วันอังคาร ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 08:06 น.

อาชญากรรม » คอลัมน์

รอบบ้านรอบเมือง

ไมโครโฟน : วันศุกร์ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 14.11 น.

คอลัมน์ “รอบบ้าน รอบเมือง” แห่งบ้านเมืองออนไลน์ ประจำวันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม 2564

จะรอถึง วันนั้น ฝันเป็นจริง

 ที่เย่อหยิ่ง มองคน หัวจรดเท้า

จะล้างเลือด ชั่วช้า เหม็นสาบฉาว

 จะดึงดาว ฝังดิน ไร้กลิ่นเงา

     ขอพวกเรา อดทน ปล้นไทยคืน

 แม้กล้ำกลืน วิปโยค โรคกำสรวล

 จะเดินหน้า แม้เปรียบมด ล้มช้างยืน

 ของทวงคืน ยุติธรรม ค้ำแดนดิน

      แม้ถึงกาล เปลี่ยนผ่าน ตามกรรมเกิด

 ผู้ประเสริฐ เท่านั้น อยู่ค้ำได้

 หมู่ผองมาร เฝ้าประหาร ธิปไตย

 เวรสร้างไว้ ต้องเปลี่ยนไทย ฟ้าใหม่เอย

 

 ...........เบญจรงค์.........

 

** คนไทยจะว่าเกือบทั้งประเทศก็ว่าได้ต่างก็ตั้งคำถามว่า ราคไวรัสโควิด-19 มาถึงได้ขนาดนี้แล้วหรือ เพราะตัวเลขคนที่ติดไวรัสโควิด-19 , ผู้ป่วย, มีส่วนหนึ่งที่หายป่วยแล้วกลับบ้านได้, แต่ที่น่าเศร้าใจมากที่สุดเรียกว่าน้ำตาจะท่วมประเทศไทยคือยอดคนตายเป็นจำนวนมาก แล้วยังวิตกกังวลว่าวันข้างหน้าจะหนักข้อไปมากกว่านี้หรือเปล่า แต่มีหลายคนที่ฟันธงลงไปว่า คงจะหนักกว่าเก่าแน่นอน

 

** ลองคิดทบทวนดูชิว่า เมืองไทยเคยมีสถิติเป็นเลขศูนย์จากผู้คนที่ติดไวรัสโควิด-19 แต่บัดนี้กลายเป็นเรื่องอดีตไปแล้ว และคนไทยกลุ่มใหญ่ๆ มีทุกสาขาอาชีพแม้กระทั่งวงการแพทย์, นักวิชาการอิสระรวมไปถึงสื่อมวลชนหลายแขนงต่างไม่เชื่อถือการบริหารงานของรัฐบาลที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม พร้อมด้วย ครม. ได้ตะโกนถามดังๆ ว่า ถ้าไม่มีความสามารถควรจะลาออกและถอยไปดีกว่า

 

** อย่าลืมนะว่า เมืองไทยยังมีคนเก่งจำนวนมากที่อยู่ในประเทศ และต่างประเทศพร้อมจะเข้ามาบริหารงานแทนรัฐบาลชุดนี้ บางคนถึงกับประกาศศักดิ์ดาว่า ขอเวลาไม่ถึง1 ปี ถ้าเขาได้เป็นหัวหน้ารัฐบาลจะจัดการการระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างแน่นอนที่สุด แล้วต่อจากนั้นจะมาบริหารเรื่องของเศรษฐกิจที่มันตกต่ำเข้าขั้นวิกฤติถึงกับบางคนไม่มีจะกิน ให้กลับมาเฟื้องฟู และโชติช่วงชัชวาลจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นทันตาเห็นภายในเวลาไม่นาน ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนก็จะมีกำลังใจสู้ต่อไปได้ และให้สัญญากับตัวเองว่า จะไม่ฆ่าตัวตายโดยเด็ดขาด ส่วน ไมโครโฟน และกลุ่มพิทักษ์ธรรมก็ขอให้ฝันเป็นจริงเถอะ คนไทยจะได้หลุดพ้นจากความยากไร้เป็นหนี้เป็นสินท่วมตัวสักที่

