วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 18:37 น.

บ้านเมืองพาเที่ยว

เที่ยวไต้หวันสัมผัสพลังชีวิตจากธรรมชาติ สู่การเดินทางแบบ LOHAS ให้ธรรมชาติเยียวยาร่างกายและจิตใจ

วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.53 น.

Waves of Vitality เที่ยวไต้หวันสัมผัสพลังชีวิตจากธรรมชาติ จากภูเขา สายลม นาข้าว และมหาสมุทร สู่การเดินทางแบบ LOHAS ให้ธรรมชาติเป็นผู้เยียวยาร่างกายและจิตใจ สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

“ไต้หวัน” ไม่ได้มีดีแค่เมืองทันสมัย อาหารอร่อย และวัฒนธรรมที่หลากหลาย หากแต่ยังมีอีกมิติของการท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น นั่นคือแนวคิด LOHAS – Lifestyles of Health and Sustainability หรือการใช้ชีวิตที่ใส่ใจสุขภาพและความยั่งยืน

 

 

แนวคิดนี้สอดคล้องกับเสน่ห์ของ “ไต้หวันตะวันออก” โดยเฉพาะ “ฮวาเหลียน–ไถตง” ดินแดนที่ภูเขา ทะเล ป่าไม้ นาข้าว และชุมชนชนพื้นเมืองอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ก่อนเดินทางลงสู่ เกาสง เมืองที่นำศิลปะ พื้นที่สาธารณะ และระบบขนส่งสมัยใหม่มาผสมผสานกับวิถีชีวิตเมือง

 

 

ช่วงเวลาวันที่ 10 – 14 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ จัดทริปท่องเที่ยวไต้หวันประจำปี 2569 ภายใต้ธีม LOHAS และLGBTQ+ ได้นำคณะสื่อจากประเทศไทยกว่า 20 ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเว็บไซต์ บล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ เพจท่องเที่ยว และสื่อธุรกิจสายท่องเที่ยวเดินทางสู่เมืองเกาสง ทางตอนใต้ของไต้หวัน เพื่อสัมผัสพลังชีวิตจากธรรมชาติ สร้างความประทับใจที่น่าจดจำ

การเดินทางเส้นทางนี้จึงไม่ใช่เพียงการ “ไปเที่ยว” แต่คือการออกไป “สูดอากาศบริสุทธิ์” เดินบนเส้นทางธรรมชาติ ปั่นจักรยานกลางทุ่งนา เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ชื่นชมงานศิลปะ และสัมผัสวิถีชีวิตที่เคารพธรรมชาติ ซึ่งล้วนสะท้อนแนวคิด Waves of Vitality คลื่นพลังชีวิต ได้อย่างชัดเจน

 

 

การท่องเที่ยวในพื้นที่แห่งนี้จึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ แต่เป็นการ “Slow Travel” ค่อยๆเดิน ค่อยๆมอง สูดอากาศบริสุทธิ์ และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด LOHAS ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความยั่งยืน

 

 

ไต้หวันเองมีการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแบบ Low Carbon Eco-tourism ในเขต East Rift Valley โดยเชื่อมโยงธรรมชาติ ระบบนิเวศ เกษตรกรรม อาหารท้องถิ่น และการเดินทางด้วยจักรยานเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

ฮวาเหลียน–ไถตง : จุดเริ่มต้นของคลื่นแห่งชีวิต

หากมองแผนที่ไต้หวัน ภูมิภาคตะวันออกเปรียบเสมือนพื้นที่ที่ธรรมชาติยังคงรักษาจังหวะชีวิตของตัวเองไว้ได้อย่างงดงาม

 

 

ฮวาเหลียน โดดเด่นด้วยภูเขา หน้าผา ชายฝั่ง และระบบนิเวศทางทะเล ขณะที่ ไถตง มีทั้งหุบเขาตะวันออก พื้นที่เกษตร ท้องทะเล และชุมชนชนพื้นเมือง

 

 

สิ่งที่ทำให้สองพื้นที่นี้น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวแบบ LOHAS คือ นักเดินทางสามารถสัมผัสธรรมชาติได้โดยไม่จำเป็นต้องบริโภคหรือใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย การปั่นจักรยาน เดินศึกษาธรรมชาติ ใช้บริการท้องถิ่น และเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ทำให้การท่องเที่ยวสร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้มาเยือนและเจ้าของพื้นที่

 

 

เส้นทางศึกษาธรรมชาติต้าสือปี่ซาน : เดินช้า ๆ ฟังเสียงธรรมชาติ

จากการเดินทางบนถนน เปลี่ยนเป็นการเดินเท้า แล้วปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้นำทางที่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติต้าสือปี่ซาน (Dashshibi Hill)

 

 

