วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 02:16 น.

อาชญากรรม

พัทยาฉาว! ชายแต่งคล้ายวิน ขอเงินซื้อข้าวชาวต่างชาติ ก่อนล้วงกระเป๋าฉกเงินครึ่งหมื่น ขี่จยย.หนี

วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.39 น.

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุบริเวณถนนพระตำหนัก เยื้องพระตำหนักซอย 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบ MR. INGAR OPSEPH อายุ 77 ปี สัญชาตินอร์เวย์ พร้อมคู่รักสาวชาวไทย อายุ 55 ปี 

 

โดยฝ่ายหญิงเล่าเหตุการณ์แทนว่า ก่อนเกิดเหตุสามีเดินกลับจากออกกำลังกาย และกำลังยืนรอข้ามถนนเพื่อกลับบ้านพัก ซึ่งอยู่ภายในซอยห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จังหวะนั้นมีชายไทยแต่งกายลักษณะคล้ายเสื้อวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ขับรถย้อนศรมาจอดตรงหน้า ก่อนเสนอว่าจะไปส่ง แต่สามีปฏิเสธ เนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้ๆ จากนั้นชายคนดังกล่าวอ้างว่าไม่มีเงินกินข้าว และขอเงินจากสามี

 

สามีจึงตั้งใจจะให้เงินเพียง 20 บาท แต่ขณะกำลังเปิดกระเป๋า ชายคนดังกล่าวกลับเหลือบเห็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ก่อนเอื้อมมือล้วงเข้าไปหยิบเงินสดภายในกระเป๋าไปกว่า 5,000 บาท จากนั้นรีบขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรหลบหนี มุ่งหน้าไปทางแยกไฟแดงพระตำหนัก หรือแยกหลังเขาทันที

 

เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้เสียหายตกใจและไม่สามารถจดจำรายละเอียดของรถจักรยานยนต์ ทะเบียนรถ หรือหมายเลขเสื้อวินของชายดังกล่าวได้

 

หลังเกิดเหตุ แฟนสาวจึงพาสามีเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.อิทธิกร สายกระโทก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ดำเนินการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ แต่ด้วยความกังวลว่าคดีอาจไม่มีความคืบหน้า ทั้งคู่จึงตัดสินใจร้องเรียนผ่านสื่อ หวังให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหลักฐานและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

คู่รักของผู้เสียหายยังเปิดเผยอีกว่า สามีเคยตกเป็นเหยื่อถูกคนร้ายกระชากสร้อยคอทองคำในซอยจอมเทียน 5 มาแล้วเมื่อหลายปีก่อนมูลค่าหลายหมื่นบาท โดยหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความไว้ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ ครั้งนี้ต้องมาเจอเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันอีก ทำให้ทั้งคู่รู้สึกหวาดกลัวและกังวลเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมาก พร้อมฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี เพื่อหาเบาะแสติดตามตัวมาดำเนินคดี

 

ผู้เสียหายยังฝากเตือนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองพัทยา หากพบคนแปลกหน้าเข้ามาขอเงิน หรือพยายามเข้าประชิดตัว ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา

 

ขณะที่ MR. INGAR OPSEPH กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจและรู้สึกว่าตนเอง “โง่ที่ไปหลงเชื่อ” เพราะอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 15 ปี และไม่คิดว่าคนไทยที่ตนเองให้ความช่วยเหลือจะมาก่อเหตุเอาเงินของตนไป

 

ทั้งนี้ ผู้เสียหายฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามคดี โดยเฉพาะการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนี เพื่อหาเบาะแสของชายที่ก่อเหตุและนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม