วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569 00:38 น.

อาชญากรรม

สังหารสยองอดีตตำรวจคาบ้านพัก เร่งล่าลูกเลี้ยง

วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569, 22.42 น.

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. ร.ต.อ.ชนุตร์ ภูเทียมศรี รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีเหตุฆ่ากันตายในบ้านเลขที่ 74 หมู่ 7 บ้านนาหัวบ่อ ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม จึงประสาน พ.ต.อ.ธนชิต สุขพัฒนานรากุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สายตรวจ พิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่กู้ชีพสว่างนาวาจุดเมือง เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูน 2 ชั้นยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างจากชุมชน ริมถนนทางหลวงตัดใหม่เชื่อมระหว่างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 สายนครพนม-สกลนคร บริเวณเชิงบันไดขึ้นชั้นสอง พบร่างผู้เสียชีวิตคือ ดต.วิเชียร ไพรสุวรรณ์ หรือดาบเซียน อายุ 79 ปี อดีตข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม และเป็นเจ้าของบ้าน นอนคว่ำหน้าคุดคู้อยู่ สภาพสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและกางเกงขาสั้น ที่ศีรษะมีบาดแผลคล้ายถูกตีด้วยของแข็งยาวประมาณ 3 นิ้ว ตรวจสอบพบคราบเลือดที่พื้นเริ่มแห้งแล้ว แต่ไม่พบวัตถุต้องสงสัยที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ห่างออกไปที่ห้องโถงพบภรรยาของผู้เสียชีวิตคือนางหนู กันมูล อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงนอนอยู่ แต่ไม่สามารถพูดปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้

จากการตรวจสอบบริเวณชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องนอนของนายบุญส่ง (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ลูกเลี้ยงของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์เสพยาบ้า บ้องกัญชา และกัญชาที่หั่นไว้คาอยู่บนเขียง แต่นายบุญส่งไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี

นางณัฐ ไพรสุวรรณ์ อายุ 45 ปี ลูกสะใภ้ของผู้เสียชีวิตและเป็นผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับการติดต่อจากญาติที่โทรศัพท์มาบอกให้ช่วยไปดูพ่อปู่ เนื่องจากนายบุญส่งได้โทรศัพท์ไปหาญาติแจ้งว่าได้ทำร้าย ดต.วิเชียร และไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าบ้านเงียบเหงา เรียกชื่อแล้วไม่มีเสียงขานรับ ส่วนภรรยาผู้ตายก็นอนอยู่บนที่นอนแต่ถามสิ่งใดก็ไม่รู้เรื่อง เมื่อเดินไปดูที่ห้องครัวจึงพบร่าง ดต.วิเชียร นอนเสียชีวิตแล้ว

จากการสอบสวนเชิงลึกทราบว่า ดต.วิเชียร อยู่กินฉันสามีภรรยากับภรรยามานานกว่า 20 ปี โดยมีบุตรติดจากครอบครัวเดิมรวมกัน 7 คน ซึ่งแยกย้ายไปมีครอบครัวหมดแล้ว เหลือเพียงนายบุญส่งลูกเลี้ยงที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน โดย ดต.วิเชียร และนายบุญส่งมักมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยครั้ง เนื่องจากนายบุญส่งไม่ทำงานและพัวพันกับยาเสพติด เคยถูกนำตัวไปบำบัดรักษาแต่ไม่เลิกรา

ด้านนายปรีชา เผือกพันธุ์ อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ผู้ตายเคยเล่าให้ฟังว่ามีความเป็นห่วงลูกเลี้ยงที่พัวพันกับยาเสพติด และพบกับ ดต.วิเชียร ครั้งสุดท้ายช่วงเช้ามืดวันเดียวกันขณะไปทำบุญที่วัด ก่อนจะทราบข่าวการเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่บุตรชายของผู้เสียชีวิต ระบุว่า พ่อเคยถูกนายบุญส่งทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บมาแล้ว และในช่วง 3 วันที่ผ่านมาสังเกตเห็นบุคคลแปลกหน้าขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์เข้ามามั่วสุมบนชั้นสองบ้านพักบ่อยครั้ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า หลังจากผู้ตายกลับจากวัดอาจมีปากเสียงกับนายบุญส่งลูกเลี้ยง และถูกทำร้ายด้วยของแข็งจนเสียชีวิตก่อนร่างจะกลิ้งตกลงมาจมกองเลือด จากนั้นผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป ทั้งนี้ ชุดสืบสวนกำลังเร่งกระจายกำลังปิดล้อมและกระชับพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวนายบุญส่งมาสอบสวน พร้อมส่งร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล

หน้าแรก » อาชญากรรม