เส้นทางลักษณะนี้สะท้อนหัวใจของการท่องเที่ยวแบบ Wellness ได้อย่างดี เพราะการเดินป่าไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางกาย แต่เป็นช่วงเวลาที่นักเดินทางได้ลดความเร็วจากชีวิตประจำวัน

 

 

เสียงลม เสียงนก กลิ่นของต้นไม้ และความเขียวของผืนป่า ช่วยเปลี่ยนการท่องเที่ยวให้กลายเป็นช่วงเวลาสำหรับพักกายและพักใจ

 

 

นี่คือ Wellness ในความหมายที่เรียบง่ายที่สุด ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรีสอร์ตหรู เพียงได้เดินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างเคารพพื้นที่ก็สามารถสร้างความรู้สึกสดชื่นและสมดุลได้

 

 

 

ซือทีผิง : เมื่อคลื่นทะเลเล่าเรื่องโลก

Shitiping Scenic Area หรือ เขตนันทนาการซือทีผิง (Shitiping) คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ทำให้เห็นพลังของธรรมชาติอย่างชัดเจน

 

 

ชายฝั่งแห่งนี้มีโขดหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา และเป็นพื้นที่ที่สามารถเรียนรู้ทั้งธรณีวิทยาและระบบนิเวศทางทะเล

 

 

เมื่อยืนมองคลื่นที่ซัดเข้าหาโขดหิน สิ่งที่เห็นจึงไม่ใช่เพียง “วิวทะเล” แต่เป็นเรื่องราวของโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกและการกัดเซาะของธรรมชาติ

 

 

ซือทีผิงจึงเป็นห้องเรียนกลางแจ้งที่เตือนเราว่า ธรรมชาติไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของการท่องเที่ยว แต่คือทรัพยากรที่ทุกคนมีหน้าที่ร่วมกันดูแล

 

 

 

 

 

ไถตง : เมื่อทุ่งนาเปลี่ยนเป็นพื้นที่แห่งสุขภาพ

เดินทางเข้าสู่ ไถตง ภาพของมหาสมุทรค่อยๆ เปลี่ยนเป็นภูเขาและทุ่งนากว้างใหญ่

 

 

ที่นี่คือดินแดนของการท่องเที่ยวแบบ Slow Life อย่างแท้จริง โดยเฉพาะบริเวณ ฉือซ่าง (Chishang) ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการปลูกข้าวและภูมิทัศน์นาข้าวใน East Rift Valley

 

Brown Boulevard : ปั่นจักรยานผ่าน “คลื่นสีเขียว”

Brown Boulevard หรือ บราวน์บูเลอวาร์ด (Brown Boulevard) คือภาพจำสำคัญของไถตง

 

 

ถนนสายเล็กๆ ที่พาดผ่านทุ่งนาโดยแทบไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรือเสาไฟฟ้ามารบกวนสายตา เปิดมุมมองให้เห็นภูเขาและผืนนาอย่างเต็มที่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือเช่าจักรยานเที่ยวชมพื้นที่ได้

 

 

เส้นทางนี้มีความยาวประมาณ 2.2 กิโลเมตร และเป็นที่รู้จักอย่างมากจากโฆษณาที่ถ่ายทำในพื้นที่ รวมถึงภาพของนักแสดงชื่อดัง ทาเคชิ คาเนชิโระ ที่กลายเป็นภาพจำของถนนสายนี้

 

 

สำหรับแนวคิด LOHAS จักรยานจึงไม่ใช่เพียงพาหนะเพื่อการท่องเที่ยว แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางที่ใช้พลังงานน้อย ออกกำลังกายไปพร้อมกับการสัมผัสธรรมชาติ และลดการพึ่งพารถยนต์

 

 

ต้นไม้คาเนชิโระ ทาเคชิ : จุดเล็ก ๆ ที่กลายเป็นเรื่องราวใหญ่

Takeshi Kaneshiro Tree ต้นไม้ที่อยู่ท่ามกลางทุ่งนา กลายเป็นแลนด์มาร์กจากภาพยนตร์โฆษณาที่ทำให้ Brown Boulevard เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ

 

 

แต่เสน่ห์ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงของบุคคล หากอยู่ที่ภาพของ “ต้นไม้หนึ่งต้นกลางผืนนา” ซึ่งสะท้อนความเรียบง่ายของภูมิทัศน์ไถตง

 

 

นักเดินทางที่มาถึงจุดนี้จึงควรใช้เวลามองทุ่งนา ฟังเสียงธรรมชาติ และสัมผัสความเงียบ มากกว่าการเร่งรีบเพื่อถ่ายภาพแล้วเดินทางต่อ

 

 

โรงสีข้าวฉือซ่าง : จากเมล็ดข้าวสู่เรื่องราวของชุมชน

อีกหนึ่งจุดหมายที่ทำให้เห็นว่า “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” สามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างไร คือ Chishang Township Farmers' Association Tourist Rice Factory

 

 

โรงสีข้าวเพื่อการท่องเที่ยวของสหกรณ์การเกษตรฉือซ่าง ทำให้ผู้มาเยือนได้รู้จักกับเบื้องหลังข้าวที่อยู่บนโต๊ะอาหาร ตั้งแต่การเกษตร การผลิต ไปจนถึงวัฒนธรรมข้าวของชุมชน

 

 

การเดินทางมาที่นี่จึงเป็นมากกว่าการชิมอาหาร แต่เป็นการเรียนรู้ “จากผืนนาสู่จานอาหาร” และทำให้เราเห็นคุณค่าของเกษตรกรและทรัพยากรอาหารมากขึ้น โดยสถานที่แห่งนี้ได้รับการระบุไว้ในข้อมูลการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการของไต้หวันในพื้นที่ฉือซ่าง

 

 

 

 

ลู่เหย่ : สูดอากาศบนที่สูง แล้วปล่อยใจให้ลอยไปกับสายลม

Luye Highland ที่ราบสูงลู่เหย่ (Luye Highland) ตั้งอยู่สูงประมาณ 350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล รายล้อมด้วยภูเขาและหุบเขา เป็นจุดชมทิวทัศน์ East Rift Valley และแม่น้ำเป่ยหนานได้อย่างกว้างไกล

 

 

ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่จัด Taiwan International Balloon Festival ในช่วงฤดูร้อน และยังเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งและการเรียนรู้เรื่องชาในท้องถิ่น

 

 

ในมุมของ Waves of Vitality ลู่เหย่คือช่วงเวลาที่ “เงยหน้ามองฟ้า” หลังจากใช้เวลาบนผืนดิน

ผืนหญ้า ภูเขา สายลม และท้องฟ้า ทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นการพักจากความเร่งรีบของเมือง และกลับมารับรู้จังหวะธรรมชาติอีกครั้ง

 

 

ฟาร์มชนพื้นเมืองปู้หนง : สุขภาพที่เริ่มต้นจากรากเหง้า

Bunun Tribal Leisure Farm คืออีกหนึ่งจุดหมายที่สะท้อนความหมายของความยั่งยืนในมิติของ “ผู้คน”

 

 

ชุมชนปู้หนงมีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงกับภูเขา การเกษตร และการดำรงชีวิตอย่างใกล้ชิด นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านเพลง การเต้นรำ งานหัตถกรรม และกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน

 

 

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่การเข้าไป “ชม” ชุมชนเพียงฝ่ายเดียว แต่คือการเปิดโอกาสให้รายได้จากการท่องเที่ยวกลับไปสนับสนุนการศึกษา การพัฒนาอาชีพ และการรักษาวัฒนธรรมของชนพื้นเมือง

นี่คือ Sustainability ที่มี “คน” เป็นศูนย์กลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จากภูเขาสู่มหานคร : เกาสง เมืองที่ศิลปะพบกับการเดินทางสีเขียว

หลังจากใช้ชีวิตอย่างช้าๆ ท่ามกลางภูเขาและทุ่งนา การเดินทางเข้าสู่ นครเกาสง (Kaohsiung) เปรียบเสมือนการเปลี่ยนจังหวะจากเสียงธรรมชาติสู่จังหวะของเมือง

 

 

แต่เกาสงไม่ได้ทิ้งแนวคิดเรื่องความยั่งยืนไว้เบื้องหลัง เพราะเมืองสามารถนำพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่ริมน้ำมาปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ศิลปะ สันทนาการ และพื้นที่สาธารณะ

 

 

The Pier-2 Art Center : ศิลปะเปลี่ยนพื้นที่เมือง

The Pier-2 Art Center คือหนึ่งในตัวอย่างเด่นของการเปลี่ยนพื้นที่ริมท่าเรือให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์

 

 

โกดังและพื้นที่อุตสาหกรรมถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ ผ่านงานศิลปะ นิทรรศการ และกิจกรรมสร้างสรรค์

 

 

แนวคิดนี้สอดคล้องกับ Sustainability ในมิติของการใช้ทรัพยากรเดิมให้เกิดคุณค่าใหม่ แทนที่จะต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น

 

 

เมืองจึงไม่ได้เติบโตด้วยการขยายพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเติบโตด้วยการ “ฟื้นชีวิตพื้นที่เดิม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Qijin : ให้ทะเลเป็นพื้นที่พักใจของคนเมือง

เดินทางต่อไปยัง Qijin Coastal Park พื้นที่ริมทะเลที่เปิดให้ผู้คนได้สัมผัสสายลมและทิวทัศน์มหาสมุทร

 

 

ที่นี่เป็นตัวอย่างของพื้นที่สาธารณะที่นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมือง

 

 

และบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Rainbow Arch ซุ้มสีสันที่ออกแบบโดยใช้แนวคิดเส้นขอบฟ้าระหว่างผืนดินกับทะเล กลายเป็นองค์ประกอบทางภูมิทัศน์ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้ชายฝั่ง Qijin

 

 

เมื่อเดินเลียบชายทะเล ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางค่อย ๆ ลดลง เหลือเพียงเสียงคลื่น ลมทะเล และพื้นที่เปิดกว้างให้เราได้พักสายตา

 

 

 

Totoro Tunnel : เมื่อระบบขนส่งสาธารณะกลายเป็นพื้นที่สีเขียว

ปิดท้ายการเดินทางด้วยภาพที่สะท้อนการเดินทางในเมืองยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจที่ Totoro Tunnel หรือ Kaohsiung LRT Green Tunnel

 

 

เส้นทางรถไฟฟ้าเบา Kaohsiung LRT ช่วงระหว่างสถานี C21A และ C21 มีแนวต้นหูกวางขนาดเล็กเรียงตัวเป็นอุโมงค์สีเขียว ความยาวเกือบ 500 เมตร จนได้รับฉายาว่า “Totoro Tunnel” จากบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงโลกในแอนิเมชัน

จุดนี้สะท้อนแนวคิดสำคัญของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้อย่างชัดเจน

 

 

การเดินทางเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยวได้

 

 

แทนที่จะต้องใช้รถยนต์เพื่อเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ระบบขนส่งสาธารณะสามารถพาเราเข้าไปสัมผัสเมือง พร้อมกับลดการพึ่งพาการเดินทางส่วนบุคคล

 

 

Waves of Vitality : คลื่นเดียวกันที่เชื่อม “คน–ธรรมชาติ–เมือง”

ตั้งแต่คลื่นมหาสมุทรที่ซือทีผิง สายลมบนที่ราบสูงลู่เหย่ ทุ่งนาที่ฉือซ่าง เสียงเพลงของชนพื้นเมืองปู้หนง ไปจนถึงงานศิลปะริมท่าเรือเกาสง ทุกสถานที่ล้วนมีเรื่องเดียวกันซ่อนอยู่

 

 

นั่นคือ “การใช้ชีวิตอย่างสมดุล”

ฮวาเหลียนสอนให้เราเคารพพลังของธรรมชาติ

ไถตงสอนให้เราเดินช้าลงและเห็นคุณค่าของผืนดิน

ฉือซ่างสอนให้เราเห็นความสำคัญของอาหารและเกษตรกร

ปู้หนงสอนให้เราเข้าใจว่าความยั่งยืนต้องเริ่มจากผู้คนและวัฒนธรรม

ขณะที่เกาสงแสดงให้เห็นว่าเมืองสมัยใหม่ก็สามารถอยู่ร่วมกับศิลปะ พื้นที่สาธารณะ และระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้

 

 

ทั้งหมดหลอมรวมเป็นแนวคิด LOHAS – Lifestyle of Health and Sustainability

การท่องเที่ยวที่ไม่ได้ถามเพียงว่า “เราได้อะไรจากการเดินทาง” แต่ถามต่อว่า “เมื่อเราเดินทางกลับไปแล้ว สถานที่แห่งนั้นจะยังคงงดงามเหมือนเดิมหรือไม่”

นี่คือหัวใจของ Waves of Vitality การเดินทางที่เติมพลังให้ชีวิต โดยไม่พรากพลังจากโลก

เพราะการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนที่สุด อาจไม่ใช่การเดินทางที่ไกลที่สุด แต่คือการเดินทางที่ทำให้เรา รักธรรมชาติมากขึ้น ดูแลสุขภาพมากขึ้น เข้าใจผู้คนมากขึ้น และทิ้งร่องรอยไว้บนโลกให้น้อยที่สุด

 

 

และเมื่อคลื่นลูกหนึ่งจากมหาสมุทรแปซิฟิกเดินทางมาถึงชายฝั่งไต้หวัน มันอาจไม่ได้พัดพาเพียงสายลมและละอองน้ำเข้ามา หากแต่กำลังนำ “พลังชีวิต” รูปแบบใหม่มาสู่ผู้เดินทางทุกคน พลังของการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย สมดุล และยั่งยืน

 

 

#LOHAS

#Taiwan100Ways

#TaiwanTourismTH

#WavesofVitality

#เที่ยวไต้หวัน

#熱氣球嘉年華

#TaiwanInternationalBalloonFestival

ขอบคุณภาพจาก : Taiwan Tourism , สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน