วันพุธ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569 00:32 น.

อาชญากรรม

ตร.นาหว้า จับทันควันโจรทาสยานรก ลักจยย. 2 คัน-จักรยาน 2 คัน สาวร้านสะดวกซื้อดีใจได้รถคืน

วันอังคาร ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2569, 19.16 น.

วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.ธวัชชัย อินทะเสย์ ผกก.สภ.นาหว้า พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิติศักดิ์ โพธิ์ศรี รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.เดชา เวฬุวนารักษณ์ รอง.ผกก.สืบสวน  พ.ต.ท.สุระศักดิ์ สุขเสริม รอง.ผกก.ปราบปราม ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 1 รายในคดีโจรกรรมรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน และรถจักรยาน 2 คัน พร้อมตรวจยึดของกลางส่งคืนผู้เสียหาย 

 

สืบเนื่องจากวันที่ 6 กันยายน 69 เวลาประมาณ 08.00 น. ได้มีนางสาวไอรดา ดีทวี อายุ 29 ปี ชาว ต.นางัว อ.นาหว้า จ.นครพนม ซึ่งเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ ได้เลิกงานและกำลังจะกลับบ้าน แต่พบว่ารถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 1 กณ 784 เพชรบูรณ์ ซึ่งจอจอดไว้ที่ข้างร้านจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้หายไป 

 

และในวันเดียวกันเวลาประมาณเที่ยง ได้มีนายอดิศักดิ์ วะเศษสร้อย อายุ 28 ปี ชาว ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เดินหน้าละห้อยไปพบพนักงานสอบสวน แจ้งว่าเมื่อวันที่ 5 กันยายน 69 เวลาประมาณสองทุ่ม ได้จอดรถจักรยานยนต์ยามาอ่า รุ่นสปาร์คนาโน สีแดง ทะเบียน กวว 574 นครพนม ไว้ที่บริเวณข้างบ้าน ต่อมาเวลาราวตีสองของวันที่ 6 กันยายน 69 ได้พบว่ารถจักรยานยนต์คู่ใจได้หายไป จากนั้นเมื่อได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ร้านขายของชำใกล้กับที่เกิดเหตุ พบภาพคนร้ายแต่ไม่ชัดเจน ขโมยรถจักรยานยนต์ของตนไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 69 เวลาประมาณ 01.48 น. ต่อมา พ.ต.อ.ธวัชชัย อินทะเสย์ ผกก.สภ.นาหว้า ได้เรียกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนมาประชุมวางแผนเพื่อสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายประกอบกับตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด คนร้ายมีลักษณะคล้ายนายอุไร หรืออ้า อายุ 43 ปี ชาว ต.นาหว้า ซึ่งมีประวัติเสพยาเสพติดจึงได้ไปติดตามหาตัว
 

กระทั่งเวลาบ่ายสี่โมง เจอนายอ้าผู้ต้องสงสัยอยู่ภายในบ้าน จึงนำตัวไปสอบสวนที่โรงพัก เบื้องต้นตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ ผลตรวจฉี่เป็นสีม่วง จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด(ยาบ้า) ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดจากแผนประทุษกรรมพบว่านายอ้า เคยก่อคดีลักทรัพยในพื้นที่ อ.นาหว้า จ.มครพนม และเพิ่งพ้นโทษออกมาไม่นาน
 

จากนั้นได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด สอบถามนายอ้าก็จำนนต่อหลักฐาน ยอมรับว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ดังกล่าวทั้ง 2 คัน และยังขโมยรถจักรยานอีก 2 คัน โดยนายอ้าเล่าว่าหลังขโมยแล้ว ได้นำไปจอดซุกซ่อนไว้ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อรอจังหวะนำไปจำหน่าย โดยรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน-ขาว ของ น.ส.ไอรดาสาวร้านสะดวกซื้อ นำไปซุกซ่อนไว้ในบริเวณวัดธาตุประสิทธิ์ ส่วนรถจักรยานยนต์ยามาฮ่านั้น ได้ขับไปจอดไว้ที่กระท่อมกลางนาอยู่หมู่ 5 ต.นาหว้า ส่วนรถจักรยานอีกสองคัน นำไปซุกซ่อนไว้ในป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ให้นายอ้าพาไปชี้จุดที่ตนเองนำรถจักรยานยนต์ที่ซุกซ่อนไว้มาคืนให้กับผู้เสียหายทั้งสองราย โดยใช้เวลาในการติดตามจับกุมและคลี่คลายคดีไม่ถึง 24 ชั่วโมง 

 

นายอ้าผู้ต้องหายอมรับว่า ต้องการเงินไปซื้อยาบ้าเสพ และต้องเสพวันละ 2 เม็ด จึงต้องตระเวนหาลักเล็กขโมยน้อย พร้อมเล่าวิธีการโจรกรรมรถว่า รถจักรยานยนต์ของสาวร้านสะดวกซื้อไม่ได้ล็อคคอ จึงใช้ก้อนหินทุบกระจังหน้าเพื่อล้วงมือไปต่อสายตรง ส่วนรถจักรยานยนต์ของหนุ่มร้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มีกุญแจเสียบคาไว้จึงหวานหมู แค่จูงไปสตาร์ทเครื่องก็ขับสบายฉิว ส่วนรถจักรยาน 2 คันไม่ต้องทำอะไรมาก รอเจ้าของเผลอก็ปั่นไปได้เลย โดยเอาไปซุกซ่อนไว้คนละที่ เพื่อเตรียมหาคนมาซื้อเท่านั้น 

 

โดย น.ส.ไอรดาเห็นรถจักรยานยนต์ของตนก็ดีใจ เพราะยังผ่อนงวดไม่หมด และถือเป็นผู้โชคดี หนึ่งในร้อยที่รถหายแล้วได้คืน  จึงขอบคุณตำรวจที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ส่วนนายอ้าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะมีคำขอให้พนักงานอัยการฟ้องเพิ่มโทษผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดซ้ำซากต่อไป.

หน้าแรก » อาชญากรรม