วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 23:48 น.

อาชญากรรม

รวบอดีตโบรกเกอร์สาว ตุ๋นเหยื่อลงทุนซื้อคอนโด เสียหายกว่า 70 ล้าน

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564, 15.42 น.
เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม น.ส.วีรญา ศิริวัฒน์ อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 328/2562 ลง 21 พ.ค.62 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ได้ในพื้นที่ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 
       
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงระหว่างปี 2553 ถึง 2556 ขณะที่ น.ส.วีรญา ผู้ต้องหารายนี้ยังทำงานเป็นโบรกเกอร์ (Broker) ได้มีพฤติการณ์ชักชวนกลุ่มผู้เสียหาย 17 คน ร่วมลงทุนซื้อขายคอนโดหรืออาคารชุดพักอาศัย โดยอ้างว่าตนเองเป็นพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง มีหน้าที่ดูแลโครงการคอนโดต่างๆ ในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด มีโควตาซื้อขายห้องพักของบริษัทฯ ทุกโครงการ จำนวน 250 ยูนิต หากนำเงินมาลงทุนจะได้กำไรห้องละประมาณ 100,000 บาท แต่มีข้อแม้ว่าผู้เสียหายจะต้องยอมจ่ายเงินลงทุนให้ผู้ต้องหาก่อนประมาณห้องละ 497,300 บาท โดยช่วงแรกผู้เสียหายเหล่านี้เห็นว่าได้รับผลกำไรจากการลงทุนจริง จึงเกิดความไว้ใจ ลงทุนซื้อขายเพิ่มกว่า 129 ห้อง รวมเป็นเงิน 65,000,000 บาท แต่หลังจากที่ผู้เสียหายลงทุนเพิ่มไป ผู้ต้องหากลับไม่ยอมจ่ายเงินให้ตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ เมื่อทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยง ก่อนผู้เสียหายจะมาทราบภายหลังว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีการลงทุนแต่อย่างใด ส่วนเงินปันผลกำไรที่เคยจ่ายให้ผู้เสียหายมานั้นเป็นการนำเงินของผู้เสียหายรายอื่นมาหมุนจ่ายแทน ทางกลุ่มผู้เสียหายจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความไว้ที่ กก.1 บก.ป. จนมีการออกหมายจับดังกล่าว 
 
ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติ น.ส.วีรญา พบว่า ที่ผ่านมาเคยก่อเหตุคดีฉ้อโกงหลายคดี ด้วยวิธีการที่หลากหลายรูปแบบ จนมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันติดตัวอีก 2 คดี อาทิ ปี 2558  น.ส.วีรญา ได้แอบอ้างตัวเป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศของบริษัทฯ แห่งหนึ่ง ก่อนทำทีไปติดต่อบริษัทของผู้เสียหาย แล้วเสนอแผนการขยายบริษัทฯไปยังต่างประเทศให้กับทางบริษัทฯของผู้เสียหาย จากนั้นจึงได้ขอเบิกเงินจำนวน 14,912148 บาท จากทางบริษัทฯ ผู้เสียหายไป โดยอ้างว่านำไปใช้เป็นทุนก่อตั้งสถานที่ให้บริการหรือการเซอร์วิสลูกค้า กระทั่งต่อมาเมื่อต้นปี 2560 ทางบริษัทฯ ผู้เสียหายได้พยายามสอบถามความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว แต่ น.ส.วีรญา กลับบ่ายเบี่ยง และไม่ยอมรายงานความคืบหน้าให้ทราบ จึงได้ทำการตรวจสอบจนพบว่าไม่มีการขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือดำเนินการตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ทั้งนี้หลังก่อเหตุดังกล่าวแล้วนั้นต่อมาปี 2561 น.ส.วีรญา ยังได้ไปหลอกลวงผู้เสียหายอีกรายหนึ่งที่เป็นเพื่อนสนิทกัน ให้นำเงินมาร่วมลงทุนซื้อนาฬิกาหรู (Patek Philippe) จากต่างประเทศเพื่อมาขายเก็งกำไร จำนวน 2 ล้านบาท แต่เมื่อได้เงินไปแล้ว น.ส.วีรญา กลับเลิดเงินหนีหายไปไม่ได้นำไปลงทุนตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด 
     
อย่างไรก็ตามภายหลังทราบเรื่องว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคมเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสเป็นการด่วน กระทั่งสืบทราบว่าขณะนี้ น.ส.วีรญา ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบถาม น.ส.วีรญาฯ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าเงินที่ได้ส่วนใหญ่หมดไปกับการพนันออนไลน์  เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม