วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 01:29 น.

อาชญากรรม

โจรชุมยิ่งกว่ายุง! รร.ประถม 2 แห่งโดนลักหลับ รายแรกปีนกำแพงฉกพระพุทธรูป วันถัดมาปั่นจักรยานถอดปั๊มน้ำ

วันพุธ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569, 14.55 น.

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569  คนร้ายอาศัยช่วงกลางคืนปีนกำแพงโรงเรียนบ้านเหล่าภูมีคำธาตุ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม เข้าไปก่อเหตุฉกพระพุทธรูปบริเวณหน้าเสาธงหลบหนีไป ทิ้งไว้เพียงความเสียหายและความรู้สึกสะเทือนใจของคนในโรงเรียน สอบถามนายกาญจนศักดิ์ ดวงสา อายุ 33 ปี ครูชำนาญการ ได้ความว่าช่วงเช้ามีนักเรียนวิ่งมาบอกว่า พระพุทธรูปขนาดความสูง 1 เมตรเศษหายไปจากแท่นบูชาหน้าเสาธง โดยบริเวณนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด เพราะเป็นสนามหญ้า ส่วนใหญ่กล้องจะมีอยู่รอบอาคารเรียน ใครจะคิดว่าพระพุทธรูปที่มีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม สิ่งที่ครูนักเรียนกราบไหว้บูชาต้องโจรใจบาปขโมยไป

 

ส่วนผู้ต้องสงสัยอยู่ในหมู่บ้านจำนวน 2 คน ถือเป็นขาประจำของโรงเรียนก็ว่าได้ เพราะเข้ามาลักทรัพย์บ่อยมาก ถี่แบบเดือนต่อเดือน หรือ 2-3 เดือนจะย่องมาเยี่ยมกลางดึกเสมอ ทรัพย์สินที่อยู่ภายนอกอาคาร เช่นคอมเพรสเซอร์แอร์ หรือสายไฟก็ขโมยไปขาย ถ้าอยู่ในอาคารก็งัดห้องทำงาน หยิบทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้แต่แก้วน้ำก็ไม่ปลอดภัย ทุกครั้งที่สิ่งของหายวงจรปิดส่องเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน จึงเป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี เจ้าหน้าที่จับตัวไปไม่กี่เดือนก็กลับมาอีก วอนคนร้ายนำพระพุทธรูปกลับไว้ที่เดิมด้วย 

 

ยังไม่ทันที่เรื่องจะคลี่คลาย วันรุ่งขึ้นวันที่ 30 กันยายน 2569 โรงเรียนประถมศึกษาบ้านสร้างหิน ต.นาราชควาย ก็ถูกเล่นงานซ้ำ โดยมีชาวบ้านที่อยู่หน้าโรงเรียนเห็นคนร้ายรูปร่างลักษณะผอม ผมยาว ใช้จักรยานเป็นพาหนะปั่นเข้ามาภายในโรงเรียน ก่อนแอบถอดปั๊มน้ำนำออกไปอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย   

 

สอบถามคุณครูปรเมษฐ์ แก่นบุตร อายุ 40 ปี เปิดเผยว่าเวลาเช้านักการภารโรง ได้มาเปิดอาคารเรียน และจะไดรฟ์น้ำรดน้ำต้นไม้ ปรากฏว่าไม่มีเสียงไดรฟ์ทำงาน เดินไปดูพบว่าถูกหัวขโมยแอบถอดไปแล้ว คนร้ายรายนี้ไม่ใช่คนในพื้นที่ คาดว่าเป็นคนอยู่หมู่บ้านใกล้เคียง 

 

ด้าน นายสารท ทำอยู่ อายุ 72 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านสร้างหิน ต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องหมั่นสอดส่องโซนนี้บ่อยๆ เพราะตอนนี้ยาเสพติดชุกชุม ขโมยก็มีเพิ่มขึ้น 2-3 วันก่อนก็ลักตัดสายไฟ ปกติในหมู่บ้านไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ส่วนคนร้ายยืนยันไม่ใช่คนในหมู่บ้านแน่นอน วอนเจ้าหน้าที่จะทำงานเวลาไหน

 

โดยทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่อง จนชาวบ้านอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า โรงเรียนซึ่งควรเป็นที่ปลอดภัยของเด็ก กลับกลายเป็นพื้นที่ที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุได้ง่ายเพียงนี้ แล้วระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ตรงไหน 

 

ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนเชื่อมโยงเหตุลักทรัพย์กับปัญหายาเสพติดในพื้นที่ แต่ประเด็นดังกล่าวยังต้องรอการตรวจสอบและยืนยันจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นในเวลานี้ไม่ใช่เพียงการออกมารับทราบเหตุ แต่คือการลงพื้นที่จริงการเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุและมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ เพราะถ้าวันนี้คนร้ายกล้าเข้ามาถึงโรงเรียน ขโมยแม้กระทั่งพระพุทธรูปและปั๊มน้ำ แล้ววันข้างหน้าจะเหลืออะไรให้ชุมชนรู้สึกปลอดภัย คำถามจึงดังขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำงานกันจริงจังเมื่อไหร่ ก่อนที่เหตุเล็กๆจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ของชุมชน

หน้าแรก » อาชญากรรม