วันพฤหัสบดี ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 06:10 น.

อาชญากรรม » คอลัมน์

คนจร

ลบเหลี่ยมลูบคม : วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2562, 07.46 น.

เสียงครวญจากร้อยเวร(จำเป็น)???...

เสียงครวญจากร้อยเวร(จำเป็น)???...
 
หลังจากนายพลมากบารมีหลุดวงโคจรไปแล้ว ผบ.ตร.แม่ทัพใหญ่ได้ออกคำสั่งถึงขั้นตอนต่อไปในการแต่งตั้งโยกย้ายคืนอำนาจให้กับแม่ทัพตำรวจภาคต่างๆ ไปจัดการเอง หลายเสียงชื่นชม แต่ก็ยังคงมีข้อกังขาอยู่ที่ว่า แล้วผลพวงของคำสั่งที่แล้วล่ะ จะแก้ไขอย่างไร นายพันตำรวจหลายร้อย หลายพันคนที่กระเด็นกระดอนไปตามภาคต่างๆ พลัดพรากจากงานที่ถนัด จากครอบครัว ยังคงต้องทนกันต่อไปหรือกระไร !!!!
 
สิ่งที่กระทบมาจากคำสั่งคราที่แล้วที่ออกจะหนักหนาสาหัสคือเหล่าบรรดาพนักงานสอบสวนจำเป็นที่อยู่ๆก็ถูกยัดเยียดให้มาทำงานที่หินสุดๆ แถมตัวเองก็ห่างหายจากการทำสำนวนการสอบสวนมานาน พวกที่ยังพอมีเส้นมีสาย ยังพอมีนายที่เมตตาอยู่บ้างก็เริ่มทยอยไปช่วยราชการ ทิ้งให้บรรดาที่ไร้เส้น ไร้สาย หวานอม ขนกลืน กันต่อไป ..บรรดานายใหญ่ทั้งหลายรู้หรือไม่ว่าหลายเดือนแล้วที่พวกเขาเหล่านั้นต้องกินเงินเดือนล้วนๆ ที่หลังจากหักค่าใช้จ่ายให้สหกรณ์ออมทรัพย์แล้ว ยังต้องเพิ่มภาระเป็นสองเท่าเพราะต้องแบ่งเป็นสองที่ สองครอบครัว ค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น จากที่เคยได้เงินประจำตำแหน่งสายปราบปรามแค่สี่พันบาทก็ถูกตัดเพราะย้ายมาเป็นพนักงานสอบสวนแล้ว ครั้นมาอยู่สายงานสอบสวนก็ไม่ได้เงินประจำตำแหน่งเพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพสอบสวน แล้วเมื่อใดจะเปิดอบรม ก็ยังหาความชัดเจนไม่ได้ ผ่านมาหลายเดือนพึ่งจะเรียกเข้าอบรมสำหรับพวกย้ายกลับมางานสอบสวนปลายเดือนนี้ซึ่งหมายถึงบันใดขั้นแรกในการจะได้ใบประกอบวิชาชีพซึ่งก็คือเงินประจำตำแหน่งสอบสวนนั่นเอง แล้วยังต้องอบรมอีกสี่เดือน เร็วสุดก็ครึ่งปีที่เงินประจำตำแหน่งหายไป หากถามว่าจะได้ตกเบิกหรือไม่ คำตอบคือไม่ เพราะเริ่มจ่ายเมือมีใบอนุญาตแล้วเท่านั้น  เมื่อถามว่าแล้วเช่นนี้รับคดี ทำสำนวนได้หรือไม่ ตอบว่าได้ เพราะตามกฎหมายบอกว่าได้ ..ไม่มีหน่วยงานใดในประเทศนี้ที่ดูแลลูกน้องตนเองได้ดีเท่านี้อีกแล้ว ..ทีจะใช้งานบอกว่าเป็นไปตามกฎหมาย ทีจะจ่ายเบี้ยเลี้ยงสวัสดิการบอกว่าไม่ได้ขัดระเบียบ ..อย่าคิดว่าพวกมาจากนอกสายสอบสวนจะมีเงินเก็บ มีเงินถุงเงินถังเป็นเสบียงตุนเหมือนกันในทุกคน คนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานหาความชำนาญในสายงานถนัดของตนมันไม่ได้สนใจเงินไปเสียทุกคนดอก เพราะอย่างนี้ไงเล่าถึงต้องโดนเตะกระเด้งกลับมางานสอบสวนและก็เพราะอย่างนี้ไงเล่าที่ไม่มีใครอยากมางานสอบสวน ..ผ่านมากว่าสามเดือนแล้วหลายสถานี หลายหน่วยงานยังปั่นป่วนไม่เลิก ผลงานตำรวจที่โดดเด่นที่สุดในช่วงนี้คือการที่ รอง ผบ.ตร. ไปช่วยคนประสบอุบัติเหตุ งานสืบสวน งานป้องกันปราบปรามเงียบเป็นเป่าสาก แต่ที่น่ายินดีคืองานจราจร ที่สามารถคิดค้นหาเงินค่าปรับเพิ่มได้โดยการยืมมือสำนักงานขนส่ง... ช่างสุขเกษมเปรมปรีย์เสียนี่กระไร!!!!
 
ส่วนงานใด หน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องกับงานสอบสวน ช่วยขยับตัว ขยับสมอง คิดค้นวิธีการช่วยบรรเทาความเดือนร้อนของเหล่าร้อยเวรจำเป็นเหล่านี้ด้วย หรือจะรอให้โครงการเออรี่รีไทร์ออกมาก่อน แล้วอย่ามาร้องแรกแหกกระเชออีกว่า งานสอบสวนขาดคนทำงาน ก็แล้วกัน.... 
 
                                                              “คนจร”