้องมีการให้แต่ละสมาคมกีฬาต่างๆนำข้อมูลที่ละเอียดและลึกๆจริงๆมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อนำมาแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อส่งเสริมพัฒนาและต่อยอดไปสู่มหกรรมกีฬาต่างๆ โดยเรื่องนี้ประธานในที่ประชุมรับนำมาพิจารณาในการจัดประชุมสัมมนาร่วมกับสมาคมกีฬาและผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อมูลเชิงลึกที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของนักกีฬาและแก้ปัญหาอย่างตรงจุดที่สุด
       
ขณะที่ นางนวลพรรณ  ล่ำซำ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ได้ใช้สิทธิในฐานะนายกสมาคมกีฬ่าฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ชี้แจงถึงผลงานของทีมฟุตบอล-ฟุตซอลไทยในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ที่ผลงานฟุตบอลในซีเกมส์ไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้เลย โดยเฉพาะฟุตบอลชาย ซึ่งยอมรับว่า รอบนี้เป็นความผิดพลาดของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ไม่สามารถให้นักเตะพักจากการเตะลีกให้สโมสรได้ เนื่องจากช่วงเก็บตัวซีเกมส์ไม่ตรงกับฟีฟ่าเดย์ อีกอย่างต้องยอมรับด้วยว่าปัจจุบันค่าสัมประสิทธิ์ไทยลีกตอนนี้ ขึ้นสูงเท่าจีนแล้ว วันนี้สิทธิการไปเล่นต่างประเทศ (ฟุตบอลสโมสรเอเชีย) มากพอกับจีน เราจึงต้องบาลานซ์ 2 ขาให้ดี ซึ่งเป็นเรื่องยาก การบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลต้องยืดหยุ่นมาก 
       
"แป้งอยู่ตรงนี้ก็พยายามบาลานซ์มาตลอด และจะต้องมีการพูดคุยกับสโมสรให้มากขึ้น ส่วนเรื่องโควต้านักเตะต่างชาติในไทยลีก เราต้องล้อไปกับฟุตบอลสโมสรเอเชียให้มากขึ้น ก็คือต้องให้โควต้าต่างชาติมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้คุณภาพนักกีฬาไทยอาจจะลดลง ตอนนี้กำลังแก้ไข เมื่อวานก็มีประชุมที่สมาคมฯ"
       
นอกจากนี้นางนวลพรรณ ยังได้กล่าวถึงการแข่งขันเอเชียนเกมส์ว่า อยากจะขอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาส่งทีมฟุตบอลไปแข่งเอเชี่ยนเกมส์  ซึ่งทางสมาคมฯได้กลับมาดูช่วงแข่งแล้วเอเชียนเกมส์เป็นช่วงฟีฟ่าเดย์ จึงค่อยยังชั่วที่สโมสรต้องปล่อยตัวนักเตะอยู่แล้ว ส่วนซีเกมส์ ทุกท่านรู้หรือไม่ว่า ฟุตบอลชาย จบแมตช์หนึ่ง ต้องกลับไปแข่งให้สโมสร ไม่รู้จะทำยังไง สโมสรก็ต้องใช้ตัวหลัก นักเตะกลับมาก็ล้า เห็นชัดช่วงต่อเวลาว่าโดน เวียดนาม แน่ คือเวียดนามเขาเล่นดี
         
ด้านนายธนา ไชยประสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ได้รายงานถึงความคืบหน้าการเตรียมการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการส่งยอดจำนวนนักกีฬาเข้าแข่งขัน ซึ่งมีกำหนดส่งยอดทั้งหมดภายในวันที่  31 มกราคมนี้ ในการนี้คณะกรรมการคัดเลือกตัวจะกำหนดนโยบายในการคัดเลือกตัวและการจัดส่งชนิดกีฬาใดบ้าง
          
นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า กกท.ได้พิจารณาวางงบประมาณ 226 ล้านบาทเศษ โดยในเบื้องต้นในการเลือกชนิดกีฬา ไว้ที่ 10 กีฬา โดยยึดจากงานเดิมในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ผ่านมา ไม่หวังทำลายสถิติ แต่จะต้องส่งไปให้ได้เป้าหมายมากที่สุดวางเป้าหมายผลงานครั้งนี้เหรียญทองต้องไม่น้อยกว่า 18 เหรียญทอง
       
ทั้งนี้นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ได้แนะนำเพิ่มเติมว่า การเตรียมเอเชียนเกมส์ต้องมองที่การต่อยอด จากเอเชี่ยนเกมส์ ไปสู่ โอลิมปิกเกมส์ คงไม่ใช่ 10 ชนิดกีฬาตามเป้าหมายที่ กกท.วางไว้ เพราะคงไม่ใช่แค่การหวังเหรียญ แต่ต้องมองไปถึงการพัฒนาด้วย ส่วนเรื่องงบประมาณ ถ้าได้ยอดนักกีฬาจริงๆแล้วก็จะหาแนวทางในการผลักดับงบประมาณ
           
นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันที่จะซื้อเรือใบประเภทคีลโบ๊ท SSL47 (Keelboat)ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีทรงใช้ลงแข่งปละทรงนำทีมคว้าเหรียญทองในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยมีผู้สนับสนุนงบประมาณมาจำนวนหนึ่ง เนื่องจากเรือลำนี้ถือเป็นลำประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาและจัดเข้าไว้ในพิพิธภันฑ์กีฬาต่อไป
        
ผศ.พิมล กล่าวว่า เรื่องเอเชียนเกมส์คงไม่จำกัดแค่ 10 ชนิดกีฬาที่กกท.วางกรอบมา เราต้องมาคุยกันในส่วนของหลายกีฬาที่เป็นกีฬามวลชนและสามารถต่อยอดไปโอลิมปิกเกมส์ต้องได้รับโอกาสเช่นกัน อย่างฟุตบอล ก็ต้องให้โอกาสเขาแม้ในซีเกมส์จะผลงานไม่น่าประทับใจ แต่เป็นกีฬาที่คนไทยให้ความสนใจและเป็นความหวัง เช่นเดียวกับบาสเกตบอลที่ต้องยอมรับว่ามีคนสนใจเยอะมาก ทั้งนี้ก็ต้องมาดูรายละเอียดกันอีกครั้ง
       
ส่วนเรื่องการขอเป็นเจ้าภาพยูธโอลิมปิกเกมส์ ผศ.พิมล กล่าวว่า ขณะนี้กำลังจัดทำหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเสนอตัวให้รัฐบาลใหม่ หากสนใจจะขอเป็นเจ้าภาพต้องแสดงความมั่นใจในการจัด ทั้งเรื่องงบประมาณ การวางแผนจัดแข่งทุกอย่างต้องออกมาเป็นมติคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ถ้าไม่พร้อมโอลิมปิคฯ ก็จะไม่ยื่นเสนอขอให้ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศในอนาคต
       
 

หน้าแรก » กีฬา