วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569 04:33 น.

อาชญากรรม

หลานป่วยจิตคลั่ง ถือครกบุกทุบกระจกบ้านปู่ป่วยอัมพฤกษ์ ย่ากลัวหลานติดคุกขอแค่ส่งตัวบำบัด

วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.14 น.

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. พ.ต.อ.วัชรพล สว่างแผ้ว ผกก.สภ.ปลาปาก จ.นครพนม ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วัฒนะ สมยาภักดี สารวัตรสืบสวน (สว.สส.) พร้อมด้วยชุดตำรวจสายสืบ และสายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ไม้ง่ามปราบคลั่ง เดินทางไปยังบ้านดอนกลางหมู่ 3 ต.มหาชัย อ.ปลาปาก เพื่อควบคุมตัวนายคณิน (สงวนนามสกุล) หรือเพชร อายุ 24 ปี หลังจากได้รับแจ้งจากนายละคร สิงห์ศิริ อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ว่า นายเพชรเป็นผู้ป่วยจิตเวชมีอาการคลุ้มคลั่ง ใช้ครกทุบทำลายข้าวของบ้านปู่ย่า ซึ่งอยู่ห่างกันแค่ 15 เมตรจนเสียหายหลายครั้ง

 

เมื่อไปถึงเจอนายเพชรเป้าหมายนั่งอยู่หน้าบ้านพอดี แต่ยังไม่ทันที่เจ้าหน้าที่จะเอ่ยปากถาม นายเพชรเหมือนวัวสันหลังหวะ ได้ลุกขึ้นวิ่งหนีไปทางหลังบ้าน ซึ่งเป็นไร่มันสำปะหลัง เจ้าหน้าที่ก็สับขาไล่ติดตาม กว่าจะตะครุบตัวไว้ได้ก็เล่นเอาแต่ละคนหอบไปตามๆกัน เพราะวิ่งไล่จับไกลถึงกิโลเมตรกว่า  จากนั้นก็นำตัวไปโรงพัก พร้อมเชิญญาติซึ่งเป็นผู้เสียหายมาสอบถาม ว่า จะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ ปรากฏว่าญาติเกิดความสงสาร ไม่อยากให้นายเพชรติดคุก ขอแค่ส่งตัวไปบำบัดก็พอ เจ้าหน้าที่จึงทำเรื่องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลปลาปาก เพื่อดำเนินการรักษาตามขั้นตอน

 

สอบถามนางเนียน อายุ 75 ปี ผู้เป็นย่าได้ความว่านายเพชรเป็นหลานชาย โดยครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน หลานจึงอยู่กับพ่อสองคน โดยปลูกบ้านอยู่ใกล้กัน ต่อมานายเพชรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด นานวันเข้าก็เกิดอาการหลอน จากคนร่าเริงกลายเป็นคนเก็บตัวเงียบไม่สุงสิงกับใคร และชอบอยู่กับความมืด บางวันก็นั่งหัวเราะคนเดียว ญาติจึงนำตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช แพทย์ให้ยามาทานแต่หลานชายก็กินทิ้งกินขว้าง และอาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ หลอดไฟที่อยู่ในบ้านก็ทุบทำลาย เอามาเปลี่ยนใหม่ก็ทุบอีก รวมถึงไปทุบประตู หน้าต่างบ้านปู่ย่าที่เป็นกระจกเสียหายหลายครั้ง และทำให้ชาวบ้านละแวกนั้นเกิดความหวาดกลัว ถ้าเห็นนายเพชรอาละวาดคลุ้มคลั่งชาวบ้านก็รีบปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หน้าไปดู เพราะจะถูกทำร้าย

 

นางเนียนเล่าต่อว่าวันที่ 16 สิงหาคม 69 หลานชายก็มีอาการคลุ้มคลั่งเพราะขาดยา เดินถือครกมาทุบกระจกบ้านตนจนแตกเป็นรูโหว่หลายบาน จึงแจ้งนายละคร สิงห์ศิริ ผู้ใหญ่บ้าน ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาเอาตัวไปดำเนินคดี พอวันรุ่งขึ้นตำรวจมาจับกุมจริงๆก็เกิดความสงสาร กลัวหลานชายติดคุก จึงไม่ขอแจ้งความให้ส่งไปบำบัดก็พอ

 

ส่วนนายนาม อายุ 75 ปี ผู้เป็นปู่ที่ป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์ต้องนั่งรถวีลแชร์ และมีภาวะหูตึง เคยถูกหลานชายคลั่งเข็นรถไปจอดทิ้งไว้ที่กลางสี่แยก กว่าจะมีคนมาเอากลับก็นานหลายนาที

 

ทางด้าน พ.ต.อ.วัชรพล สว่างแผ้ว ผกก.สภ.ปลาปาก เปิดเผยว่าเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง หากนายเพชรบำบัดกลับมาแล้ว ยังมีอาการอยู่ การกลับเข้าสู่สังคมอาจทำร้ายคนอื่นได้ ญาติต้องใส่ใจอย่าให้ขาดยา หรือหากต้องการดำเนินคดี ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการรักษา ก็เป็นดุลยพินิจของญาติ สามารถแจ้งความได้ ตำรวจพร้อมดำเนินการแก้ปัญหาทุกอย่าง.

หน้าแรก » อาชญากรรม