วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 04:05 น.

การเมือง

ปลัดเกษตรฯ สั่งติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิด หลังความตึงเครียดจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อตลาดปุ๋ยเคมีโลก

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.29 น.

ปลัดเกษตรฯ สั่งติดตามสถานการณ์ปุ๋ยอย่างใกล้ชิด หลังความตึงเครียดจากสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อตลาดปุ๋ยเคมีโลก  มอบหมายหน่วยงานในสังกัดกำกับดูแลคุณภาพปุ๋ยภายในประเทศ เดินหน้าส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพแบบผสมผสาน เพื่อลดผลกระทบด้านต้นทุนต่อเกษตรกร

 เมื่อวันที่  17 มีนาคม 2569  นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางซึ่งเกษตรกรมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณและราคาปุ๋ยซึ่งจะต้องใช้ในฤดูกาลผลิตที่จะมาถึงนี้ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรรวบรวมข้อมูลและประเมินสถานการณ์ พร้อมกำกับควบคุมคุณภาพปุ๋ยภายในประเทศ เพื่อให้ปุ๋ยที่จำหน่ายในท้องตลาดมีคุณภาพตามมาตรฐาน ไม่เกิดการจำหน่ายปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายและเพิ่มภาระต้นทุนให้เกษตรกร

ทั้งนี้ ปุ๋ยเคมีเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญของภาคเกษตร โดยมีสัดส่วนต้นทุนประมาณร้อยละ 20 ของต้นทุนการผลิต ขณะที่ประเทศไทยต้องนำเข้าปุ๋ยถึงร้อยละ 98 คิดเป็นมูลค่าประมาณปีละ 60,000 ล้านบาท ทำให้ภาคเกษตรมีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาปุ๋ยในตลาดโลก

ในด้านการลดต้นทุน กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก “4 ถูก” ได้แก่ ถูกชนิดหรือสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกวิธี โดยเลือกใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการของพืช รวมทั้งส่งเสริมการใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน ทั้งปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ ตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเกินความจำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามหลักดังกล่าวผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ครอบคลุม 77 จังหวัด ส่งผลให้เกษตรกรสมาชิกสามารถใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2568 สามารถส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์ได้รวมกว่า 3.32 ล้านตัน นำไปใช้ในพื้นที่การเกษตรกว่า 3.02 ล้านไร่

ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาที่ดินได้ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน เพื่อให้เกษตรกรทราบศักยภาพของดินในพื้นที่ของตนเอง และสามารถเลือกสูตรและอัตราการใช้ปุ๋ยได้อย่างเหมาะสม โดยให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินหลายช่องทาง ทั้งผ่านชุดตรวจสอบดินอย่างง่าย (LDD Test Kit) โดยหมอดินอาสา สำนักงานพัฒนาที่ดินในพื้นที่ทั่วประเทศ และห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน 13 แห่ง ผ่านระบบ e-Service ตรวจสอบดินเพื่อการเกษตรของกรมพัฒนาที่ดิน

นอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรยังได้พัฒนาเทคโนโลยีและปัจจัยการผลิตทางเลือก เพื่อช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี เช่น ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ และชีวภัณฑ์ควบคุมโรคพืช ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหารของพืช ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และช่วยเพิ่มผลผลิตในระยะยาว

ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังได้พัฒนา “ปุ๋ยอะมิโนนม” ซึ่งเป็นปุ๋ยทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำและมีประสิทธิภาพ โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้พืชแล้ว ยังเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอรับรองทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร

ส่วนของการควบคุมราคาจำหน่ายปุ๋ยในประเทศ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และกำกับดูแลราคาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะดำเนินการควบคู่กันไปกับแนวทางของกระทรวงเกษตรฯ ในการส่งเสริมความด้านการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ การส่งเสริมปุ๋ยอินทรีย์และชีวภาพควบคู่กับปุ๋ยเคมี รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือก จะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาปุ๋ยในตลาดโลก และช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง