วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 02:15 น.

อาชญากรรม

"ดร.การดี" ฟาดนิ่ม ฉะรัฐบาลเลิกขอโทษซ้ำซาก จี้สังคายนา 'หาดใหญ่โมเดล' เตือนเหลือเวลาแค่ 6 เดือนก่อนจมซ้ำ

วันพุธ ที่ 08 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.39 น.

"ดร.การดี" ฟาดนิ่ม ฉะรัฐบาลเลิกขอโทษซ้ำซาก จี้สังคายนา 'หาดใหญ่โมเดล' เตือนเหลือเวลาแค่ 6 เดือนก่อนจมซ้ำ ชู 'สตรีทคาแนล' ชี้ชีวิตคนประเมินค่าไม่ได้ งบเยียวยามันแพงกว่างบป้องกัน 

เมื่อวันที่  8 เมษายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีวาระพิจารณาญัตติสำคัญเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการอุทกภัยแบบบูรณาการ หรือ “หาดใหญ่โมเดล” ซึ่งเสนอโดย นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติดังกล่าว พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของการบริหารจัดการวิกฤตที่ยังยึดติดอยู่กับการเยียวยามากกว่าการป้องกันในอนาคต 

ดร.การดี เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามถึงความคืบหน้าของรายงานถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการและเชิญผู้เชี่ยวชาญรวมถึงองค์กรข้ามชาติเข้ามาศึกษาแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันรายงานดังกล่าวกลับยังถึงมือรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

“ดิฉันต้องการจะเรียกร้องว่า เรามีเวลาเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝนของภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลปริมาณน้ำฝนที่เราเห็นว่ามันคือ ‘ฝน 300 ปี’ ไม่ได้การันตีว่ามันจะมาอีกทีใน 300 ปีข้างหน้า แต่มันอาจจะกลับมาอีกทีในปีนี้เลยก็เป็นไปได้” ดร.การดีระบุ

พร้อมกันนี้ยังได้อ้างอิงข้อมูลจาก ศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ โดยชี้ให้เห็นถึง ‘จุดอ่อนที่ชัดเจน’ 4 ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขโดยไม่ต้องรอผลการศึกษาเพิ่มเติม คือ 
1. ระบบแจ้งเตือนภัยและความล่าช้า การสื่อสารข้อมูลไม่เชื่อมโยงกัน ทำให้ประชาชนรู้ตัวช้าจนเตรียมตัวไม่ทัน
2. ผังเมืองหมดอายุ ผังเมืองหาดใหญ่หมดอายุไปตั้งแต่ปี 2555 ปัจจุบันต้องใช้ผังเมืองรวมจังหวัดสงขลาแทน ทำให้ไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง
3. การเปลี่ยนผ่านการใช้ที่ดิน เมืองเติบโตผิดทิศสวนทางกับทางระบายน้ำตามธรรมชาติ
4. ไร้เอกภาพในการสั่งการ ขาด Single Command Center ที่ตัดสินใจบนพื้นฐานของ ‘ข้อมูล’ (Data) มากกว่า ‘แนวคิดทางการเมือง’

ช่วงหนึ่งของการอภิปราย ดร.การดี ได้สะท้อนความรู้สึกของประชาชนต่อการบริหารจัดการวิกฤตของรัฐบาลอย่างดุเดือด ซึ่งระบุว่าคำขอโทษไม่มีความหมายหากไม่มีการเรียนรู้

“ดิฉันเลี่ยนสุดๆ ที่จะต้องมาฟังคำขอโทษจากท่านนายกฯ หรือจากรัฐบาล ว่านี่คือการบริหารที่ผิดพลาด คำขอโทษใช้ได้ถ้าเรียนรู้แล้วปรับปรุง แต่คำขอโทษที่พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับวิกฤตที่ล้มเหลวซ้ำซาก เป็นสิ่งที่ประชาชนยอมรับไม่ได้” ดร.การดี กล่าว 

นอกจากนี้ ยังได้เสนอแนวคิดทางเทคนิคเพื่อเป็นทางออก (Big Win) เพิ่มเติม ตั้งแต่ การเสริมแนวป้องกันและเปิดทางน้ำในเขตชุมชนที่ใช้งบประมาณไม่สูงแต่ทำได้เร็ว (Street Canal) การลงทุนในระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะในระดับพื้นที่ (Local Alert) และการใช้โมเดลพยากรณ์อากาศและน้ำที่แม่นยำในการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Data-Driven Policy) 

ทั้งนี้ ดร.การดี ได้ทิ้งท้ายว่ารัฐบาลควรเปลี่ยนวิธีคิดจากการเน้นงบประมาณเยียวยา มาเป็นการลงทุนเพื่อการป้องกัน (Prevention) เพราะงบประมาณที่ใช้ในการเยียวยานั้นสูงกว่าการป้องกันหลายเท่าตัว

“การสูญเสียทรัพย์สินประเมินมูลค่าได้ง่าย แต่การสูญเสียชีวิตนั้นประเมินค่าไม่ได้ ดิฉันจึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งทบทวนบทเรียนและเริ่มลงทุนงบประมาณเพื่อป้องกันไม่ให้หายนะนี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับพี่น้องชาวหาดใหญ่และคนไทยทั้งประเทศ” ดร.การดี กล่าวปิดท้าย
 

หน้าแรก » อาชญากรรม