วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562 05:32 น.

อาชญากรรม

“พยัคฆ์ไพร”ลุยรีสอร์ทดัง รุกเขตป่าส่งDSIจัดการ

วันอังคาร ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562, 17.33 น.

“พยัคฆ์ไพร”ลุยรีสอร์ทดัง
รุกเขตป่าส่งDSIจัดการ

 


กรมป่าไม้  :  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.)  สั่งการให้นายสมชาย ฉิมแย้ม หัวหน้าฝ่ายประสานคดีพิเศษ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้  ประสานการปฏิบัติร่วมกับพันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 6 กรมสอบสวนคดีพิเศษ เจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วัดโบสถ์ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.9 (ปากพราน) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแควน้อย (เตรียมการ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรวัดโบสถ์  กว่า 30 นาย ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสวนรีสอร์ท ริมลำน้ำแควน้อย ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อย

 


เมื่อทางเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเดินทางถึงได้พบกับผู้จัดการรีสอร์ท โดยได้นำเอกสารสิทธิ์ที่ดินเป็น น.ส.3 ข. พื้นที่ 50 ไร่ และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมมาแสดง เจ้าหน้าที่จึงให้นำชี้ขอบเขตที่ดิน จากการจับค่าพิกัดมาคำนวณเนื้อที่ได้จำนวน 102 ไร่เศษ ซึ่งพื้นที่ไม่ตรงกับเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ข. ที่นำมาแสดงซึ่งมีพื้นที่เพียง 50 ไร่ และมีอาณาเขตไม่ติดต่อกับลำน้ำแควน้อย

 


จากการตรวจสอบข้อมูล รวมถึงการสืบสวนของ DSI ระบุว่า น.ส.3 ข ฉบับนี้ตำแหน่งที่ตั้งจริงอยู่คนละฝั่งแม่น้ำแควน้อย โดยอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร และ  ปัจจุบันเป็นเขต สปก.ไปแล้ว ดังนั้น น.ส.3 ข ที่ผู้จัดการสวนรีสอร์ท นำมาแสดงจึงเป็นการนำ น.ส.3 ข ในพื้นที่อื่นมาแสดงว่าเป็นพื้นที่ที่ตั้งรีสอร์ทที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ ณ ปัจจุบัน และ จากการดูหลักฐานที่นำมาอ้าง พบว่ามีเนื้อที่เพียง 50 ไร่  แต่จากการตรวจวัดพื้นที่ที่สร้างรีสอร์ททั้งหมดมีเนื้อที่ประมาณ 102 ไร่  ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุที่สร้างรีสอร์ทนี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองฝั่งลำน้ำแควน้อย จึงเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย

 


จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่อาคารที่พัก และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ พร้อมนำตัวผู้จัดการรีสอร์ท นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวัดโบสถ์ เพื่อติดตามตัวนายทุนเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้มาดำเนินคดีต่อไป พร้อมส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการและส่งเรื่องให้กรมที่ดิน ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เพื่อดำเนินการต่อไป เนื่องจากความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ เป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน.