วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:53 น.

อาชญากรรม

เจ้าหน้าที่ลุยจับบุกรุกป่าสงวน แผ้วถางภูเขา 23 ไร่ ปลูกปาล์ม-ซุกไม้ตะเคียน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.17 น.

เจ้าหน้าที่ป่าไม้-ฝ่ายความมั่นคง-ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าบ้านบางอินทนิล ต.หินแก้ว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังได้รับเบาะแสมีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ พบสภาพพื้นที่ถูกปรับเป็นขั้นบันไดบนภูเขาลาดชัน เตรียมใช้ปลูกปาล์มน้ำมัน พร้อมพบไม้ตะเคียนกองอยู่ในพื้นที่อีกหลายท่อน

 

จากการตรวจสอบด้วยระบบพิกัดดาวเทียม GPS และโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ ยืนยันชัดพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขต “ป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย” รวมเนื้อที่กว่า 23 ไร่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายป่าไม้และป่าสงวนแห่งชาติอย่างเด็ดขาด

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมาโดยคณะเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชพ.10 (จันทิ้ง) ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติ (ศปทส.ภ.จว.ชุมพร) และฝ่ายปกครอง ต.หินแก้ว ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ในพื้นที่บ้านบางอินทนิล หมู่ 5 ต.หินแก้ว อ.ท่าแซะ

 

เมื่อไปถึงพบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกจำนวน 1 แปลง ลักษณะเป็นภูเขาลาดชัน ถูกใช้รถปรับพื้นที่เป็นขั้นบันไดขนาดใหญ่ เตรียมปลูกต้นปาล์มน้ำมันทั่วบริเวณ อีกทั้งยังพบไม้ตะเคียนจำนวน 5 ท่อน ถูกกองทิ้งไว้ภายในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและเก็บพิกัดโดยละเอียดด้วยเครื่อง GPS

 

ภายหลังนำค่าพิกัดไปตรวจสอบในแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ผ่านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ารับร่อและป่าสลุย มีเนื้อที่รวมประมาณ 23 ไร่ 1 งาน 93 ตารางวา ส่วนมูลค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมยังอยู่ระหว่างการประเมิน

 

ระหว่างตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบชายคนหนึ่งอยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ ให้การว่า ตนมารับจ้างปลูกต้นปาล์มน้ำมันให้นายนายจ้างชาว ต.หาดพันไกร อ.เมืองชุมพร โดยอ้างว่าเข้าใจว่าพื้นที่ดังกล่าวมีเอกสารสิทธิครอบครองถูกต้อง และยืนยันว่าเคยเห็นมีการขนคนงานพร้อมต้นปาล์มเข้ามาปลูกจริง

 

อย่างไรก็ตาม หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิกัดซ้ำ พบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แม้บางส่วนจะมีข้อมูลว่ามีการทำกินก่อนปี 2557 แต่คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายชัดเจน

 

เบื้องต้นแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 ฐานบุกรุก แผ้วถาง ยึดถือครอบครอง และทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ฐานยึดถือครอบครองและกระทำการอันทำให้ป่าสงวนเสื่อมเสีย

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจยึด พร้อมภาพถ่ายและเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ขณะที่หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ยังคงเดินหน้าตรวจสอบพื้นที่ป่าบุกรุกเพิ่มเติมในหลายจุดของจังหวัดชุมพร หลังพบการลักลอบแผ้วถางป่าเพื่อทำสวนปาล์มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
 

หน้าแรก » อาชญากรรม