อาชญากรรม
ตร.ไซเบอร์ช่วยเหยื่อโดนมิจฉาชีพขู่โอนเงินสูญ 3 ล้าน แสบหลอกใช้เหยื่ออีกรายเป็นบัญชีม้า สอท. ไวกว่าอายัดทัน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
วันที่ 10 มี.ค.69 เวลา 14.00 น. ณ ที่ทำการ บก.สอท.4 (เชียงใหม่) นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 และ พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.1 บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ช่วยเหลือเหยื่อโดนโทรขู่โอนเงินสูญ 3 ล้าน แสบหลอกใช้เหยื่ออีกรายเป็นบัญชีม้า สอท. ไวกว่าอายัดทัน
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 ส.ค.68 ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งโดนมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานธนาคารโทรศัพท์มาหาเรื่องบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น (ปลอม) ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดร้ายแรง พร้อมทั้งให้แอดไลน์แล้วส่งหมายศาลปลอมมาให้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว พร้อมทั้งข่มขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมือ ผู้เสียหายจะถูกอายัดบัญชีและดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นมิจฉาชีพได้สั่งให้ผู้เสียหายโอนเงินที่มีอยู่ทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ด้วยความหวาดกลัวและหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ในวันที่ 15 ส.ค.68 ผู้เสียหายจึงโอนเงินไป 1 ครั้ง จำนวน 2,000,000 บาท ปลายทางบัญชีธนาคารชื่อบัญชี “นายคำพันธ์ฯ” หลังจากได้เงินก้อนแรกไปแล้ว มิจฉาชีพได้ข่มขู่ว่าห้ามบอกใคร มิเช่นนั้นจะโดนดำเนินคดี
ต่อมาวันที่ 18 ส.ค.68 มิจฉาชีพได้สั่งให้ผู้เสียหายเบิกถอนเงินสดไปฝากเข้าบัญชีปลายทางอีก 2 บัญชี รวมเป็นเงินอีก 1,000,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 3,000,000 บาท เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่าโดนหลอกลวงจึงได้แจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.go.th
จากกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.1 บก.สอท.4 ได้ส่งทีมตรวจสอบเส้นทางการเงินและประสานธนาคารที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวได้แล้วบางส่วน
โดยดำเนินคดีในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น, เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นใด, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
โดยคดีนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า “นายคำพันธ์ฯ” เจ้าของบัญชีธนาคารปลายทางที่ผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าไป กลับพบว่าเป็นผู้เสียหายในคดีของ สภ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ โดยนายคำพันธ์ฯ ได้ถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงินไปทั้งสิ้นกว่า 2,273,000 บาท
จากพฤติการณ์ของมิจฉาชีพ พบว่า นายคำพันธ์ฯ ได้ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น (ปลอม) เช่นกัน โดยข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารของนายคำพันธ์ฯ เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคาร แล้วได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคารกว่า 70 เล่ม โดยมิจฉาชีพข่มขู่ให้เก็บเรื่องดังกล่าวเป็นความลับ แล้วสั่งให้ นายคำพันธ์ฯ ไปกักตัวอยู่เพียงลำพัง มิเช่นนั้นต้องถูกดำเนินคดี มีโทษจำคุก 3-5 ปี และต้องถูกตรวจยึดทรัพย์สินที่มีทั้งหมด
ต่อมามิจฉาชีพได้สั่งให้นายคำพันธ์ฯ โอนเงินไปเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ จึงได้หลงเชื่อโอนเงินจำนวนหลายครั้ง รวมทั้งสิ้นกว่า 2,273,000 บาท กระทั่งวันที่ 15 ส.ค.68 ได้มีคนร้ายที่แอบอ้างเป็น ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น โทรหาแล้วแจ้งว่า มีคนร้ายได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนายคำพันธ์ จำนวน 2,000,000 บาท แล้วได้สั่งให้ นายคำพันธ์ฯ โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารปลายทางตามที่ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น (ปลอม) แจ้ง แต่จากการที่ตำรวจไซเบอร์ได้ประสานธนาคารไว้ทัน จึงทำให้ไม่สามารถทำรายการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้ ซึ่งภายหลัง นายคำพันธ์ฯ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารตัวจริง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าคันโท ว่า นายคำพันธ์ฯ ได้ถูกกลุ่มคนร้ายหลอกให้โอนเงิน จึงได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตาม จากกรณีข้างต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4 ได้ประสานงานร่วมกับทางธนาคาร กระทั่งได้อายัดเงิน จำนวน 2,000,000 บาท ที่ผู้เสียหายได้โอนไปยังบัญชีธนาคารของ นายคำพันธ์ฯ ไว้ได้ทัน ซึ่งเจ้าของบัญชีธนาคารเองไม่โต้แย้งในกรรมสิทธิ์ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชีตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย ส่วนผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมตัว
โดยวันนี้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงินจำนวน 2,000,000 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » อาชญากรรม
Top 5 ข่าวอาชญากรรม ![]()
- "สมาคมสื่อต้านโกง-ทนายอนันต์ชัย" ร้อง กขค. สอบแพลตฟอร์มค้าออนไลน์ ผูกขาดระบบขนส่ง 10 มี.ค. 2569
- ตร.ไซเบอร์ช่วยเหยื่อโดนมิจฉาชีพขู่โอนเงินสูญ 3 ล้าน แสบหลอกใช้เหยื่ออีกรายเป็นบัญชีม้า สอท. ไวกว่าอายัดทัน 10 มี.ค. 2569
- ตร.ภาค 1 ยกระดับงานสอบสวน–สืบสวนเพิ่มประสิทธิภาพตำรวจยุคดิจิทัล 10 มี.ค. 2569
- ติดคุก 2 ครั้งไม่สำนึก! รวบพ่อค้ายาหื่นเสพแลกเซ็กซ์ ยึดกว่า 12,000 เม็ด 10 มี.ค. 2569
ข่าวในหมวดอาชญากรรม ![]()
แข่งกับเวลาเพื่อชีวิต ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ใช้รถจักรยานยนต์ชุดใหม่เปิดทาง นำส่งหัวใจดวงที่ 161 จากสนามบินดอนเมือง ถึงโรงพยาบาลรามาธิบดีสำเร็จภายใน 16 นาที 17:03 น.- รวบหนุ่มขับกระบะตระเวนลักตู้เติมบุญเติม แสบขับชนล้มลากขึ้นรถงัดเอาเงินโยนตู้ทิ้งข้างทาง 14:11 น.
- ปิดป่าปูพรมล่า พรานไม้หอมซุกยาเสพติดกระโดดน้ำหลบหนีคากุญแจมือ วันที่ 2 ยังคงไร้วี่แวว 09:29 น.
- ตร.เร่งแกะรอยล่า 2 โจรลัก จยย.เสียบกุญแจคากลางห้างดังเมืองกระบี่ขี่หนีลอยนวล 20:23 น.
- ไล่ล่านักโทษชายรูดโซ่ตรวนหนีจาก รพ. ลักจักรยานปั่นซ่อนตัว ตร.ร่ายคาถาบุกจับได้กลางป่า 20:18 น.