 

พระราชพัฒนากร (สมชาย ฉันทสโร) ท่านเจ้าอาวาสวัดปริวาสราชสงคราม ถนนพระราม ๓ เขตยานนาวา กทม.๑๐๑๒๐ ได้เดินทางมาทำพิธีถวายฉัตรทองคำ ชั้นที่ ๓ ขั้นที่ ๔ และได้ปิดทององค์พระธาตุดอยสุเทพ ๗๐๐ แผ่น โมทนาบุญกับทุกท่านด้วยที่มีส่วนร่วมในบุญกุศลครั้งนี้ แบ่งบุญกุศลให้ทุกท่านด้วย ทุกรูป ทุกนาม ตลอดทั้งสามภพ และผู้มีพระคุณทุกท่านด้วย มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ด้วยกันทุกท่านเทอญ

 

** ว่ากันถึงปัจจจุบันเชื้อไวรัสโควิด-19 มีหลายสายพันธุ์ที่เข้ามาในเมืองไทย ที่น่ากลัวที่สุดคือพันธุ์ผสมอัลฟา-เดลตา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่น่ากลัวที่สุดทำให้ติดไวรัสโควิด-19 จากสายพันธ์นี้ในขณะที่เขียนข่าวอยู่ใน กทม. มีผู้คนที่เจอแล้ว 7 ราย ถ้าหากนายกฯ รวมไปถึง รมว. กระทรวงสาธารณสุขที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งในตำแหน่งนี้อยู่รวมถึงทีมแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าหากว่าไม่สามารถจัดการกับไวรัสโควิด-19 พันธุ์อัลฟา เดลตา รับรองว่า ยอดคนติดและตายจะเป็นจำนวนมากแบบชนิดที่เรียกว่า น่ากลัวที่สุด จากคนไทยที่เคยมีความสุขที่สุดในโลกก็ว่าได้ จะกลายเป็นคนไทยที่มีความทุกข์ที่สุดก็ว่าได้

 

** ตอนแรกมีการถกเถียงกันไปมาว่า การฉีดวัคซีนสลับชนิดว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี ตกลงองค์การอนามัยโลก WHO มีความเห็นให้ฉีดวัคซีนสลับชนิดได้ ส่วนทางด้าน ศ.ดร.นพ.ประทธิ์ วัฒนาภา คณะบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็เห็นด้วยกับการไค้ววัคซีนเพื่อที่จะสกัดโควิด-19 ที่กลายพันธ์ อย่างไรก็ตามแต่ในความคิดเห็นของ ไมโครโฟน เองก็อยากจะให้รัฐบาลทุ่มเทอย่างสุดกำลังกับเงินที่กู้มา 5 แสนล้าน โดยการซื้อวัคซีนที่มีคุณภาพสูง ไม่ใช่แต่จะสั่งยี่ห้อชิโนแวค และแอสต้าเชนนิก้า ให้ปฏิบัติเหมือนเพื่อนบ้านใกล้เคียงกับประเทศไทย เริ่มจากประเทศลาว เวียดนาม สิงคโปร์ เป็นต้น ก็ยังฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพสูงทางประเทศแถบยุโรป และสหรัฐอเมริกา

 

 

 

** ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาล ทำไมถึงตัดสินใจให้เปิดจังหวัดทางภาคใต้ เริ่มจากจังหวัดภูเก็ต แล้วยังจะมาเปิดที่เกาะสมุยจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพลังงา ลองนึกถึงความเป็นจริงชิว่า ในขณะที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนัก มีคอการเมืองซึ่งมีทุกสาขาอาชีพ รวมถึงกลุ่มพิทักษ์ธรรม ฟันธงลงไปว่า ไม่เห็นด้วย 100% ถึงแม้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว แต่ทำไมรัฐบาลไม่นึกถึงชีวิตของคนใต้เลย!!!

