วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563 01:36 น.

อาชญากรรม

จับแล้ว! ไอ้โหด บุกแทงเจ้าของร้านชำดับ อ้างโมโหถูกด่าไม่จ่ายค่าน้ำมัน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 19.52 น.
จากเหตุการณ์คนร้ายบุกเดี่ยวควงมีดจี้ร้านของชำแทงคอเจ้าของร้านดับและเจ็บ1ราย เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น ล่าสุดวันที่ 13 สิงหาคม 2563 เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติตตามตัว นายชูชาติ (อ้น) ประคำ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 6/46 ถนนหนองบัว ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ผู้ต้องหา นำตัวมาแถลงข่าวที่ หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง พร้อมของกลาง  มีพลตำรวจโท มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้เดินทางมาแถลงข่าวในการจับกุมผู้ต้องหา มี พลตำรวจตรี ฉลอง  สุขจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พันตำรวจเอกภูมิสิทธิ์ สิงห์เถืีอน ผู้กำกับการงานสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พันตำรวจเอก ฐาปนะ  คลอสุวรรณา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง รีวมแถลง และมอบเงินพร้อมเหรียญพระพุทธโสธรให้กับผู้บาดเจ็บและภรรยาผู้เสียชีวิตเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจจำนวนหนึ่ง
     
ด้านพันตำรวจเอกภูมิสิทธิ์  สิงห์เถื่อน ผู้กำกับการกลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดระยองได้กล่าวว่า  หลังจากที่คนร้ายได้ก่อเหตุแล้วจากการตรวจไล่กล้องวงจรปิดรู้เส้นทางการหลบหนีของคนร้ายได้หลบหนีไปทางด้านหลังเซ็นทรัล และดูข้อมูลจากทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นคลิก 125 สีเขียวขี้ม้าหมายเลขทะเบียน 1 กม - 8951 ระยอง จึงได้ทำการตรวจเช็คว่าใครเป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ ทราบชื่อผู้ครอบครอง ชื่อ นายชูชาติ  ประคำ อายุ 25  ปี บ้านเลขที่  6/46 ถนนหนองบัว ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ต่อมาได้หาข้อมูลพบว่ามีภรรยาทำงานอยู่ในบริษัทนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จึงได้ประสานและทราบว่าผู้ต้องหาได้พักอยู่ที่ เบอค่าน่า อาพาสเมนท์ เลขที่ 98/88  หมู่4 ตำบลน้ำคอก อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 
   
ต่อมาวันนี้เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังไปจับกุมตัว ผู้ต้องหาพักอยู่ชั้น 3 จึงได้จับกุมขณะเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าและสิ่งของกำลังจะหลบหนี ได้พาไปยึดอาวุธมีดปลายแหลมที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุโยนทิ้งไว้ที่ในป่าด้านหลังอาพาสเม้นท์ และรถจักรยานต์ที่ใช้ในวันก่อเหตุที่จอดอยู่ด้านล่างอพาสเม้นท์ดังกล่าว 
 
จากการสอบสวน นายชูชาติ รับสารภาพว่า วันนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปจอดหน้าร้านขายของชำที่เกิดเหตุเพื่อจะเติมน้ำมันขวดที่ร้านขายของชำแต่ไม่มีเงินติดตัว จึงได้เดินไปหยิบน้ำมันหน้าร้านค้ามา 1 ขวดและเดินไปเติมที่รถจักรยานยนต์ต่อมาได้เดินเข้าไปที่บริเวณในร้านและเห็นว่าผู้ตายอยู่คนเดียว จึงได้เดินเข้าไปพูดว่าของติดเงินค่าน้ำมันไว้ก่อนเดี๋ยวจะนำมาจ่ายให้ภายหลังแต่ผู้ตายไม่ยอมจึงได้มีการโต้เถียงกัน ดุด่าว่าทอว่าไม่มีงานทำรึไงไม่รู้จักทำงานหรือไม่มีเงินมาเติมน้ำมันได้อย่างไร ผู้ตายหยิบถุงหูหิ้วไม่ทราบว่าในถุงมีอะไรขว้างใส่ตนถูกที่บริเวณศรีษะ และผู้ตายพยายามลุกขึ้นจะไปหยิบไม้ทำให้ตนโมโห และเห็นมีดปลายแหลมวางอยู่บนโต๊ะในร้านจึงได้หยิบมีดขึ้นมาแทงจนล้มลง และได้เปิดลิ้นชักจำนวน 700 บาทเศษ กำลังจะขึ้นรถจักรยานยนต์เพื่อจะหลบหนี แต่มีนางทองอยู่ สุวรรณ อายุ 58 ปี น้องเมียที่อยู่ข้างห้องติดกันได้ยินเสียงร้องผู้ตาย จึงได้วิ่งเข้าไปดูผู้ต้องหาจึงได้แทงเข้าที่คอด้านขวา 1 แผลบาดเจ็บ วิ่งออกมาจากในร้านขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
   
โดยผู้ต้องหาทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง  ทำเกี่ยวกับโรงงานผลิตแอร์ อยู่ที่นิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองแต่ถูกพิษโควิด 19 ถูกให้ออกจากงาน จากนั้นต่อมาจะมีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนที่เกิดเหตุ แต่ต้องยุติ เพราะมีชาวบ้านกว่า 300 คน ทั้งถนน 2 ข้างไปรอดูหน้าผู้ต้องหา และเกรงว่า จะมีการรุมประชาฑันผู้ต้องหาจึงยุติการทำแผนไปก่อน แจ้งข้อกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นอันตรายแก่กายและจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะ จากนั้นจึงได้นำตัวฝากขังและดำเนินตามกฏหมายต่อไป