วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 23:24 น.

อาชญากรรม

ทหารพรานบุกรวบเฒ่าค้ายาคาเถียงนา เสื่อมหนักวัยรุ่นสาวยอมพลีกายแลกยาบ้าเสพ

วันพุธ ที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 11.18 น.

สืบเนื่อง พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) ได้มอบแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการลดความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี โดยกำหนดปฏิบัติการ Quick Win ประกาศพื้นที่พิเศษที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 5 (10) ให้จังหวัดนครพนม ในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดน ได้แก่ อำเภอท่าอุเทน,อ.เมืองนครพนม,อ.ธาตุพนม และ อ.บ้านแพง เป็นพื้นที่พิเศษที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา

โดยในห้วง 6 เดือน กองบังคับการควบคุมที่ 1 กองพันทหารราบที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (บก.ควบคุม 1 ร.3 กกล.ฯ) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักได้สั่งระดมกวาดล้างผู้ค้าและผู้เสพตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้น จนได้รับการประกาศว่า จ.นครพนม มีประสิทธิภาพในการกวาดล้างยาเสพติดยอดเยี่ยมที่สุดในภาคอีสาน แต่ภารกิจยังไม่สิ้นสุดจนกว่าจะปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดจนสิ้นซาก เพื่อลูกหลาน เยาวชน รอดพ้นจากภัยยาเสพติด

ล่าสุด ร.ท.วันชาติ  เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 (ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21) ได้สืบทราบว่ากระท่อมกลางทุ่งนา พื้นที่บ้านหนองแวง หมู่ 2 ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม มีวัยรุ่นนัดกันมามั่วสุมเสพยาบ้าเป็นประจำ จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.บ้านแพง,ตชด.237 และ สภ.บ้านแพง เข้าตรวจค้นเถียงนาดังกล่าว พบชายสูงวัยทราบว่าชื่อ นายทีปต์  อายุ 61 ปี  รับเป็นเจ้าของกระท่อม นุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว นั่งสูบยาบ้าอยู่ในห้อง และตกใจรีบโยนอุปกรณ์เสพยาทิ้ง เพราะถูกเจ้าหน้าที่บุกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว  จากการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 32 เม็ด บรรจุอยู่ในขวดแก้วใส นายทีปต์ยอมรับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตน โดยซื้อมาจากเอเยนรายย่อยในราคาเม็ดละ 30 บาท เพื่อไว้เสพและแบ่งขายในกลุ่มวัยรุ่นในชุมชน ในราคาเม็ดละ 50 บาท โดยใช้เถียงนาแห่งนี้เป็นที่มั่วสุม ซึ่งนายทีปต์ยังเล่าต่อว่า วัยรุ่นที่มาซื้อยาบ้ามีทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะผู้หญิงถ้าต้องการเสพยาบ้าแต่ไม่มีเงิน ตนจะแลกเปลี่ยนด้วยการหลับนอนกัน  ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นบริเวณโดยรอบกระท่อม มีหญิงวัยรุ่นขับรถจักรยายนต์เข้ามา เห็นเจ้าหน้าที่เต็มกระท่อม ก็รีบกลับรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านตำบลบ้านแพง หลังรับแจ้งว่ามีการมั่วสุมเสพยาบ้าและขายให้กับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ พบบ้านหลังดังกล่าวเปิดเป็นร้านค้าขายของ ซึ่งเจ้าของบ้านเป็นชายอายุประมาณ 70 ปีมีอาการงุนงง เพราะจู่ๆมีเจ้าหน้าที่เข้ามาหาเต็มบ้าน หลังทราบวัตถุประสงค์จึงยินยอมให้มีการตรวจค้น ภายในห้องนอนด้านหลังบ้าน พบนายสุชาติ  อายุ 37 ปี  ซึ่งเป็นบุคคลเป้าหมาย ให้การว่าบ้านหลังนี้เป็นของลุง ตนเป็นผู้อาศัย และลักลอบนำยาบ้ามาซุกไว้ในห้อง เพื่อเสพและจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่น ในราคาเม็ดละ 60 บาท โดยซ่อนยาบ้าไว้ในหลอดกาแฟจำนวน 19 เม็ด สารภาพว่าติดยาบ้างอมแงม แต่เพื่อลดต้นทุนจึงรับเป็นเอเยนต์ย่อย โดยมีลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นแวะมาซื้อคนละ 2-3 เม็ดทุกวัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง เพื่อทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
 

หน้าแรก » อาชญากรรม