วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:19 น.

อาชญากรรม » คอลัมน์

รอบบ้านรอบเมือง

ไมโครโฟน : วันศุกร์ ที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.23 น.

คอลัมน์ “รอบบ้าน รอบเมือง” ประจำวันเสาร์ที่  2 กันยายน  2566

** เป็นอันว่ารัฐบาลเศรษฐา 1 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คงจะใกล้สำเร็จแล้ว ผู้คนที่อยู่ในวงการค้าขายให้เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยด่วน ส่วนเรื่อง รมต. ก็คงจะใกล้สำเร็จแล้ว ขอให้พรรคตรวจสอบดูก่อนว่า ใครมีประวัติอย่างไร และมีผู้คนสอบถามว่า เมื่อไหร่ เงิน 1 หมื่นบาท จะได้สักทีหนึ่ง หวังว่า รัฐบาลคงจะไม่ล่าช้า รีบจัดการให้ประชาชนโดยด่วนตามนโยบายของพรรคที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชน เพราะมีความจำเป็นจะต้องใช้เงินจะได้รีบเอาไปดำรงชีพกัน

 

 ** ด่วน! โอมิครอน กลายพันธุ์ เจอในไทยแล้วแพร่พันธุ์เร็วกว่าเดิม ศูนย์จีโนทางการแพทย์ รพ. รามาธิบดี ขณะนี้มีเชื้อแพร่กระจายไปทั่วไทยแล้ว ฉะนั้นอย่ามองข้ามความปลอดภัยข่าวนี้ไปได้ ให้ใส่หน้ากากที่ได้มาตรฐานเอาไว้ตลอดเวลา หลีกเลี่ยงการไปอยู่กลุ่มคนในจำนวนมาก และไม่ต้องไปพูดถึงการดูคอนเสิร์ต ช่วงนี้ต้องงดก่อน งานต่างๆ หรืองานผู้ใหญ่เสียชีวิต เวลาไปในงานให้สวมใส่หน้ากากเอาไว้ตลอดเวลา ออกนอกไปควรพวกพกแอลกอฮอลเจลเผื่อเวลาสัมผัสสิ่งของจะได้ล้างมือทันที และกลับถึงบ้านแล้วควรจะรีบสระผมอาบน้ำทันที เพื่อป้องกันโอมิครอนสายพันธุ์ใหม่ซึ่งหน้ากลัวมากๆ

 

 

เพื่อนพ้องน้องพี่ ในแวดวงสือมวลชนและวงการบันเทิงร่วมแสดงความยินดีกับ พี่นคร วีระประวัติ แห่ง เดลินิวส์ ที่ได้รับรางเชิดชูเกีรยติ สุพรรณหงษ์ทองคำ เสี่ยวิเชียร อัศว์ศิวะกุล รับหน้าเสื่อค่าใช้จ่าย ที่ร้าน บ้านอุ้ม หน้าไดร์ฟกอล์ฟเกียรติธารา ลาดพร้าว 71ศิลปินแห่งชาติ สุดา ชิ่นบาน โชว์เพลง ท็อปออฟเดอะเวิลด์

 

** แก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกอาละวาดอีกแล้ว สร้างความเดือดร้อนให้กับทั่วทุกวงการ โดยแฝงตัวมาว่าจะหาว่าเหยื่อมีเรื่องพัวพันกับการค้ายาเสพติดปลายสายก็แอบอ้างบอกว่า พ.ต.ท โทรมา หากว่าไม่อยากมีชื่อในบัญชีให้โอนเงินมา เหยื่อที่หลงเชื่อก็ตกใจก็จะรีบโอนไปทันที ถ้าหากฉุกคิดขึ้นมาหน่อยว่านี้มันคือแก๊งหลอกหลวงคนไปทั่วประเทศไทย ขอให้แก๊งนี้มีอันเป็นไปให้เจ้าหน้าที่ตำราวจต้องเอาจริงเอาจังปราบปรามให้สิ้นซากไปจากประเทศไทยเสียที

 

** น.ส.ทวิดา กมลเวช รองผู้ว่าฯ กทม.  เปิดเผยถึงสถาณการณ์แพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงว่า ข้อมูลตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงสะสม 152 คน ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเดือนที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด คือช่วงเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม ที่ผ่านมา ประมาณเดือนละ 40 คน ทั้งนี้ สำนักอนามัย ร่วมกับกรมควบคุมโรค จะมีการลงพื้นที่ในการสอบสวนโรค โดยขั้นตอนของการสอบสวนโรค จะดูสภาพแวดล้อมของผู้ที่มีการติดเชื้อว่าจะมีผู้ใกล้ชิดกี่ราย และอยู่ในพื้นที่ในชุมชนในลักษณะใด ในกรณีที่มีผู้ใกล้ชิดอาศัยอยู่ด้วยกัน ใช้พื้นที่ร่วมกัน จะทำการตรวจผู้ใกล้ชิดว่า มีภาวะที่มีอาการ และมีภาวะที่มีการติดเชื้อหรือไม่ ส่วนเรื่องสภาพแวดล้อม สำนักอนามัย จะลงพื้นที่สื่อสารให้กับภาคประชาชนได้รับทราบ พร้อมทั้งบอกวิธีการปฏิบัติตน และการเฝ้าระวังในกรณีมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม รวมถึงการปฏิบัติตนในการล้างทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ห้องน้ำ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ ข้อปฏิบัติที่ปลอดภัย ข้อควรระมัดระวังต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยมากขึ้น

 

 

 

** หมดกัน ขายจนหมด ไม่เหลือไว้พยุงเก้าอี้เลย จ่อจับข้าราชการท้องถิ่น นับ 10 คน ลอบขายไม้พะยูงของกลาง คอข่าวตามติด คอลัมน์หมายเลข 7 ไปเกาะรอยไม้พะยูงของกลางมูลค่านับล้านบาท หายจากเทศบาลตำบลอิตื้อ จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมจับมือใครดมยังไม่ได้ แต่ล่าสุดพบมีเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการท้องถิ่นนับ 10 คน ไม่รักดีร่วมกันกระทำความผิด ถ้ารู้ว่าซื้อแล้วซวยจะมีปัญหาผิดกฎหมาย ใครจะไปอยากทำ เป็นคำชี้แจงของนายหน้าที่รับซื้อไม้พะยูง 7 ท่อน ในราคา 290,000 บาท จากราคาประเมินกว่าล้านบาท ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดใจกับคอลัมน์หมายเลข 7 หลังถูกร่างแห โยงปมทุจริตขายไม้พะยูงของหลวงโดยผิดกฎหมาย ประเด็นนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม แก๊งมอดไม้ได้ลอบตัดไม้พะยูง บริเวณป่าหนองหญ้าม้า สถานีเพาะชำกล้าไม้ ในความรับผิดชอบของธนารักษ์ ผู้ต้องหาไหวตัวทัน หนีไปได้ หลังเข้าตรวจสอบคณะกรรมการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เทศบาลตำบลอิตื้อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตกลงว่าจะนำไปเก็บไว้ที่เทศบาลอิตื้อ โดยมีคนเฝ้ายามตลอดเวลา ถัดมา 5 สิงหาคม ไม้พะยูงของกลาง 7 ท่อน ล่องหน สืบไปสาวมาไม่มีใครรับ จน ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ออกหน้าสั่งสอบ เรื่องแดง มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เอี่ยว ลอบขนไม้ออกไป ไม้พะยูงไม่ได้หาย แต่เทศบาลอิตื้อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ปลงใจขาย ด้วยการติดต่อนายหน้าซื้อไม้ 2 เจ้า รายแรกตีราคาไม้ของกลาง 1 ล้านบาท เหลือ 190,000 บาท ส่วนอีกรายที่เปิดใจกับคอลัมน์หมายเลข 7 เสนอ 290,000 บาท จึงตกลงซื้อขาย วางเงินมัดจำเงินสด 100,000 บาท ก่อนที่จะโอนเงินส่วนต่าง 190,000 บาท ให้คนใกล้ชิดคนใหญ่คนโตในเทศบาลอิตื้อ โดยมีการแบ่งเงินกันที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งคอลัมน์หมายเลข 7 ได้ยกหูไปสอบถาม นายกเทศบาลอิตื้อ เปิดพื้นที่ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้าน แต่ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล บอกขอปรึกษาทางผู้ใหญ่ และอำเภอก่อน ส่วนชุดสืบสวน สภ.โนนสูง เร่งคลี่คดี หาหลักฐานต่อ รุดไปตรวจกล้องวงจรปิดเพื่อตามตัวขบวนการฉ้อฉล แต่สุดท้ายตามสเต็ป กล้องวงจรปิดเสีย ดูภาพไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะจับมือใครดมไม่ได้ เพราะตำรวจขยายผลจนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 3 นาย คนในเทศบาลอิตื้อ ผู้ใหญ่บ้านบางหมู่ เอี่ยวในการอมของหลวง เก็บเงินเข้ากระเป๋า ขายไม้พะยูงผิดกฎหมาย ทันทีที่เรื่องแดง มีตัวแทนกลุ่มผู้กระทำความผิด ติดต่อขอคืนเงินให้เจ้าหน้าที่ธนารักษ์ แต่สุดท้ายความหวังจะเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก ต้องหวังเก้อ เพราะธนารักษ์ไม่เล่นด้วย ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว คอลัมน์หมายเลข 7 เจาะข้อมูลต่อไปที่พ่องานอย่างผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ บอกงานนี้เอาจริงไม่มีมวยล้ม ต้องมีเจ็บมีคนรับผิด หลักฐานทุกอย่างครบแล้ว คาดสัปดาห์หน้าสามารถออกหมายจับผู้กระทำความผิดได้แน่นอน และคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ให้จริงเถอะหนา ใครกล้าทำต้องกล้ารับ ไม่มีอะไรจะพยุงแล้ว

