วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:10 น.

ภูมิภาค

ชาวนาสุรินทร์อ่วม! น้ำมันแพงดันต้นทุนพุ่ง ลังเลทำนาปีนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 07 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.26 น.

ชาวนาสุรินทร์หลายพื้นที่เริ่มชะลอการไถหว่าน หลังต้นทุนทำนาพุ่งสูงจากราคาน้ำมันดีเซล ค่าปุ๋ย และพันธุ์ข้าวที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลายรายยังลังเลว่าจะเดินหน้าทำนาต่อหรือหยุดพัก หวั่นลงทุนแล้วไม่คุ้มทุน พร้อมวอนรัฐบาลช่วยพยุงราคาข้าวช่วงเก็บเกี่ยวให้อยู่ที่กิโลกรัมละ 14-15 บาท เพื่อให้เกษตรกรพออยู่รอดได้

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านตะบัล (คุ้มหนองไทร) หมู่ 7 ตำบลสลักได อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ บรรยากาศท้องทุ่งนาในช่วงต้นฤดูทำนาปีนี้เงียบเหงาผิดจากทุกปี แม้จะเริ่มมีฝนตกต่อเนื่อง แต่กลับแทบไม่พบชาวนาออกไถหว่าน มีเพียงวัวและควายออกหากินตามทุ่งนา

 


นายสายัน วรรณศิริ อายุ 48 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำนาต่อหรือไม่ เพราะต้นทุนทุกอย่างปรับสูงขึ้นมาก ทั้งค่ารถไถ ค่าปุ๋ย ค่าพันธุ์ข้าว และค่าเช่านา ซึ่งล้วนได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งเกินลิตรละ 40 บาท

นายสายัน ระบุว่า ปีนี้ค่ารถไถและค่าปั่นนาอยู่ที่ไร่ละ 500-600 บาท จากเดิมประมาณ 400 บาท ขณะที่ปุ๋ยปรับขึ้นจากกระสอบละ 800-900 บาท เป็นกว่า 1,200 บาท ส่วนค่าเช่านาไร่ละประมาณ 1,000 บาท โดยตนมีพื้นที่ทำนา 33 ไร่ เฉพาะค่าเช่านาก็ตกกว่า 33,000 บาทแล้ว

ที่ผ่านมา ลงทุนทำนากว่า 100,000 บาท แต่กลับขาดทุนกว่า 40,000 บาท เนื่องจากปัญหาข้าวดีด ข้าวนก รวมถึงน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเสียหาย อีกทั้งราคาข้าวช่วงเก็บเกี่ยวอยู่เพียงกิโลกรัมละ 10-11 บาท ไม่คุ้มกับต้นทุนที่จ่ายไป

 

 

“ถ้าราคาข้าวตอนเกี่ยวอยู่ที่กิโลละ 14-15 บาท เกษตรกรยังพออยู่ได้ แต่ตอนเกี่ยวราคาตก พอถึงช่วงไม่มีข้าวกลับขึ้นราคา ชาวนาก็ไม่มีข้าวขายแล้ว” นายสายัน กล่าว

นายสายัน ยังฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยดูแลราคาปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะราคาปุ๋ย หากลดลงมาอยู่ที่กระสอบละ 800-900 บาท ก็จะช่วยลดภาระของชาวนาได้มาก พร้อมยอมรับว่า แม้เสี่ยงขาดทุน ทั้งปัญหาฝนแล้ง น้ำท่วม และต้นทุนสูง แต่สุดท้ายก็ยังจำเป็นต้องทำนา เพราะหากไม่ทำก็ไม่มีข้าวไว้กินเองในครัวเรือน

 

หน้าแรก » ภูมิภาค