วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 04:10 น.

อาชญากรรม

แก๊งมิจฉาชีพขับเก๋งสวมทะเบียนปลอม สร้างละครหลอกเหยื่อ ป้าหลงกลเสียสร้อยทองหนัก 4 บาท พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนหัวหมูถวาย

วันพุธ ที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 19 หมู่ 3 บ้านนานอ ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม เพื่อสอบถามนางม่วย ไชยนุ อายุ 52 ปี กรณีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผานมา เวลาประมาณ 10.20 น. ได้มีชายหญิงคู่หนึ่งขับรถยนต์เก๋ง สีดำ ทะเบียน 3 ทฮ 6314 กรุงเทพมหานคร ทำทีมาขอเช่าที่ดิน อ้างว่าเพื่อใช้วางอุปกรณ์สายเคเบิล ก่อนจะตกลงค่าเช่าที่ดินเดือนละ 2,000 บาท จากนั้นทั้งคู่ก็ชวนนางม่วยขึ้นรถ ให้พาไปดูที่ดินผืนดังกล่าว หากตรงที่ต้องการก็จะทำสัญญาเช่าทันที โดยตนนั่งหน้าคู่กับผู้หญิงที่เป็นคนขับ ส่วนผู้ชายนั่งเบาะหลัง ชักชวนคุยโน่นคุยนี่จนถึงจุดที่จะเช่าวางอุปกรณ์สายเคเบิล
    

นางม่วย เล่าว่า พอมาถึงที่ดินตนได้พักเดียว ก็มีสายโทรเข้ามือถือผู้ชาย ปลายสายอ้างว่าเป็นเจ้สั่งให้ไปดูที่ดินจำนวน 40 ไร่เศษอยู่บ้านดงน้อย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เพราะเจ้าของที่เดือดร้อนเงินต้องการขายด่วน ทั้งสองจึงชวนตนไปด้วยอ้างว่าไม่รู้จักหมู่บ้านดังกล่าว ระหว่างทางผู้ชายได้จับมือตนมากกว่า 3 ครั้ง และเริ่มมีอาการมึนงง จนไปถึงจุดที่อ้างว่าจะขาย มีหญิงคนหนึ่งสวมแมสปิดบังใบหน้ายืนรออยู่ก่อนแล้ว ไม่นานก็มีตัวละครมาเพิ่ม อ้างเป็นเจ้นายหน้าซื้อขายที่ดิน พร้อมสร้างความเชื่นมั่นด้วยการเปิดกระเป๋าที่มีธนบัตรใบละ 1000 บาทอยู่เต็ม โดยมีการเจรจากันว่าที่ดินกว่า 40 ไร่ตอนนี้จำนองไว้ที่ร้านทองใน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จำนวน 2.2 ล้านบาท หากรวบรวมเงินไปไถ่ถอนออกมาได้ สามารถขายต่อในราคาไร่ละ 170,000 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 6,800,000 บาท เพราะมีคนรอซื้ออยู่แล้ว 

 

โดยได้พยายามโน้มน้าวนางม่วยให้ร่วมลงขัน ซึ่งตัวนางม่วยปฏิเสธว่าไม่มีเงินสด มีแต่ทองอยู่ที่บ้าน พวกนั้นจึงได้ขับรถยนต์ย้อนกลับมาบ้าน และตนได้เดินเข้าไปในห้องเปิดตู้เซฟที่อยู่ข้างเตียงนอน ปลดรหัสล็อกหยิบสร้อยคำทองคำหนัก 2 บาท และข้อมือทองคำหนัก 2 บาท รวมเป็น 4 บาทมูลค่าประมาณ 250,000 บาท ไปยื่นให้กับเขากว่าจะรู้ว่าเป็นมิจฉาชีพก็ขับรถหลบหนีไปแล้ว จึงขอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไหว้ศาลพระภูมิ บนว่าถ้าได้ทองคืนจะถวายหัวหมู

 

ต่อมา พ.ต.อ.นพดล ผลพัฒนา ผกก.สภ.นาทม จ.นครพนม ได้เดินทางมาสอบถามผู้เสียหาย และสั่งให้ชุดสืบตรวจเช็คกล้องวงจรปิด ทั้งของส่วนราชการและเอกชน เท่าที่ทราบในพื้นที่ อ.นาทม ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน จึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนอย่างเพิ่งเชื่อคนแปลกหน้าง่ายๆ หากสงสัยหรือเกรงไม่ปลอดภัย ให้รีบโทรศัพท์ 191 ทันที ส่วนทะเบียนรถตรวจสอบแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพใช้ทะเบียนปลอม 

 

ทั้งนี้ คดีลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อปี 2566 ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม โดยกลุ่มมิจฉาชีพอ้างเป็นผู้รับเหมาเดินสายเคเบิลสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำทีติดต่อขอเช่าบ้านและพื้นที่วางกับข้าราชการครูบำนาญ ภายหลังได้ร่วมกับพวกสร้างละคร เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินแปลงหนึ่ง และพยายามขอยืมเงินจากอดีตข้าราชการครูจำนวน 300,000 บาท แต่โชคดีที่ทั้ง 2 ไหวตัวทันจึงไม่ตกเป็นเหยื่อให้กับมิจฉาชีพกลุ่มนี้ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมากกับเหตุที่เกิดกับนางม่วย สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน.

หน้าแรก » อาชญากรรม