 

 

** รู้ตัวเลขไว้ว่ารู้แล้ว ไม่ใช่เลขเด็ดอะไร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2565 ทั่วประเทศมีจำนวนราษฎร รวมทั้งสิ้น จำนวน 66,090,475 คน เป็นสัญชาติไทย จำนวน 65,106,481 คน แบ่งเป็นชาย จำนวน 31,755,072 คน หญิง จำนวน 33,351,449 คน ส่วนจำนวนราษฎรไม่ได้สัญชาติไทย 983,994 คน แบ่งเป็นชาย 515,583 คน หญิง 468,411 คน สำหรับจังหวัดที่มีจำนวนราษฎรมากที่สุดลำดับต้นๆ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร 5,494,936 คน นครราชสีมา 2,630,058 คน อุบลราชธานี 1,869,806 คน เชียงใหม่ 1,792,474 คน ขอนแก่น 1,784,641 คน ชลบุรี 1,594,758 คน บุรีรัมย์ 1,576,915 คนอุดรธานี 1,563,048 คน นครศรีธรรมราช 1,545,147 คน แล้วคุณอยู่ไหน

 

 

 

 

** ไปช่วยกันหน่อย สางปม จนท.เพิกเฉย ปล่อยนายทุนล้อมรั้วที่สาธารณะริมน้ำปิง !? ไปตามติดคอลัมน์หมายเลข 7 ขยายผลตรวจสอบปมพิพาทที่ดินริมแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ชาวบ้านร้องเรียนว่านายทุนล้อมรั้วบุกรุกที่สาธารณะ พบข้อมูลและข้อสงสัยเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์และการปฏิบัติหน้าที่ รั้วลวดหนามที่ถูกปักล้อมลงบนที่ดินริมแม่น้ำปิง หมู่ที่ 4 ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งชาวบ้านยืนยันว่าเป็นที่ดินสาธารณะ ใช้ทำกิจกรรมในชุมชน และเป็นสถานที่เลี้ยงวัว-เลี้ยงควาย มาโดยตลอด แต่กลับมีผู้แสดงตัวอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่านายทุน เป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้พวกเขา ออกมาร้องเรียนทีมข่าว ให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากที่ผ่านมา ร้องไปหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ได้ความชัดเจน แผนที่ที่ปรากฎเป็นหนึ่งในเอกสาร ที่ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงใหม่ หยิบขึ้นมาอธิบาย ระบุว่าเป็นเอกสารที่เจ้าของที่ดิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่านายทุนนำมาแสดง โดยอ้างว่าเป็นอาณาเขตที่ดิน 15 ไร่ แต่เพราะแม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศ ที่ดินจึงถูกตัดผ่ากลาง และเป็นเหตุทำให้ที่ดิน 3 ไร่ ต้องไปโผล่อยู่อีกฝั่งแม่น้ำ ซึ่งได้รับการพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่กรมที่ดินแล้ว แต่เป็นข้อมูลที่สวนทางกับชาวบ้าน ซึ่งยืนยันว่าเป็นที่ดินสาธารณะ ตามข้อกฎหมาย หากที่ดินผืนดังกล่าวนี้เป็นที่สาธารณะจริง แน่นอนว่าคงไม่ใครสามารถถือกรรมสิทธิ์ครอบครองไปเป็นประโยชน์ส่วนตนได้ กรณีนี้จึงเกิดเป็นข้อสงสัยและคำถามว่า การออกเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คอลัมน์หมายเลข 7 จึงสอบถามกับสำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาแม่แตง ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบเขตรังวัดที่ดิน ซึ่งผู้ที่มายืนให้สอบเขต เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ขั้นตอนขณะนี้ ต้องตรวจสอบหาแนวที่ดินด้านข้างโดยรอบที่มีโฉนดชัดเจนก่อน ถึงจะหาแนวที่ดินที่มีปัญหาได้ แต่ขณะนี้ติดปัญหาที่ดินเป็นป่ารกทึบ ต้องให้เจ้าของที่ดินแพ่วถางจนโล่งเสียก่อน เมื่อข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านร้องขอให้มีการพิสูจน์มาเนิ่นนาน แต่กลับไม่มีความชัดเจน อีกทั้งยังเบี้ยวการเข้าไปตรวจสอบแนวเขตที่ดินใหม่ตามที่ได้นัดหมาย โดยอ้างว่าที่ดินมีหญ้าสูง และเป็นป่ารกทึบ ต้องให้เจ้าของที่ดินแพ้วถางให้เสร็จก่อน ทำให้เกิดคำถามว่าเจ้าหน้าที่เพิกเฉยหรือประวิงเวลาเพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่ และด้วยเหตุนี้ ทำให้ชาวบ้านยื่นร้องศาลปกครองเชียงใหม่ กับ เทศบาลเมืองเมืองแกนพัฒนา, สำนักงานกรมที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาอำเภอแม่แตง และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สำนักงานเชียงใหม่ โดยมองว่าการละเว้น เพิกเฉย ในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะกระทบกับชาวบ้านแล้ว ยังอาจส่งผลทำให้รัฐเกิดความเสียหายในระยะยาว อีกทั้งยังขอให้มีการพิจารณาคุ้มครองที่ดินชั่วคราว โดยขอให้มีคำสั่งให้รื้อถอนรั้วที่นายทุนได้ล้อมเอาไว้ออกไปก่อน รื้อเลย !

 

 

