วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 06:45 น.

อาชญากรรม

สาวมอญร้องทหารช่วย หลังอ้างถูกหลอกมาทำงาน และกักขัง

วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.16 น.

นครปฐม – หญิงชาวมอญวัย 26 ปี ขี่รถจักรยานยนต์หนีข้ามอำเภอเข้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ค่ายทองฑีฆายุ กรมการสัตว์ทหารบก อำเภอเมืองนครปฐม หลังอ้างว่าถูกชายชาวเมียนมาหลอกให้มาทำงาน ก่อนกักตัวและล่วงละเมิดทางเพศนานกว่า 7 วัน โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ให้การคุ้มครอง พร้อมประสานตำรวจเข้าดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.30 น. ขณะเจ้าหน้าที่ทหารประจำหน่วยกองรักษาการ ค่ายทองฑีฆายุ กรมการสัตว์ทหารบก อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์ ได้มีหญิงสาวอายุประมาณ 20 ปีเศษ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียน 1 กด 63xx สุพรรณบุรี เข้ามาภายในค่ายด้วยอาการตื่นตกใจ พร้อมยื่นมือทั้งสองข้างและแสดงท่าทางคล้ายขอให้เจ้าหน้าที่จับกุมและใส่กุญแจมือ แต่ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้

เจ้าหน้าที่จึงรับตัวไว้ในความดูแล ปลอบขวัญให้สงบสติอารมณ์ และประสานผู้ที่สามารถแปลภาษาได้เข้าช่วยเหลือ พร้อมรายงานเหตุการณ์ให้ พล.ต.สมพงษ์ สุขประดิษฐ์ เจ้ากรมการสัตว์ทหารบก รับทราบ ซึ่งได้กำชับให้ดูแลความปลอดภัยของหญิงรายดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการตามขั้นตอน

ภายหลังมีล่ามเข้าช่วยแปล ทราบว่าหญิงคนดังกล่าวคือ หญิงชาวมอญอายุ 26 ปี ให้ข้อมูลว่า รู้จักชายชาวเมียนมาผ่านเฟซบุ๊ก โดยชายคนดังกล่าวชักชวนให้มาทำงานในจังหวัดนครปฐม และมีนายหน้ารับตัวจากด่านเจดีย์สามองค์ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเดินทางมาถึงกลับอ้างว่าถูกชายคนดังกล่าวล่วงละเมิดทางเพศ และกักตัวไว้ประมาณ 7 วัน พร้อมบังคับให้เป็นภรรยา แต่เธอไม่ยินยอม

หญิงรายดังกล่าวให้ข้อมูลผ่านล่ามว่า ในวันเกิดเหตุชายคนดังกล่าว ซึ่งทำงานเป็นช่างเหล็กในโรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอกำแพงแสน ได้ดื่มสุราจนหลับ จึงอาศัยจังหวะดังกล่าวหยิบโทรศัพท์มือถือและขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยเติมน้ำมัน 30 บาท และขับรถไปเรื่อย ๆ เพราะไม่รู้เส้นทาง กระทั่งพบค่ายทหารจึงตัดสินใจเข้าไปขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเชื่อว่าจะได้รับความปลอดภัย

ต่อมา เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองนครปฐม เดินทางมารับตัวหญิงรายดังกล่าว และตรวจสอบพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมีการแจ้งความรถหายไว้ที่ สภ.กำแพงแสน ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน โดยผู้แจ้งเป็นชายชาวเมียนมา ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจรับตัวนางสาวเอตูซาไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ พร้อมสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับการถูกล่อลวง กักขัง และล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยคดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม

 

หน้าแรก » อาชญากรรม