กทม-สาธารณสุข
สสส. ร่วมกับโรงพยาบาลพิมาย และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน “Smart Hospital” เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพและสังคมไร้รอยต่อ ชูนวัตกรรม PST AI เชื่อม 3 ระบบดิจิทัล
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
สสส. ร่วมกับโรงพยาบาลพิมาย และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อน “Smart Hospital” เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพและสังคมไร้รอยต่อ ชูนวัตกรรม PST AI เชื่อม 3 ระบบดิจิทัล บูรณาการยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ มุ่งอุดรอยรั่วสิทธิ์สวัสดิการผู้ป่วยเปราะบาง และลดภาระงานบุคลากร
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 โครงการ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์พัฒนาระบบและกลไก Platform Social Telecare (PST) เพื่อการดูแลทางสังคมสำหรับผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชนกับ สอน.บัดดี้ ในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ หรือ PST AI ของ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย ซึ่งสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับโรงพยาบาลพิมาย สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและแถลงข่าวขับเคลื่อน Smart Hospital ภายใต้หัวข้อ "ขับเคลื่อน..โรงพยาบาลอัจฉริยะ เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพและสังคม" เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 โดย เปิดตัว Platform Social Telecare (PST) และ PST AI พร้อมบูรณาการร่วมกับ “สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward” เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิในเขตสุขภาพที่ 9 อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งโรงพยาบาลพิมายเป็น 1 ใน 10 โรงพยาบาลนำร่อง

โดยมีนายอนัน โกนสันเทียะ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี และมี ศ.สค.ร.ระพีพรรณ คำหอม หัวหน้าโครงการฯ รวมถึงผู้บริหารโรงพยาบาลพิมาย นำโดย นายจารุตฒ์ ตันตราภรณ์ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายธนาพงศ์ ฉัตรชัยกุลศิริ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านบริการทุติยภูมิและตติยภูมิ และ แพทย์หญิง ดำรัสศิริ ไพอุปรี รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ร่วมให้การต้อนรับคณะวิทยากรและผู้เข้าร่วมประชุมจาก 10 โรงพยาบาลนำร่องในเขตสุขภาพที่ 9

ศ.สค.ร.ระพีพรรณ กล่าวถึงที่มาว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากโจทย์สำคัญหน้างานที่นักสังคมสงเคราะห์และบุคลากรสาธารณสุขต้องเผชิญภาระงานเอกสารซ้ำซ้อน ขณะที่ผู้ป่วยเปราะบางจำนวนมากตกหล่นจากสิทธิ์สวัสดิการภาครัฐเนื่องจากข้อมูลกระจัดกระจาย จึงได้พัฒนานวัตกรรมแพลตฟอร์มโซเชียลเทเลแคร์ (Social Telecare) และ พีเอสที เอไอ (PST AI) เชื่อมโยงกับ สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ อุดรอยรั่วสิทธิ์สวัสดิการ โดยนำ AI มาช่วยจับคู่สิทธิ์สวัสดิการภาครัฐและกองทุนต่างๆ กว่า 40 รายการแบบอัตโนมัติ ผ่านระบบฐานข้อมูล ให้ผู้ป่วยได้รับสิทธิ์ทันท่วงที รวมถึงปลดล็อกภาระงานหน้างานเพื่อบูรณาการข้อมูลร่วมกับ HOSxP และระบบ สอน.บัดดี้ ช่วยลดเวลาทำเอกสารซ้ำซ้อน และแปลงข้อมูลความเดือดร้อนเป็นรหัสสากล (Clinical Social Work)และ สร้างการดูแลไร้รอยต่อ ซึ่งส่งต่อแผนการดูแลทางสังคม (Social Care Plan) ร่วมกับ Amed Home ward ระหว่างโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน รพ.สต. และอาสาสมัครในพื้นที่ พร้อมคุ้มครองความลับผู้ป่วยตามกฎหมาย PDPA 100% มุ่งมั่นนโยบาย MOPH PLUS สู่ความยั่งยืนของสังคม

นายอนัน เน้นย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายมุ่งเน้น MOPH PLUS เพื่อยกระดับบริการสุขภาพดิจิทัลเชิงรุกและการเข้าถึงสิทธิ์อย่างไร้รอยต่อ พร้อมกล่าวชื่นชมว่าระบบดิจิทัลที่ดีต้องไม่เพียงแต่ลดภาระให้คนทำงาน แต่ต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมและประเทศชาติ การบูรณาการ Platform Social Telecare, PST AI, สอน.บัดดี้, HOSxP และ Amed Home ward เข้าด้วยกัน จะช่วยทลายไซโลข้อมูล เกิดการคัดกรองและวางแผนทางสังคมที่แม่นยำ ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพสูงสุดในเขตสุขภาพที่ 9
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข
ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข ![]()
จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน 18:54 น.- ศูนย์ตรวจรักษาและผ่าตัดผ่านกล้องกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จัดสัมมนาวิชาการด้านการผ่าตัดผ่านกล้อง ประจำปี 2569 16:44 น.
- "พัฒนา" เผย รพ.รับผู้บาดเจ็บเหตุความรุนแรง ร.ร.นนทบุรี 22 ราย รักษาในรพ. 6 แห่ง อาการวิกฤต 9 ราย 15:56 น.
- "MEDEZE ย้ำความเป็นหนึ่ง ด้านธนาคารจัดเก็บสเต็มเซลล์ ครบทั้งใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข, ผ.ย.2, Cell Bank, AABB, ISO และงานวิจัย" 15:13 น.
- รพ.กรุงเทพ มาตรฐานนะดับ Best Specialized Hospitals Asia Pacific 2026 12:35 น.