** ไม่ได้ไปหาหมอ แต่ไปตรวจสอบทุจริตศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ ผู้สูงอายุศิริราช หลังจากที่ในห้องข่าวภาคเที่ยงเปิดประเด็น นำเสนอข้อมูลความไม่ชอบพากล โครงการก่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งคุณผู้ชม ร้องเรียนเข้ามา บอกว่า มีการทุจริต คอลัมน์หมายเลข 7 จึงติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ต่อ พบรายละเอียดและข้อมูลที่เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติม จากแฟ้มเอกสารรวบรวมข้อสังเกตงานก่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ หรือเรียกง่ายๆว่า ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช ที่ดำเนินการไม่โปร่งใส ไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดในสัญญาหลายประการ ไล่ตั้งแต่การติดตั้งท่อสารทำความเย็น ท่อทองแดง อาคารหอพัก ตึก F ซึ่งตามรายการประกอบแบบคู่สัญญาปรับอากาศ ข้อ 24.2 ระบุให้ใช้เป็นท่อ HARD DRAW ASTM B 88 Type L แต่ผู้รับจ้างรายใช้ท่อทองแดงชนิดม้วน ASTM B280 เบอร์ 22 กับแอร์ จำนวน 362 ตัว ซึ่งบางและราคาถูกกว่ามาก เป็นของแถมจากทางโรงงาน ซึ่งไม่ถูกต้องตามสัญญา และยังมีอีก หลายรายการที่ส่อให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส เป็นข้อมูลที่นายชูเกียรติ ในฐานะผู้รับจ้างช่วงของโครงการนี้ แสดงเป็นหลักฐาน หวังให้ช่อง 7HD เป็นสื่อกลาง ในการช่วยติดตามตรวจสอบการทุจริตงที่เกิดขึ้น การกล่าวอ้างเรื่องราวความไม่โปร่งใส การทุจริตที่เกิดขึ้นในโครงการ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า 3,200 ล้านบาท ในครั้งนี้ ได้พาดพิงตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ไล่เรียงลงมาจนถึงคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงาน ทั้งหมดถูกล่าวหาว่าร่วมมือกันทำเป็นขบวนการ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน คอลัมน์หมายเลข 7 ทำหนังสือถึงคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ขอเข้าติดตามสำรวจการก่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ และสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อมูลและคำชี้แจงอีกด้าน เบื้องต้น ได้รับการชี้แจงผ่านเอกสาร อย่างไม่เป็นทางการ โดยมีเนื้อหาข้อความยืนยันว่าทางคณะฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับความไม่ปกติในกระบวนการก่อสร้างและการตรวจรับงาน และได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลในรายละเอียดได้จนกว่ากระบวนการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นานนับจากนี้ แม้การตรวจสอบภายในยังไม่มีผลชัดเจน แต่การตรวจสอบคู่ขนานจาก ป.