 

**** มาชวนคอข่าว. .”คอลัมน์หมายเลข 7 ตามติดทีมงานคุณสมโภช โตรักษา ไปร่วมตรวจสอบสอบการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ กับคุณวิลาส จันทร์พิทักษ์ อดีตประธานกรรมมาธิการ ปปช. สส. หลังได้รับการร้องเรียน ว่าเสาไฟของรัฐสภาสร้างไม่ตรงแบบสัญญาจ้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ยื่นไว้ โดยตามสัญญาที่ระบุไว้มี 2 ประเภท คือ แอล 19 จำนวน 25 ต้น เป็นเสาไฟส่องสว่างติดตั้งพร้อม CCTV และแอล 03 จำนวน 97 ต้น ทุกขั้นตอนต้องผ่านคณะกรรมการตรวจการจ้าง แต่เมื่อก่อสร้างจริงกลับเป็นเสาไฟแอล 19 ไม่ตรงปก มีความต่างที่สเปกเสาไฟที่ไม่ตรงตามแบบที่ยื่น ไม่เป็นไปตามสัญญา แต่ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ มองว่าไม่ผิดสัญญา เพราะไม่ได้มีกำหนดไว้ว่าต้องใช้เสาไฟฟ้าชนิดไหน เป็นไปได้ไง ปัญหาที่เกิดขึ้นถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ โดยพบว่าการติดตั้งเสาไฟฟ้าที่ควรจะเหมือนกันทั้งหมด กลับมีการใช้วัสดุสองชนิดที่แตกต่างกัน 25 ต้น เป็นอะลูมิเนียม อีก 97 ต้น เป็นเหล็ก ซึ่งมีปัญหาเรื่องความสวยงาม และอาจขึ้นสนิมจนเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย อีกทั้งยังพบหากรื้อเสาไฟฟ้าออก จะกระทบกับสัญญาอื่นอีกสองสัญญาด้วย สิ่งที่ต้องหาให้เจอ คือ เหตุใดผู้รับจ้างจึงเปลี่ยนวัสดุจากอะลูมิเนียมไปเป็นเหล็ก มีส่วนต่างราคาอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ มีความบกพร่องอย่างไรในการตรวจงานที่ปล่อยให้มีการใช้วัสดุสองชนิด มีผลกระทบต่อความสวยงามของวัสดุที่ใช้ซึ่งต้องสมฐานะสภาไทยหรือไม่ ไปจนถึงปัญหาเรื่องความปลอดภัย ใครต้องรับผิดชอบ ที่สำคัญคืองบประมาณ 49 ล้านบาท ที่ใช้ไปต้องคุ้มค่า นอกจากนี้ยังพบปัญหาระยะห่างการปูพื้นไม้ตะเคียนทองที่ไม่ตรงตามแบบ ซึ่งสุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะให้ชัดเจนจริง ๆ อาจต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้สักทองเข้าไปตรวจสอบ ไม่ให้เกิดปัญหาการย้อมแมวกับอาคารรัฐสภาไทย และยังมีปมผนังห้องกรรมาธิการฯไม่ตรงแบบ มีทั้งสร้างแบบ 3 ชั้น และ 4 ชั้น ด้านซ้ายของห้องเป็นแบบที่ผู้รับจ้างก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ตีความไว้ ส่วนด้านขวาเป็นแบบที่ผู้ออกแบบระบุสเปค โดยแบบจะเริ่มจากพื้นบัวอะลูมิเนียม จนถึงฝ้าเพดาน และจะมีการติดผนังสีส้มเพิ่มเติม จากระดับพื้นเหนือบัวขึ้นมา ซึ่งมีความขัดแย้งเกี่ยวกับการอ่านแบบ ระหว่างผู้รับจ้างกับผู้ออกแบบ ตั้งแต่ครั้งคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และอาคารประกอบชุดที่แล้ว เรื่องราวคาราคาซังมากว่าสองปี ไม่มีการเคาะแบบที่ถูกต้องอย่างชัดเจน ปล่อยให้มีการก่อสร้างต่อเนื่องเรื่อยมา จนกลายเป็นว่าผนังห้องกรรมาธิการมีสองแบบ แบบหนึ่งเป็นการตีความของผู้รับจ้างคือ กรุแผ่นไฟเบอร์ ซีเมนต์ ความหนา 15 มิลลิเมตร เพียงชั้นเดียว รวมความหนาของผนังสามชั้น และอีกแบบหนึ่งทำตามสเปคที่ผู้ออกแบบกำหนดคือ กรุแผ่นไฟเบอร์ ซีเมนต์ ความหนา 15 มิลลิเมตร สองชั้น รวมความหนาผนังทั้งหมด 4 ชั้น จนถึงขณะนี้ ผนังห้องสร้างเสร็จหมดแล้ว 48 ห้อง เป็นผนัง 4 ชั้น ตามผู้ออกแบบ ส่วนอีก 65 ห้อง เป็นผนัง 3 ชั้น ตามการตีความของผู้รับจ้าง ท่ามกลางข้อร้องเรียนว่า เป็นการสร้างที่บางส่วนไม่ปฏิบัติตามแบบ จึงยังมีปัญหาการตัดสินใจต้องรื้อทำใหม่หรือไม่ ขณะที่คณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ชุดปัจจุบัน แก้ปัญหาโดยให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาทำการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน พบว่า ไม่ว่าจะเป็นการกรุแผ่นไฟเบอร์ ซีเมนต์ ชั้นเดียวหรือ 2 ชั้น สามารถกันเสียงสะท้อนและเก็บเสียงได้ไม่แตกต่างกัน จึงเจรจากับผู้รับจ้าง กรณีไม่รื้อทำใหม่ให้ลดวงเงินก่อสร้างลง 3.2 ล้านบาท ระหว่างรื้อทิ้ง แก้ไขให้ถูกแบบ กับแนวคิดอะไรพอไปต่อได้ แบบไหนควรทำ จนถึงวันนี้ยังรอการตัดสินใจ จากเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็เตรียมที่จะหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ก่อนตัดสินใจครั้งสุดท้าย เพื่อจบปัญหานี้ โดยมีเสียงเตือนจากฝ่ายที่ตรวจสอบว่า ทุกการตัดสินใจมีราคาที่ต้องจ่าย หากไม่ยึดบนหลักกฎหมายและความถูกต้อง และยังมีปัญหาการตรวจงานงวดสุดท้ายของการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ที่ครบกำหนดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ผ่านมากว่า 7 เดือน อะไรทำให้งานงวดสุดท้ายยังปิดไม่ ที่ต้องตามกันต่อกับคอลัมน์หมายเลข 7 และคุณพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน มาร่วมด้วยช่วยกัน นะจ๊ะ นะจ๊ะ -

