วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:38 น.

อาชญากรรม

หายห้าว! ตัวตึงสะพานไทยลาว 3 จ๊ะเอ๋สายตรวจซิ่งหนีไม่พ้น มีทั้งปืน-ระเบิดพร้อมก่อเหตุ

วันพฤหัสบดี ที่ 07 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.59 น.

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569  เวลาประมาณ 23.00 น. ร.ต.อ.สุระชัย นครคำสิงห์ รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมืองนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจ ได้ออกตรวจตราความเรียบร้อย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เมื่อมาถึงทางเข้าบ้านนาหัวบ่อ ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม บริเวณถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ชยางกูร) สายนครพนม-ท่าอุเทน ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ประมาณ 500 เมตร ได้พบชายไทยไม่ทราบชื่อ 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น Giorno 125 สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยขับขี่ในลักษณะย้อนศรซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน เจ้าหน้าที่จับกุมจึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้ขับรถไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด

จนกระทั่งมาถึงบริเวณถนนใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 รถคันดังกล่าวได้เสียหลักล้มลง เป็นเหตุให้ผู้โดยสาร ทราบชื่อภายหลัง คือ นายมหาอรรณพ เปล่งทรัพย์ อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม พลัดตกจากเบาะท้ายรถจักรยานยนต์ ศีรษะกระแทกกับกิ่งไม้ริมทาง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ในขณะเดียวกันผู้ขับขี่ทราบชื่อภายหลัง  นายจิรกร หรือวิม อายุ 19 ปี ชาวบ้าน ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม ได้ทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด ระหว่างการวิ่งหนีนายวิมเอื้อมมือจับกระเป๋าสะพายข้างสีน้ำเงิน และพยายามหยิบวัตถุบางอย่าง ที่มีลักษณะคล้ายอาวุธปืนออกมา เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของชุดจับกุม จึงตัดสินใจใช้ปืนยิงกระสุนยางเพื่อระงับยับยั้งเหตุรวม 3 นัด จึงสามารถเข้าทำการควบคุมตัวนายวิมไว้ได้ในที่สุด

จากการตรวจสอบภายในกระเป้าสะพายท พบของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ แบบออโตเมติก 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด นายวิมยอมรับว่าอาวุธปืนและกระสุนดังกล่าวเป็นของตนจริง หลังจากนั้นได้ตรวจค้นนายมหาอรรณพ พบระเบิดมือไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 ลูก บริเวณข้างในกระเป๋าคาดเอว

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะเบื้องต้น พบมีฉี่เป็นสีม่วงทั้งคู่ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้าไปคนละ 1 เม็ด ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์เพื่อออกมาหาเรื่อง ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณแถวสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 แต่โชคร้ายเจอเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจก่อน จากการตรวจสอบประวัตินายวิม พบเป็นตัวตึงในละแวกนั้น โดยมีการถ่ายคลิปลงในสื่อโซเชียล โชว์รูปอาวุธปืนลูกซองยาว และใช้อาวุธปืนสั้นยิงเป้าซ้อม ท้าทายกฎหมายหลายครั้ง 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายจิรกร หรือวิม ว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนในในครอบครองโดยใด้รับอนุญาตจาตจากากนายทะเบียน,พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร,เป็นผู้ขับขี่รถในขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย,เสพยาเสพคิดให้โทษประเกท 1 (เมทแอมเฟตามึน) โดยผิดกฎหมาย และ ขับรถย้อนศรและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่

ส่วนนายมหาอรรณพ  ได้แจ้งข้อกล่าวหา ว่า เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย,มียุทธภัณฑ์ (วัตถุระเบิด) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

หน้าแรก » อาชญากรรม