ป.ช.ที่รับเรื่องร้องเรียนไป เวลานี้กลับพบว่ามีเหตุชวนสงสัยว่าเนื้องานการก่อสร้างโครงการที่ผู้ร้องอ้างถึง ไม่เป็นไปตามสัญญาจริง ประเด็นนี้จึงเกิดคำถามต่อไปยังผู้บริหารศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าเหตุใดการตรวจสอบภายในจึงยังล่าช้า มีการละเว้น เพิกเฉย ในการปฏิบัติหน้าที่ เอื้อประโยชน์ช่วยเหลือกันหรือไม่ เป็นข้อสงสัยที่ผู้ร้องต้องการคำตอบ นี่เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งจากการตรวจสอบ ที่ยังต้องขยายผลต่อ รวมถึงรอฟังคำชี้แจงจากผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ถูกกล่าวหาด้วยว่า จะมีเหตุผลมาหักล้างอย่างไร ซึ่งเราจะเกาะติดข้อมูลมานำเสนอต่อไป และหากมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ต้องมีผู้รับผิดชอบ หรือรับผิดในสิ่งที่ทำด้วย คงต้องเกาะติดตามคอลัมน์หมายเลข 7 ต่อไปให้ถึงที่สุด

 

 

 

 

 

**  ดร. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.  เปิดเผยว่า กทม. โดยสำนักการโยธา (สนย.) สำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักการจราจร และขนส่ง ร่วมดำเนินโครงการพัฒนาถนนสวย มุ่งเน้นการพัฒนาถนน 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านกายภาพ โดยปรับผิวจราจร ทางเท้า เครื่องหมายและสัญญาณไฟจราจร ไฟฟ้าแสงสว่างให้มีสภาพดีพร้อมใช้งาน 2. ด้านการใช้งาน โดยการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และความสะอาด 3. ด้านสิ่งแวดล้อม โดยปลูกต้นไม้บริเวณเหมาะสม เช่นเกาะกลางและล้อมรอบตอม่อโครงการสร้างรถไฟฟ้า ประกอบด้วย ถนนรามอินทรา ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู ถนนรามคำแหง ช่วงลำสาสี-มีนบุรี ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีล้ม ถนนลาดพร้าว-ศรีนครินทร์ แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง

 

** ตั้งแต่ พ.ต.อ. อดุลย์ ดอกพวง ผกก. สน. บางมด ย้ายมาประจำการที่นี่ ก็ออกตรวจสอบพื้นที่ในตอนกลางคืน พร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชา โดยใช้ไฟสปอตไลน์ส่องไปตามบ้านที่เข้าใจว่ามีแก๊งลักเล็กขโมยน้อย ถ้าหากว่าเจอเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปดำเนินการจับกุมทันที และถ้าหากว่าเจอพวกแก๊งค้ายาเสพติดก็จะรวบตัวไปดำเนินคดีให้เด็ดขาด นับว่าเป็นตำรวจยอดขยันคนหนึ่งของ บช.น. เพราะมีชาวบ้านต่างชื่นชมกันมามากมายว่า นอกจากทำงานดีแล้วก็ยังมีมนุษย์สัมพันธ์อันยอดเยี่ยมด้วย โดยบอกกับชาวบ้านว่า มีอะไรให้รับใช้ขอให้บอกนะครับจะดำเนินการจัดการให้ทุกเรื่องที่ประชาชนร้องทุกข์มาทันที