 

** มีผู้ร้องเรียนมาเป็นจำนวนมากว่า Lazada ซึ่งเป็นผู้ขายสินค้าทางออนไลน์ ทำไมจึงมาส่งข้อความเพื่อที่จะโปรโมทขายสินค้าบนหน้าจอโทรศัพท์ โดยเฉพาะช่องของไลน์ ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีผู้คนที่ส่งข่าวด่วนมาทางไลน์ ไม่สามารถที่จะเปิดอ่านได้ ต้องรอข้อความของ Lazada ให้หายไปก่อน ต้องถามว่าเป็นการละเมิดสิทธิของผู้คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือหรือเปล่า ถ้าหากอย่างไรก็ขอให้ปรับปรุงเรื่องนี้เป็นการด่วน

 

 

**จากมาตรการป้องกันไม่ให้คนติดเชื้อไวรัส ได้กลายเป็นการสร้างความอดอยากยากไร้ให้กับประชาชน เพราะมีการสั่งปิดกิจการห้างร้านต่างๆ รวมทั้งการประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งไม่รู้จะจบสิ้นวันไหน ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องรีบทำคือควรทบทวนวิธีการเยียวยาให้ทั่วถึงและรวดเร็ว ความไม่ชัดเจนและล่าช้าที่เป็นอยู่นี้ มีแต่จะทำให้เสียงคนที่เดือดร้อนดังยิ่งขึ้นทุกวัน ทนไม่ไหวและไม่ทนอีกต่อไป แม้ท่านนายกได้ออกมาประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือนอย่างเสียไม่ได้ตามหลังผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีก็ตาม แต่แค่ 3 เดือนก็ไม่อาจหยุดยั้งเสียงความไม่พอใจของผู้ทุกข์ร้อนไปได้ ต่างกับโรงทานวัดเจ้าอาม บางขุนนนท์  ที่เลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้ทุกข์ยาก ซึ่งดำเนินการโดย พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ช่วยแบ่งเบาภาระและช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาค่าครองชีพและภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งไม่ใช่เพิ่งทำมาเอาหน้าในช่วงนี้เพื่อยื้อตำแหน่งรักษาเก้าอี้ แต่เพราะทำเป็นกิจวัตรปกติมานานกว่า 9 ปี โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก มีผู้มารับบริการเพิ่มจำนวนเยอะมาก ล่าสุดนอกจากเลี้ยงอาหารกลางตามปกติ ยังมีโปรโมชั่นเสริมแจกปลาให้นำกลับไปทำกับข้าว คนได้รับก็ดีใจ บางคนนอกจากขอบคุณ ยังอวยพรวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ท่าน พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้เป็นนายกมาแก้ไขปัญหาให้คนจนๆ ที่เป็นเสียงใหญ่ของประเทศด้วยเทอญ สาธุ ๆ ๆ

 

** มีการร้องเรียนมาว่า ทุก 50 เขต ของ กทม. ยังมีผู้คนที่ไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยในขณะที่ออกนอกบ้าน โดยไม่สนใจว่าจะนำเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปติดต่อผู้อื่น พอมีชาวบ้านโวยว่า ไม่กลัวโดนจับหรืออย่างไร ถ้าว่าให้มาจับเลยเพราะว่าเส้นใหญ่ เรื่องนี้คงต้องฝากให้ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่า กทม. มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังทุก 50 เขต ให้เข้มงวดในการจับกุมผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยเวลาอยู่นอกบ้าน

 

** มีชาวบ้านในย่านเขตสาทร รวมถึงสื่อมวลชน ฝากชมมาถึง นายอำพล ศรีเปารยะ เจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาดชำนาญงาน เวลาที่มีการโทรเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่ท่านนี้ก็จะพูดจาดีมาก และอธิบายได้อย่างชัดเจนให้กับผู้ที่มาติดต่อ แถมซ้ำยังเป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์อันยอดเยี่ยมด้วย

 

** ชาวบ้านในอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ร้องเรียนมาเป็นจำนวนมากว่า ยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ระบาดอย่างหนัก แก๊งค้ายาบ้าทุกแก๊งสั่งให้ลูกน้องไปเดินขายทั้งกลางวัน และกลางคืน โดยบอกกับผู้ซื้อยาเสพติดว่า ไม่ต้องกลัวเพราะลูกพี่เส้นใหญ่ คงต้องฝากให้ พล.ต.ต. มงคล สัมภวะผล ผบก. จังหวัดน่าน มีคำสั่งไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่อำเภอเวียงสาให้ขยันออกตรวจ และจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดให้จริงจังด้วย

 

 

 

** เช่นเดียวกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี  ร้องเรียนมาเป็นประจำว่า แทบทุก สภ. มียาเสพติดหลายประเภทระบาดอย่างหนัก ทำให้พวกขี้ยากลายเป็นโจรผู้ร้ายที่คอยสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมาตลอด คงต้องฝากให้ พล.ต.ต. พันธุ์เทพ ถึงทรัพย์ ผบก.ภ.จว. อุทัยธานี มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทุก สภ. ออกตรวจและจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดทุกแก๊งให้ราบคาบ เพื่อขจัดทุกข์ให้ชาวบ้านในจังหวัดอุทัยธานีด้วย

 

** ชาวบ้านในย่าน สภ. บางพลี ร้องเรียนมาเป็นประจำว่า นอกเหนือจากยาเสพติดจะระบาดอย่างหนักแล้ว ยังมีโจรผู้ร้ายที่คอยจี้ปล้นงัดแงะบ้านช่องจนทำให้ชาวบ้านอยู่อย่างหวาดกลัวแทบจะย้ายที่ออยู่หนี พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก สภ. บางพลี ลงพื้นที่ไปพร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อตรวจสอบ และจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดทุกแก๊งและบรรดาโจรผู้ร้ายให้ราบคาบไปเลย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใน สภ. บางพลี * ยังมีการร้องเรียนจากผู้โดยสารรถแท็กซี่มาตลอดว่า โดยเฉพาะสุภาพสตรีก็จะร้องเรียนมาว่า คนขับนอกเหนือจากจะพูดจาแถะโลมแล้ว บางรายถึงกับจะลวนลามและนำไปข่มขืนก็มีมาแล้ว ถือว่าคนขับเหล่านี้เป็นภัยสังคมของผู้โดยสารสาว เรื่องนี้คงต้องฝากให้ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก มีคำสั่งไปยังทุก สน. ให้ตรวจสอบและจับกุมบรรดาคนขับแท็กซี่นอกแถวพวกนี้ แต่ ไมโครโฟน ขอแนะนำให้ตำรวจจราจรทุก สน. ให้ตรวจใบอนุญาตขับขี่ว่าเป็นของกรมการขนส่งทางบกหรือเปล่า ถ้าหากพบเป็นใบอนุญาติขับขี่ส่วนบุคคลให้จับกุมทันที และโยงเรื่องไปถึงเจ้าของอู่รถเพื่อเอาผิดด้วย

 

 

พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ พัชรนิตยธรรม ผกก.สภ.นาแห้ว จว.เลย ดำเนินการโครงการร้านตัดผมสำหรับข้าราชการตำรวจ เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว และเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยได้รับการสนับสนุนเก้าอี้ตัดผมพร้อมอุปกรณ์การตัดผมจาก พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง เลขานุการประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

 

** ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ สน. บางบอน ร้องเรียนมาอีกแล้วว่า ยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าระบาดอย่างหนักจนทำให้บรรดาผู้ปกครองของเด็กวัยรุ่นเกรงกลัวว่าลูกหลานจะกลายเป็นทาสยาเสพติดไปด้วย คงต้องฝากให้ พ.ต.อ. นรินทร์โชติ พงษ์พิธานนท์ ผกก.สน. บางบอน มีคำสั่งไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาให้ออกตรวจจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดทุกแก๊งในพื้นที่ให้จริงจังด้วย

 

 

** คุณติ่ง เจ้าของร้านอีสานยอดอร่อยในตำนานซึ่งมีเมนูหลายรายการให้เลือกรับประทาน มีทั้งหมูและเนื้อ โดยจะแยกภาชนะกัน แต่ร้านนี้ ที่ขึ้นชื่อลือชา ลูกค้าสั่งกินแล้วจะต้องติดอกติดใจคือ ลาบเป็ดยโสธร ฝากบอกมาถึงลูกค้าว่า ให้ซื้อกลับไปกินที่บ้านตามนโยบายป้องกันโรคติดต่อ และจะขายตั้งแต่ 12.00-20.00 น. ร้านติ่งลาบเป็ดยโสธร อยู่ที่ถนนศรีเวียง หลัง รพ. เลิดสิน แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. โทร. 0867860636

 

** ถ้าสู้ไม่ไหวก็ขอให้ยอมแพ้จะดีกว่า ขืนยังดื้อดึงจะโดนน็อกนะจ๊ะ

 

** บริจาคเงินซื้อโลงศพเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิร่วมกตัญญู จะได้กุศลดี

 

ไมโครโฟน