 

 

 

** พื้นที่ สน. ทุ่งมหาเมฆ ก็มีชาวบ้านร้องเรียนมาว่า ยาเสพติดระบาดทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะยาบ้าขายดิบขายดี ผู้ค้าสั่งให้ลูกน้องเดินขาย โดยเฉพาะย่านเชื้อเพลิง บอกว่า ไม่ต้องกลัวใคร ก่อให้เกิดพวกขี้ยากลายเป็นโจรผู้ร้ายขึ้นมาทันที เวลาไม่มีเงินซื้อยาเสพมีทั้งยาบ้า และกัญชาด้วย สร้างความหวาดผวาให้กับคนในพื้นที่มาตลอด ขอฝากให้ พ.ต.อ. กฤษดา มานะวงศ์ ผกก. สน. ทุ่งมหาเมฆ ลงพื้นที่เพื่อการตรวจสอบและจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด โดยไม่สนใจกับใครทั้งสิ้น และวพวกขี้ยาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่ด้วย

 

 

** พื้นที่  สน. เตาปูน ก็มีชาวบ้าน และผู้อยู่อาศัย ร้องเรียนมาเป็นจำนวนมากว่า พื้นที่นี้ยาเสพติดระบาดทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะยาบ้าขายดิบขายดี ผู้ค้าสั่งให้ลูกน้องเดินขายตามตรอกตามซอย ฝาก พ.ต.อ. สุรเดช ฉัตรไทย ผกก. สน. เตาปูน ลงพื้นที่ไปพร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อตรวจสอบทุกแก๊งและปราบปรามให้ราบคาบไปเลย

 

 

** พื้นที่ สน. ลำหิน ก็มีชาวบ้าน และบรรดานักธุรกิจร้องเรียนเป็นจำนวนมากว่า ยาเสพติดระบาดทั่วทุกตรอกซอย  ฝาก พ.ต.อ. มานัส เลาะหมัดจิตร ผกก. สน. ลำหิน ลงพื้นที่ไปพร้อมกับลูกน้องเพื่อตรวจสอบและจับกุม พวกแก๊งยาบ้าที่สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้านมาตลอดด้วย

 

 

 

 

 

** พื้นที่ สน. เพชรเกษม มีชาวบ้าน และผู้อยู่อาศัยร้องเรียนมาเป็นจำนวนมากว่า ยาเสพติดระบาดทั่วพื้นที่ ก่อให้เกิดพวกขี้ยาเวลาไม่มีเงินซื้อยามาเสพก็จะเที่ยวจี้ปล้น สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านไม่เว้นแต่ละวัน ฝาก พ.ต.อ. ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก. สน. เพชรเกษม ลงพื้นที่ไปพร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชา สืบจับแก๊งค้าให้หมดไปจากพื้นที่สักที

 

** พื้นที่ สน. ธรรมศาลา มีชาวบ้านและผู้อยู่อาศัยร้องเรียนเป็นประจำว่า ยาเสพติดระบาดไปทั่วพื้นที่ แก๊งค้ายาสั่งให้ลูกน้องเดินขายตั้งแต่เช้าจรดเย็น จนก่อเกิดอาชญากรรม เที่ยวฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ชาวบ้านเป็นประจำ ฝาก พ.ต.อ. กฤติเดช จันทร์เพชร ผกก. สน. ธรรมศาลา ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและจับกุมแก๊งค้ายาให้ราบคาบไปเลย โดยเฉพาะพวกขี้ยาที่คอยสร้างความหวาดผวาและสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วย

 

 

 

** การชนะใจตนเองเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

 

**   โลหิตยังขาดแคลนเป็นจำนวนมาก โปรดบริจาคโลหิตให้กับสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ได้กุศลแรง

 

 ไมโครโฟน